ภาคส่วนเทคโนโลยีได้นำเสนอแนวทาง 3 แนวทางอัพสปีดการลงทุน เร่งแผนเศรษฐกิจสีเขียว ดึงเม็ดเงินภาษีบริษัทข้ามชาติ พัฒนาเทคโนโลยี-กำลังคน ยกระดับทั้งอุตสาหกรรม เอสเอ็มอี และภาคการศึกษา
ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ECEA อุปนายกสมาคมเซมิคอนดักเตอร์ THSIA เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้มีโอกาสในฐานะตัวแทนของกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้นำเสนอแก่คณะรัฐมนตรีสั้น ๆ 3 นาที ในการประชุมหารือ “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
โดยในการประชุมนี้ เป็นการเชิญจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงและนักธุรกิจแถวหน้าจาก 10 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก จำนวน 34 คน เพื่อระดมสมองหาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ บรรเทาผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ และปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเร่งด่วน
ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า พวกเรามีข้อกังวลและมองเป็นโอกาสของประเทศอยู่ 2-3 เรื่อง เรื่องแรก พลังงานสะอาด หรือ Green Energy
“บอกกับท่านว่าประเทศรอบข้างเราซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งในเรื่องของการลงทุน ขยับตัวค่อนข้างเร็ว เพราะฉะนั้นอยากให้ประเทศไทยรีบในเรื่องของทำความชัดเจน ว่าเราจะได้แผนชัดเจนเมื่อไหร่ จะกำลังไฟมีมากน้อยแค่ไหน แล้วก็ราคาแข่งขันได้ไหม”
“ถ้าประเทศไทยให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์เรื่องพลังงานสะอาดจะตอบโจทย์ ทั้งในเรื่องของการขยายการลงทุน ทั้งคนที่อยู่แล้วและก็ที่กำลังจะเข้ามาใหม่ ถือว่าเป็นข้อกังวลและก็ถือว่าเป็นโอกาสของประเทศไปด้วย ก็ยังชื่นชมด้วยว่าประเทศไทยเนี่ยเราเริ่มเรื่องนี้เร็วกว่าประเทศอื่น ๆ แต่ตอนนี้ประเทศอื่นก็ขยับตัวเข้ามาเร็วมาก”
“ถ้าประเทศไทยสามารถสร้างความชัดเจนได้ ว่าเรามีพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพสูง จำนวนเท่าไหร่ อยู่แถวไหนบ้าง และในราคาที่แข่งขันได้ ก็จะทำให้ศักยภาพของประเทศ ในด้านความเชื่อมั่นของการลงทุน สูงกว่าประเทศอื่น ๆ สิ่งที่ตามมาคือ บริษัทที่อยู่ในประเทศตอนนี้ก็จะขยายงานได้มากขึ้น และที่เพิ่มเติมเข้ามา คือนักลงทุนรายใหม่ ๆ ในกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็จะเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น”
เรื่องที่สอง Global Minimum Tax (GMT) เรื่องนี้คล้ายกันกับเรื่องแรก เป็นทั้งความกังวลและโอกาส คือ
GMT จะทำให้บริษัทข้ามชาติต้องจ่ายภาษีอย่างน้อย 15% กับประเทศใดประเทศหนึ่งที่ตัวเองเข้าไปลงทุน
“เป็นโอกาสของประเทศอีก ที่จะทำให้เราได้ GMT หรือภาษีโลก จากบริษัทข้ามชาติ สิ่งที่เป็นข้อกังวลก็คือ ประเทศรอบข้างเราทำเรื่องนี้ชัดเจน เร็ว เร็วกว่าเรา แล้วก็บริษัทข้ามชาติอยากจะไปจ่ายที่ประเทศนั้น ๆ มาก ตรงนี้ก็จะเป็นโอกาส ถ้าประเทศไทยสามารถทำมาตรการตรงนี้ออกมาได้เปรียบ ไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ จะทำให้ประเทศได้รายได้ภาษีที่ไม่เคยได้มาก่อน”
และที่สำคัญที่สุด พอเรื่องระเบียบภาษีโลกตรงนี้มีความชัดเจนถูกสื่อสารออกไป เชื่อเหลือเกินว่านักลงทุนจากต่างประเทศจะให้ความสนใจประเทศไทยมากขึ้น
“นอกจากจะได้รายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับภาครัฐ สิ่งที่ตามมาคือ ศักยภาพด้านการแข่งขันของประเทศ ก็จะสูงเพิ่มขึ้นไปด้วย”
สุดท้ายเรื่องที่ 3 เป็นเรื่องดีที่มาเล่าให้ท่านนายกฯฟังก็คือแผนเรื่องพัฒนาคน พัฒนาเทคโนโลยี ที่อุตสาหกรรม ทำกับกระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ทำกับ BOI และตอนนี้ก็ไปเสนอความคิดบรรจุเข้าไปในแผนพัฒนาของสภาพัฒน์ใน 5 ปีถัดไป ก็จะทำให้เอสเอ็มอีไทย การศึกษาไทย ได้รับการพัฒนา ทั้งทางด้านเทคโนโลยีและเรื่องคนไปพร้อม ๆ โดยเฉพาะในส่วน High Technology อย่างเช่น เอไอ เซมิคอนดักเตอร์
“เราได้นำเสนอแนวคิดให้กับสภาพัฒน์ เพื่อพิจารณาในแผน 5 ปีที่กำลังจะถึง ตรงนี้จะทำให้ประเทศไทยเพิ่มศักยภาพทางด้านบุคลากรและเทคโนโลยี ที่จะเป็นประโยชน์ไม่ใช่เพียงแค่กับอุตสาหกรรมเราอย่างเดียว แต่เป็นประโยชน์กับ SMEs และภาคการศึกษาทั้งประเทศ”