เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
Finance ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
Finance เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
SD ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
Real Estate วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
Automotive ‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
Real Estate มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
World ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
Automotive ฮอนด้า ยกเลิกชื่อ e:HEV ใช้ชื่อ “Honda Hybrid” เริ่มปี 2027
เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
Tech เปิดวงคุย “AI-แรงงาน” บนเวที IMF-WBG 2026 ปธน. สิงคโปร์ ชี้คนชั้นกลางเสี่ยงสุด
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 67,350 บาท
ดูทั้งหมด

คน-คอมพ์-หุ่นยนต์ หลอมรวมสู่เทคโนโลยียุคหลังโควิด

20 มิ.ย. 2563 | 16:40น.
โควิด-19 ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากให้กับโลกใบนี้เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา (IPPD) เปิดวงเสวนา New World Paradigm Series#3 ในหัวข้อ “ไวรัสเปลี่ยนเทคโนโลยี”

“พัทน์ ภัทรนุธาพร” นักวิจัยจาก MIT Media Lab สถาบันเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก และ cofounder จาก FREAK Lab ประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ในยุคหลังโควิด-19 พร้อมย้ำว่าหากต้องการผลักดันให้เกิดสตาร์ตอัพหรือนักพัฒนาที่สามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ จำเป็นต้อง “มองไปไกลกว่าที่คนในปัจจุบันจะคาดหมายได้” นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นอาจไม่ตอบโจทย์ในปัจจุบัน แต่เป็นการพัฒนาสำหรับอนาคต เหมือนที่ก่อนหน้านี้งานวิจัยด้าน Touch screen ของ MIT เคยเป็นที่ขบขันของคนยุคก่อนหน้านี้ว่า เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่โง่เขลา

ที่ผ่านมา MIT Media Lab ได้มองไปที่การพัฒนาสร้างวัตถุใหม่ ๆ การอินเทอร์แอกต์ระหว่างหุ่นยนต์กับคนกับคอมพิวเตอร์ ทำให้คนกับเทคโนโลยีไหลรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

“ที่น่าสนใจในยุคหลังโควิด คือผลกระทบจากการที่โลกไร้พรมแดน ทำให้โรคระบาดแพร่ไปทั่วโลกได้ เกิดเป็น rise & fall ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องคิดและหาเทคโนโลยีมาแก้ไข”

โดยเทคโนโลยีที่น่าจะมีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกหลังโควิดคือ wearable technology, AI coversation agent และ e-Learning

“wearable technology จะทำให้เข้าถึง context ที่มาจากร่างกายคน และนำไปสู่การทำให้ชีวิตคนนั้นดีขึ้น เชื่อมให้คอมพิวเตอร์กับมนุษย์ ซึ่งเริ่มเห็นหลังเมื่อ 2 ปีก่อนคือมีการพัฒนา “certification” ที่อาศัยแพตเทิร์นของข้อมูลจากคนทั่วโลกเพื่อนำมาคาดการณ์การเกิดโรคระบาดได้”

แต่ในการออกแบบต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพราะข้อมูลที่นำมาใช้ประมวลผล เป็นข้อมูลที่่ออกมาจากร่างกายของมนุษย์แต่ละคน จึงอาจทำให้เกิดอันตรายได้หากข้อมูลนั้นเล็ดลอดออกไปสู่ภายนอก ฉะนั้นจะต้องทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนได้

“ในอนาคตข้อมูลจาก wearable จะต้องมากไปกว่าแค่การเต้นของหัวใจ ชีพจร ตอนนี้กำลังพยายามทำให้เหมือนการนำห้องแล็บเข้าไปอยู่ในตัวคน ทำให้ข้อมูลชีวเคมีที่เกิดขึ้นในตัวคนถูกวิเคราะห์ได้อย่างเรียลไทม์ และยังใช้ Wearable device ช่วยในการแก้ปัญหาได้ เช่น โปรเจ็กต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ wearable sanitizer การพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถยิงแอลกอฮอล์จากมือได้โดยใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ประมวลผลว่า ควรจะยิงแอลกอฮอล์เมื่อไร ได้แรงบันดาลใจมาจากสไปเดอร์แมน”

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ข้อมูลที่เก็บจากร่างกายเพื่อนำไปสู่การดีไซน์แบบเฉพาะเจาะจงได้ อาทิ making food with the mind เครื่องสร้างทำอาหารด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สร้างเมนูต่างๆ ได้ตรงความต้องการของผู้ใช้ ด้วยการอ่านค่าจากคลื่นสมองที่ส่งมาจาก wearable เป็นการแสดงศักยภาพของ IOT ที่เชื่อมจากคลื่นสมองที่สามารถสร้าง out put ได้

“AI conversation agent” เป็นอีกเทรนด์ที่กำลังมา เกิดการใช้ภาษาทำให้เกิดการเชื่อมต่อ อาทิ Buddha bot ที่นำข้อมูลจากพระไตรปิฎกเพื่อให้คนทั่วไปสามารถสนทนาธรรมกับพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นการทำให้ AI สามารถเชื่อมต่อกับวัฒนธรรม โดย 64% ของคนในสหรัฐใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา

ล่าสุดคือ COVID bot ที่พัฒนาเป็นภาษาไทยก่อน จนปัจจุบันใช้งานแล้วใน 56 ประเทศทั่วโลกตามดีมานด์ที่เกิดขึ้นมหาศาล ซึ่งบอตนอกจากจะให้คำแนะนำที่อยู่บนพื้นฐานของแพทย์และกรมควบคุมโรคยังสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพเป็นรายคนได้

“การพัฒนานี้ทำให้พบว่า AI agent ช่วยลดความกังวลของคนต่อโรคนั้น ๆ ได้ ทำให้ความกลัวต่อความเสี่ยงลดลง และเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นรองแค่ปฏิสัมพันธ์กับหมอเท่านั้นเอง เนื่องจากเข้าถึงง่าย ใช้การสื่อสารที่ง่ายจนไปถึงอีกโปรเจ็กต์คือ Saku Bot สาคู กูรูงาน เพื่อช่วยเชื่อมคนที่ต้องการงาน กับนายจ้างที่หาลูกจ้างเข้าด้วยกัน ช่วยลดปัญหาคนตกงานจากโควิด”

ด้านเทคโนโลยีออนไลน์เลิร์นนิ่งโควิด-19 ทำให้หลายคนไม่ได้เรียนแค่โรงเรียนที่ตนสังกัดเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าไปยังคอร์สออนไลน์อื่น ๆ

“ทำให้เห็นว่าดิจิทัลทำให้เกิดการแยกจาก Physical สภาพทางกายภาพกับสภาพแวดล้อมออกจากกัน การเรียนไม่จำเป็นต้องติดอยู่กับที่อยู่แต่เป็น Global Learner เชื่อมกับองค์ความรู้จากทั่วโลกได้”

ฉะนั้น จะได้เห็นพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างคอนเทนต์แบบ “เฉพาะตัว”

สำหรับการเรียนออนไลน์มากขึ้น โดยอาศัยการจับสัญญาณทางร่างกาย และวิเคราะห์คลื่นสมองเพื่อให้เกิดการเรียนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ

“ต่อไปอาจจะมีการสร้างครูให้เป็นไอรอนแมน มีหน้าเป็นสตีฟ จ็อบส์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ในอดีต มาช่วยทำให้การเรียนรู้สนุกมากขึ้น”

ในโลกเทคโนโลยียุคหลังโควิด สิ่งที่จะได้เห็นคือ การโยงศิลปะ วิทยาศาสตร์ วิศวะ ดีไซน์ มารวมกัน ไม่แยกว่าเป็นสาขาใดสาขาหนึ่ง ทำให้เกิดเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เทคโนโลยี ไอที