เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชื่อมอีโคซิสเต็ม ‘เงินดิจิทัล’ บิทคับ-ทรูมันนี่ ลุยต่อ ‘THB Programmable Payment’
Tech เชื่อมอีโคซิสเต็ม ‘เงินดิจิทัล’ บิทคับ-ทรูมันนี่ ลุยต่อ ‘THB Programmable Payment’
ทองคำเปิดสัปดาห์ราคาร่วง ผันผวนหนักหลังจ้างงานสหรัฐออกมาแกร่ง เช้านี้ (7 ก.ย.) ทองแท่งลงรวดเดียว 400 บาท
Finance ทองคำเปิดสัปดาห์ราคาร่วง ผันผวนหนักหลังจ้างงานสหรัฐออกมาแกร่ง เช้านี้ (7 ก.ย.) ทองแท่งลงรวดเดียว 400 บาท
สมการ EARTH + TECH + OLOGYพลิก ESG สู่โอกาสธุรกิจสิ่งทอไทย
Biz Movement สมการ EARTH + TECH + OLOGYพลิก ESG สู่โอกาสธุรกิจสิ่งทอไทย
เปิดแล้ววันนี้! พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ เริ่ม 1,000 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% จ่ายทุก 3 เดือน
Finance เปิดแล้ววันนี้! พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ เริ่ม 1,000 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% จ่ายทุก 3 เดือน
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยืดเยื้อ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยืดเยื้อ
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
สคร. ชง คนร. ฟื้นฟู 3 รัฐวิสาหกิจ ชี้ 8 แห่งส่อควบรวม
Finance สคร. ชง คนร. ฟื้นฟู 3 รัฐวิสาหกิจ ชี้ 8 แห่งส่อควบรวม
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ย. 69) เปิดตลาด 32.92 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ย. 69) เปิดตลาด 32.92 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ทำไมการมี ‘เครือข่ายที่หลากหลาย’ คือทางรอด-สร้างโอกาสใหม่ในโลกธุรกิจยุคใหม่
Business ทำไมการมี ‘เครือข่ายที่หลากหลาย’ คือทางรอด-สร้างโอกาสใหม่ในโลกธุรกิจยุคใหม่
เริ่มจ่ายเยียวยา 9 พัน รอบแรก “น้ำท่วมน่าน” 8 ก.ย.นี้ รวม 1.5 หมื่นครัวเรือน วงเงิน 136 ล้าน
Politics เริ่มจ่ายเยียวยา 9 พัน รอบแรก “น้ำท่วมน่าน” 8 ก.ย.นี้ รวม 1.5 หมื่นครัวเรือน วงเงิน 136 ล้าน
ดูทั้งหมด

เชื่อมอีโคซิสเต็ม ‘เงินดิจิทัล’ บิทคับ-ทรูมันนี่ ลุยต่อ ‘THB Programmable Payment’

07 ก.ย. 2569 | 09:28น.
ภาสกร ปานนอก/อภินันท์ ดาบเพ็ชร

หลังโครงการทดสอบ THB Programmable Payment เฟสแรกภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จบลงไปเมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้เข้าร่วมทดสอบเฟสแรกอย่าง “บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี” และ “ทรูมันนี่” ก็ประกาศเดินหน้าการทดสอบในเฟส 2 ต่อทันที

ความน่าสนใจในรอบใหม่นี้ คือการเชื่อมอีโคซิสเต็ม Base Chain ของ “บิทคับ” และ “ทรูมันนี่” เข้าด้วยกัน ถือเป็นความร่วมมือของ 2 ผู้เล่นรายใหญ่ในวงการฟินเทค ที่ตั้งใจพัฒนายูสเคสการใช้บล็อกเชน และ Stablecoin ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ยูสเคส Stablecoin ใน ตปท.

“ภาสกร ปานนอก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การเข้ามาของ Stablecoin ช่วยสร้างความเข้าใจว่าบล็อกเชนนำมาประยุกต์ใช้ในโลกธุรกิจและระบบเศรษฐกิจได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น B2B Cross-Border Trade ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมข้ามประเทศสะดวกขึ้น จากปกติต้องโอนผ่านระบบ SWIFT ซึ่งค่าธรรมเนียมสูงและใช้เวลาขั้นต่ำ 1-3 วัน การแปลงจาก THB Stablecoin เป็น USDT/USDC ช่วยให้ต้นทุนการทำธุรกรรมต่ำลง ชำระบัญชีได้ทันที ลดส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐได้ง่ายขึ้น

หรือในฝั่งการท่องเที่ยวที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ การใช้ Stablecoin เป็นเครื่องมือดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ เพราะเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย และลดภาระค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างสูง เมื่อจ่ายด้วย Stablecoin สกุลต่างประเทศ ระบบจะแปลงค่ากลับมาเป็นเงินบาทให้ร้านค้าทันที

“Stablecoin เป็นเครื่องมือที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ไทยง่ายขึ้น หน่วยงานกำกับดูแลเห็นถึงประโยชน์จึงเปิดโครงการทดสอบ THB Programmable Payment”

ด้าน “อภินันท์ ดาบเพ็ชร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด และผู้อำนวยการฝ่ายการเติบโตของวอลเล็ทแพลตฟอร์ม บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด เสริมว่า สิงคโปร์เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการออก Stablecoin สกุลท้องถิ่นภายใต้การกำกับดูแลขององค์การเงินตราแห่งประเทศสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore : MAS) ในชื่อ XSGD ปัจจุบันมีการนำไปใช้จ่ายจริงบนแอปพลิเคชั่น Grab สำหรับซื้อคูปองและใช้บริการต่าง ๆ

รวมถึงในญี่ปุ่น มี JPYC เป็น Stablecoin ที่ตรึงด้วยเงินเยน และได้รับการรับรองตามกฎหมายเป็นตัวแรกของประเทศ มีการนำไปเชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินในแอป LINE เพื่อให้คนญี่ปุ่นซื้อสินค้าดิจิทัลหรือไอเท็มต่าง ๆ ได้แล้ว

สรุปผลการทดสอบรอบแรก

“ภาสกร” กล่าวถึงผลการทดสอบ Programmable Payment รอบแรกในปี 2568 ว่า บริษัทเข้าร่วมทดสอบใน 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.การใช้ THB Programmable Payment ในการชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อศึกษากระบวนการชำระราคาผ่านโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน 2.การให้บริการ Escrow Payment เพื่อทดสอบกระบวนการชำระเงินและการทำธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด 

และ 3.การโอน THBK ข้ามเครือข่าย และการนำ THBK ไปใช้ประโยชน์ภายในระบบนิเวศของ JFIN Chain เพื่อศึกษาการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายบล็อกเชน และการนำ Programmable Payment ไปประยุกต์ใช้ในระบบนิเวศอื่น

การทดสอบรอบแรก บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ทำงานร่วมกับพันธมิตร 7 ราย มีผู้เข้าร่วม 1,527 คน มีการทำธุรกรรมกว่า 6,020 ครั้ง คิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเกือบ 3 ล้านบาท ถือว่าดำเนินการทดสอบนวัตกรรมทางการเงินทั้ง 3 ส่วนได้ตาม KPI และตลอดระยะเวลาการทดสอบไม่มีช่วงเวลาดาวน์ไทม์ของระบบ

“ในภาพรวมเฟสแรกผ่านไปด้วยดี แต่ก็มีส่วนที่ได้รับฟีดแบ็กจากกลุ่มผู้ใช้เช่นกัน โดยเฉพาะการโอนเหรียญข้ามระบบที่ต้องทำ KYC ของแต่ละวอลเลตก่อน การทดสอบในเฟส 2  มีการแก้ปัญหานี้ร่วมกับ JFIN Chain พร้อมเชื่อมอีโคซิสเต็มของ KUB Chain เข้ากับทรูมันนี่ด้วย ทำให้ผู้ใช้แปลงเหรียญ THBK ของบิทคับกับ THBT ของทรูมันนี่ได้สะดวกขึ้น จากที่เฟสแรกต่างคนต่างทำบนระบบของตนเอง”

เป้าหมายการทดสอบเฟส 2

สำหรับการทดสอบในเฟส 2 บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยีจะทำงานร่วมกับพันธมิตร 15 ราย มีการกำหนดกรอบการพัฒนาเบื้องต้นสำหรับ 4 ยูสเคส ได้แก่ 1.การใช้ THB Programmable Payment ในการชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล นำ THBK มาใช้ในกระบวนการชำระราคาสำหรับการซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งต่อยอดมาจากการทดสอบในรอบแรก

2.Escrow Service สำหรับการเคลมและชำระราคาค่าสินค้าและบริการ พัฒนาการประยุกต์ใช้ Programmable Payment และ Smart Contract เพื่อรองรับ Escrow Service สำหรับการเคลมและชำระค่าสินค้าและบริการตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยมี Villa Market เป็นหนึ่งในพันธมิตรภาคค้าปลีกที่อยู่ภายใต้แผนการทดสอบการชำระเงินด้วย THBK ผ่าน KUB Wallet

3.การใช้ THBK ระหว่าง KUB Chain กับบล็อกเชนอื่นที่เข้าร่วมโครงการ ประเมินความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกัน (Interoperability) และ 4.การใช้ THBK ในการชำระผ่านผู้ให้บริการ Payment Gateway เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการนำ Programmable Payment เชื่อมโยงกับช่องทางการรับชำระเงินที่ภาคธุรกิจและร้านค้าใช้งานอยู่ ซึ่งขยายขอบเขตความร่วมมือกับพันธมิตรเพิ่มเติมกับ Chillpay และ InwPay

“การทดสอบในเฟส 2 ต้องการเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมหน้าใหม่อีก 1,500 คน โดยจะเริ่มทดสอบตั้งแต่ ก.ย. 2569 ถึง เม.ย. 2570  แต่ละยูสเคสมีรายละเอียด และไทม์ไลน์การทำงานต่างกัน”

เพิ่มการแลกเปลี่ยน 6 สกุล

“อภินันท์” กล่าวถึงการทดสอบในฝั่งของทรูมันนี่ว่า หลังเปิดรับผู้เข้าร่วมโครงการ Thai Baht TrueMoney (THBT) ในระยะแรกได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานและมีผู้สมัครครบตามจำนวนที่กำหนด จึงขยายการทดสอบในเฟส 2 ซึ่งผู้ถือ THBT มีทางเลือกในการแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น จากเดิมรองรับการแลกเปลี่ยนกับเหรียญดิจิทัลเพียง 1 สกุล เพิ่มเป็น 6 สกุล ที่มีมูลค่าอ้างอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, ดอลลาร์สิงคโปร์, ดอลลาร์ออสเตรเลีย และไทยบาท เพื่อศึกษาศักยภาพของการเชื่อมต่อระหว่างระบบนิเวศดิจิทัล และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมการชำระเงินภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ THBT เป็นหน่วยมูลค่าดิจิทัลที่อ้างอิงมูลค่ากับเงินบาทในอัตรา 1:1 พัฒนาขึ้นเพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับการชำระเงิน โดยอาศัยคุณสมบัติของ Public Blockchain ที่ช่วยให้ข้อมูลธุรกรรมมีความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนหลังได้

การทดสอบเฟสแรกพบปัญหา User Experience เนื่องจากทรูมันนี่ไม่มีวอลเลตที่รองรับการใช้งานบนบล็อกเชนในขณะนั้นจึงต้องให้ผู้ใช้ไปใช้งานร่วมกับ MetaMask ซึ่งมีความยุ่งยาก ซับซ้อน และไม่สะดวกสำหรับคนทั่วไป 

“ในเฟสนี้ได้แก้ปัญหาด้วยการพัฒนา Web3.0 Wallet ในแอปทรูมันนี่โดยตรง ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการ THBT ผ่านแอปทรูมันนี่ได้สะดวกขึ้น”

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเหรียญ THBT ผ่านการหักเงินบาทจากกระเป๋าเงินในแอป หรือการนำ THBT ไปใช้กับบริการที่เข้าร่วมโครงการ เช่น การซื้อคูปองส่วนลด และการแลกเปลี่ยนกับเหรียญดิจิทัลที่เข้าร่วมโครงการ โดยอัตราแลกเปลี่ยนจะอ้างอิงตามมูลค่าของสกุลเงินจริงที่เกี่ยวข้องในแต่ละวัน ผ่านบริการของ Ascend Bit ภายใต้ Digital Asset Regulatory Sandbox ของสำนักงาน ก.ล.ต.

“การทดสอบในเฟส 2 ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมเป็น 20,000 คน เปิดรับทั้งผู้ใช้ชาวไทยและชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว หรือ Digital Nomad โดย ณ สิ้นเดือน ส.ค. มีผู้สมัครเข้าร่วมการทดสอบกว่า 15,000 คน เป็นชาวต่างชาติหลักร้อยคนได้”

ตั้งรับ Agentic Commerce

“อภินันท์” ยอมรับว่า การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การใช้ Stablecoin ไม่ตอบโจทย์เท่าการจ่ายด้วยระบบ “พร้อมเพย์” ที่คนไทยคุ้นชิน แต่การทดสอบ THB Programmable Payment  ช่วยให้ไทยเตรียมความพร้อมกับระบบเพย์เมนต์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์  Cross-Border Payment หรือการใช้จ่ายข้ามประเทศมากขึ้น

อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมสู่ยุค “Agentic Commerce” ที่เริ่มเห็นยูสเคสการใช้ AI Agent ช่วยทำธุรกรรมแบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความที่ Stablecoin ทำงานอยู่บนบล็อกเชน และควบคุมผ่าน Smart Contract จึงทำงานร่วมกับ AI เพื่อให้เกิดการสั่งการอย่างลื่นไหลภายใต้ขอบเขตที่มนุษย์กำหนด เช่น รีวิวยอดเงิน สั่งโอนเงิน และรับเงินแทน เป็นต้น

ต่างจากระบบเงินเฟียต หรือเงินในบัญชีธนาคารทั่วไปที่ออกแบบมาให้ “มนุษย์” เป็นผู้สั่งการในเชิงกายภาพเท่านั้น เช่น การกดปุ่มทำรายการ การสแกนใบหน้า หรือการแตะเพื่อจ่าย การที่จะให้ AI เข้าถึงบัญชีธนาคารเพื่อสั่งตัดยอดเงินแทนคนโดยตรงเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยากและมีข้อจำกัดสูง

“แม้การใช้งานสำหรับ Agentic Commerce จะเป็นภาพที่เกิดขึ้นอีกไกลมาก ๆ แต่เป็นทิศทางที่ตลาดโลกกำลังมุ่งไป การทดสอบ THB Programmable Payment ครั้งนี้จะช่วยให้ไทยเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระบบเปิด และต่อยอดเข้าเทรนด์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที”