ญี่ปุ่น โหมเที่ยวเมืองรอง บูม “ซากะ-นางาซากิ” เกาะคิวชูดึงคนไทย

ซากะ-นางาซากิ

ข้อมูลจากการส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า ปี 2018 หรือปี 2561 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 31.19 ล้านคน

โดยอันดับ 1 คือ จีน 8.38 ล้านคน รองลงมาคือ เกาหลี 7.53 ล้านคน ไต้หวัน 4.75 ล้านคน ฮ่องกง 2.20 ล้านคน สหรัฐอเมริกา 1.52 ล้านคน และไทย 1.13 ล้านคน ปี 2019 หรือปี 2562 (ก่อนโควิด) ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 31.88 ล้านคน และมีคนไทย 1.31 ล้านคน ติดท็อป 5 นักท่องเที่ยวสูงสุดของญี่ปุ่น

“คิวชู” โหมโปรโมตดึงคนไทย

“โทชิซากิ ชิบาตะ” รองผู้อำนวยการองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์ว่าปัจจุบันการท่องเที่ยวในภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่นไม่กังวลเรื่องของไวรัสโควิด และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเหมือนกับช่วงก่อนโควิดแล้ว เพียงแต่ในช่วงนี้ผู้คนยังต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย (mask) อยู่เท่านั้น

โทชิซากิ ชิบาตะ
โทชิซากิ ชิบาตะ

โดยเดสติเนชั่นหลัก ๆ ที่นักท่องเที่ยวคนไทยนิยมคือฝั่งโตเกียว การท่องเที่ยวคิวชูจึงอยากสื่อสารถ้านักท่องเที่ยวมาคิวชูจะได้พบกับหลายสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นได้แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นออนเซ็น, อาหาร, กิจกรรมท่องเที่ยว ฯลฯ รวมถึงช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยนิยมมากที่สุด

อีกจุดเด่นหนึ่งคือ คิวชู ใกล้ประเทศไทยมากกว่าทางฝั่งโตเกียว ทำให้ต้นทุนการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในภูมิภาคนี้ต่ำกว่าค่อนข้างมาก

ขณะเดียวกันทางภูมิภาคคิวชูยังได้พัฒนาด้านคมนาคมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด ทำให้ขณะนี้มีความพร้อมอย่างมากในการที่จะเสนอให้ภูมิภาค “คิวชู” เป็นทางเลือกสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นของคนไทย

อัดอีเวนต์ขายประสบการณ์

รวมทั้งมีแผนการโปรโมตคอนเทนต์ของภูมิภาคคิวชูผ่านช่องทาง social media เพื่ออัพเดตข้อมูลด้านการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง

“ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีปีหน้าเราจะมีกิจกรรมแข่งขันปั่นจักรยาน คิดว่าน่าเป็นอีเวนต์หนึ่งที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวในไทยที่นิยมมาเที่ยวและปั่นจักรยานค่อนข้างเยอะ ซึ่งทางการท่องเที่ยวคิวชูมีการเตรียมอีเวนต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้รองรับจำนวนมาก”

นอกจากนี้ การรถไฟคิวชู (JR Kyushu) ยังมีแผนให้บริการขบวนรถไฟหรูสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากจะใช้สำหรับการเดินทางแล้วยังถือเป็นสินค้าและบริการที่จะมาสร้างประสบการณ์ใหม่ ให้นักท่องเที่ยวด้วย รวม 20 ขบวน หลากหลายเส้นทางที่เตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาใช้บริการ

โดยขบวนยอดนิยมคือ รถไฟจากสถานีฮากาตะ (Hakata) เมืองฟูกูโอกะไปยุฟุอิน (Yufuin) ซึ่งเป็นเมืองออนเซ็น และรถไฟหรู 7 ดาว (seven stars) ซึ่งจะมีให้บริการไปทั่วเกาะคิวชู

ลุ้นฟื้นเที่ยวบินสู่ “ฟูกูโอกะ”

สำหรับการเดินทางสู่ภูมิภาคคิวชูนั้น “ชิบาตะ” บอกว่า ปัจจุบันสายการบินที่ให้บริการจากประเทศไทยสู่สนามบินฟูกูโอกะ (Fukuoka) มีจำนวน 3 สายการบิน ได้แก่ เวียตเจ็ท, การบินไทย และไทยแอร์เอเชีย

“ในส่วนของจำนวนเที่ยวบินถ้าเทียบจากช่วงก่อนโควิดขณะนี้เรากลับมาได้ประมาณ 60% ปีหน้าเราก็หวังว่าจะทำให้กลับมาได้สัก 70-80% ซึ่งก็ต้องได้รับความร่วมกับทางสนามบินฟูกูโอกะด้วย”

ปี’68 คนไทยแตะ 1 แสนคน

“ชิบาตะ” บอกด้วยว่า ปี 2562 ก่อนโควิดภูมิภาคคิวชูมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 4.22 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 5.98 หมื่นคน หรือประมาณ 6 หมื่นคน สูงสุดเป็นอันดับ 5 โดยอันดับ 1 คือ เกาหลี 1.70 ล้านคน รองลงมาคือ ไต้หวัน 4.22 แสนคน ฮ่องกง 3.16 แสนคน และจีน 3.02 แสนคน

“การเติบโตหลัก ๆ ในปี 2019 มาจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เพิ่มจากหลัก 1 หมื่นคนในปี 2018 เป็น 4 หมื่นคนในปี 2019 รองลงมาคือนักท่องเที่ยวคนไทยที่เพิ่มขึ้นประมาณ 50% จาก 3.9 หมื่นคนในปี 2018 เป็น 6 หมื่นคนในปี 2019”

ทั้งนี้ ภูมิภาคคิวชูกำหนดเป้าหมายไว้ว่าภายในปี 2025 หรือปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวคนไทยถึง 1 แสนคน

สำหรับสินค้าและบริการที่จะใช้สำหรับทำการตลาดเพื่อดึงดูดคนไทยนั้นหลัก ๆ จะเน้นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เนื่องจากนักท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับเรื่องของความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโควิด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของกิจกรรมการท่องเที่ยว สถานที่ช็อปปิ้งใหม่ ๆ

เช่น เน้นเรื่องของอุนเซ็นออนเซ็น ที่เมืองนางาซากิ, และซากะ ปราสาทโอบิ ที่เมืองมิยาซากิ หรือในส่วนของแหล่งช็อปปิ้งใหม่ ๆ ก็มีให้เลือกทั้งที่เมืองฟูกูโอกะ ย่านคิตะคิวชู G Outlet เป็นต้น

“เราจะร่วมมือกับบริษัททัวร์ต่าง ๆ ในประเทศไทยให้ช่วยทำผลิตภัณฑ์ออกมาเสนอให้นักท่องเที่ยวคนไทย รวมถึงสื่อสารข้อมูลใหม่ ๆ ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยด้วย”

“นางาซากิ” ชู 4 จุดขายหลัก

ขณะที่ “ฮิเดทาดะ ฟูจิซาวะ” ผู้อำนวยการฝ่ายการท่องเที่ยวต่างประเทศ สมาพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดนางาซากิ ภูมิภาคคิวชู ระบุว่า นางาซากิ (Nagasaki) เป็นจังหวัดแรก ๆ ที่มีการสื่อสารและต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมานานแล้ว ทำให้มีความตื่นตัวที่จะรองรับนักท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวหลักหลายแห่งจะอิงกับประวัติศาสตร์

ฮิเดทาดะ ฟูจิซาวะ
ฮิเดทาดะ ฟูจิซาวะ

ขณะเดียวกันประชากรของนางาซากิทุกคนมีความกระตือรือร้นที่จะให้ต้อนรับที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า โอโมเตะนาชิ (Omotenashi) ซึ่งเป็นการต้อนรับด้วยจิตวิญญาณในการบริการแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ด้วยทำเลที่ตั้งที่รายล้อมไปด้วยทะเลอันสวยงาม รวมถึงอาหารทะเลที่อร่อย ยังเป็นจุดขายสำคัญในการสื่อสารเรื่องการท่องเที่ยวสำหรับตลาดคนไทย

“ที่ผ่านมาเมืองนางาซากิได้รับร่วมเป็นสมาชิกกับสโมสรอ่าวที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลก โดยเฉพาะเกาะคุจูกุ”

เรียกว่า จุดขายหลัก ๆ ของเมืองนี้ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักคือ ธรรมชาติที่สวยงาม อาหารทะเลที่อร่อย จิตวิญญาณที่อยากจะต้อนรับของชาวเมือง และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและไม่เหมือนใคร

มุ่งสื่อสารเรื่อง “สันติภาพ”

“ฟูจิซาวะ” ย้ำว่าปัจจุบันชาวเมืองนางาซากิได้ move on จากประเด็นเรื่องสงครามแล้ว และพยายามที่จะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ๆ ดังนั้นในสายตาของคนเมืองเลยไม่คิดว่าประเด็นสงครามจะเป็นกำแพงหรือบาดแผลของคนในพื้นที่

“เราอยากจะสื่อให้ทุกคนได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นสันติภาพมากกว่าภาพลักษณ์เดิม ๆ ที่ว่าเมืองนี้เคยเกิดสงคราม เคยมีความเสียหาย เราอยากเปลี่ยนมุมมองให้ทุกคนเห็นอีกฝั่งหนึ่งคือ เป็นเมืองที่มีแต่สิ่งดี ๆ และสัมพันธภาพที่ดีสำหรับทุกคนที่เดินทางมาเยือน”

สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น “ฟูจิซาวะ” บอกว่า ในจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในภูมิภาคคิวชู 4.2 ล้านคนในปี 2019 นั้นมีนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองนางาซากิ 5.77 แสนคน โดยเป็นคนไทย 1.33 หมื่นคน สูงสุดเป็นอันดับ 6

โดยอันดับ 1 ที่เข้ามามากที่สุดคือ เกาหลี รองลงมาคือ ไต้หวัน จีน ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา

“ซากะ” ชูออนเซ็น-เนื้อวากิว

ด้าน “ทาคาชิ นันริ” รองผู้ว่าราชการจังหวัดซากะ ภูมิภาคคิวชู กล่าวว่า จุดขายหลักของเมืองซากะคือ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทะเลที่สวยงามและติดอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ศาลเจ้าเกี่ยวกับวัฒนธรรมและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน

ทาคาชิ นันริ
ทาคาชิ นันริ

โดยศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงคือ ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ของจังหวัดซากะ ซึ่งหลังจากที่ประเทศไทยได้เข้าไปทำละครทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก

และเป็นเมืองที่อาหารอร่อย เช่น ปลาหมึกโยะบุโกะ ซึ่งเป็นปลาหมีกใส ซาชิมิ, ซากะ วากิว เนื้อวัววากิวที่มีการเลี้ยงและดูแลด้วยความรักและความใส่ใจ

นอกจากนี้ ยังมีออนเซ็นจำนวนมาก เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่มีคุณภาพ และเป็นแหล่งผลิตสาเกขึ้นชื่ออีกด้วย

หนุนกองถ่ายโปรโมตเมือง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดซากะยังบอกอีกว่า ในปี 2019 จังหวัดซากะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.6 แสนคน โดยอันดับ 1 คือ เกาหลี ตามด้วยญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง และไทย โดยนักท่องเที่ยวคนไทยมีจำนวนกว่า 1 หมื่นคน

“จุดเด่นของเมืองซากะคือเรามีนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางซ้ำในสัดส่วนที่สูงมาก และมีเป็นเมืองที่คนญี่ปุ่นมาเที่ยวในจำนวนที่เยอะมาก ซึ่งตอนนี้เราจะเน้นจุดขายเรื่องอาหารอร่อย โดยเฉพาะซากะวากิวมาเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยวหน้าใหม่”

โดยกลยุทธ์การตลาดหนึ่งที่ถือว่าประสบความสำเร็จสูงในช่วงที่ผ่านมานั้น นอกจากจะเน้นการสื่อสารไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายโดยตรงแล้ว “ซากะ” ยังมีนโยบายสนับสนุนกองถ่ายทำซีรี่ย์ และภาพยนต์ต่างประเทศอย่างชัดเจนอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ นับว่าเป็นการประกาศความพร้อมอย่างเต็มที่ของรัฐบาลญี่ปุ่นในการรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง

“เพิ่มทางเลือก” เที่ยวญี่ปุ่น

สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) หรือสมาคมทัวร์เอาต์บาวนด์ จัดกิจกรรม TTAA FAM TRIP ประเทศญี่ปุ่น สำรวจเส้นทางท่องเที่ยวภูมิภาคคิวชู “SAGA- NAGASAKI” ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมาให้สมาชิกบริษัททัวร์กว่า 50 รายไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวในภูมิภาคคิวชู ญี่ปุ่น

“เจริญ วังอนานนท์” นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) บอกว่า ทริปดังกล่าวนี้มีเป้าหมายเพื่อสำรวจและศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่ 2 จังหวัดของภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น คือ จังหวัดซากะ และจังหวัดนางาซากิ โดยทั้ง 2 จังหวัดนี้เป็น “เมืองรอง” ด้านการท่องเที่ยวและที่ผ่านมายังไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยมากนัก

ขณะที่ทางองค์การส่งเสริมการ ท่องเที่ยวภูมิภาคคิวชูก็ได้พยายามกระจายเส้นทางและกระจายนักท่องเที่ยวออกไปในจังหวัดที่เป็นเมืองรอง เพื่อสร้างเส้นทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น

“เจริญ” บอกด้วยว่า หลังได้ร่วมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวดังกล่าวแล้วพบว่า ทั้ง 2 จังหวัดเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวสูง และเป็นพื้นที่ที่สามารถนำมาเจียระไนขายให้คนไทยได้ เนื่องจากคนไทยนิยมเที่ยวญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

โดยหลังจากนี้จะสรุปข้อมูลและวางโปรแกรมการเดินทางที่เหมาะสมออกมาจำหน่ายต่อไป เพื่อเพิ่มโอกาสใหม่ให้กับบริษัทนำเที่ยว และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวคนไทย

“ผมมองว่าเมืองซากะมีศักยภาพมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก ส่วนเมืองนางาซากิก็น่าสนใจเพียงแต่อาจจะมีร่องรอยการสูญเสียที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งในมุมการวางโปรแกรมการขายนั้นสามารถผสมผสานกันได้ ทั้งเรื่องของความเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหารการกิน รวมถึงความโดดเด่นในเรื่องของออนเซ็น”

สำหรับการวางโปรแกรมและเส้นทางทัวร์ที่เหมาะสมนั้นสามารถทำแพ็กเกจได้ทั้ง 3 คืน 4 วัน และ 4 คืน 5 วัน โดยนอกจากเส้นทางที่ไปสำรวจแล้วยังสามารถใส่โปรแกรมที่เหมาะสมและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวคนไทย อาทิ เส้นทางเที่ยวสวนผลไม้ เที่ยวตลาดปลา เพิ่มจุดช็อปปิ้ง ฯลฯ

ขณะที่ “ธนพล ชีวรัตนพร” ประธานทีมยุทธศาสตร์พัฒนาสินค้าและบริการ และอุปนายก สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) เสริมว่า เส้นทางใหม่นี้ถือเป็นเส้นทางแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง และนอกจากเส้นทางการท่องเที่ยวปกติทั่วไปแล้วทั้ง 2 จังหวัดยังเป็นเมืองท่าเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวทางน้ำ หรือครุยส์ด้วย

และไม่เพียงแค่โปรแกรมการขายของทั้ง 2 เมืองนี้เท่านั้นยังสามารถเชื่อมโยงเส้นทางเที่ยวไปเมืองอื่น ๆ ได้ด้วย อาทิ เส้นทางฟูกูโอกะ-นาโกยา-โอซากา หรือฟูกูโอกะ-ฮิโรชิมา-โอซากา ฯลฯ

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2566 เป็นต้นไป เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายสนับสนุนให้คนญี่ปุ่นเที่ยวในประเทศถึง 31 มีนาคม 2566 ทำให้ปัจจุบันราคาโรงแรม ที่พักยังค่อนข้างแพง อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าเส้นทางใหม่นี้จะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวคนไทยเช่นเดียวกับเส้นทางท่องเที่ยวอื่น ๆ ของญี่ปุ่น


ที่สำคัญ เส้นทางการท่องเที่ยวใหม่นี้ยังมีจุดขายที่ชัดเจนต้นทุนการท่องเที่ยวที่ถูกกว่าเส้นทางโตเกียว โอซากา อีกด้วย