รัฐบาลเศรษฐา เบรก “ค่าเหยียบแผ่นดิน” หวังกระตุ้นต่างชาติเที่ยวไทย

ผู้คนนั่งอยู่บนบาร์ และมองไปยังพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในบรรยากาศยามเย็น มีแม่น้ำเจ้าพระยาคั่นกลาง
ผู้คนนั่งอยู่บนบาร์ และมองไปยังพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ภาพถ่ายโดย Jack TAYLOR / AFP

กระทรวงการท่องเที่ยวฯชะลอเก็บค่าเหยียบแผ่นดินออกไปแบบไม่มีกำหนด หวังกระตุ้นต่างชาติเที่ยวไทย จ่อของบฯกลาง 50 ล้าน ดูแลเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติบาดเจ็บ-เสียชีวิตในไทย

วันที่ 21 ธันวาคม 2566 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า สำหรับนโยบายการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แต่เนื่องจากปัจจุบันไทยอยู่ในต้องการประชาสัมพันธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาเยือน การเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวจึงยังจะชะลอไปก่อน

“ยืนยันว่าไม่ได้ยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียม แต่เป็นการชะลอออกไปก่อนในตอนนี้ แม้อัตราค่าจัดเก็บจะไม่ใช่จำนวนเงินที่มาก แต่อาจกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้”

ชะลอแบบไม่มีกำหนด

ด้านนายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปัจจุบันร่างประกาศดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่างสุดท้าย และรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งไม่มีกำหนดว่าสามารถชะลอได้ถึงเมื่อไหร่ ทั้งนี้ อาจมีการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นในเชิงนโยบายอีกครั้ง

เดิมไทยเคยมีกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ได้มีมติให้ยุบกองทุนดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายน 2565 เพื่อให้ใช้งบประมาณจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ เลยเกิดช่องว่างขึ้น

ทั้งนี้ ร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” เป็นการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย โดยผ่านช่องทางทางอากาศ 300 บาทต่อคน และทางบกหรือทางน้ำ 150 บาทต่อคน

ขณะที่ผู้ถือหนังสือเดินทางทูต กงสุล หรือการปฏิบัติราชการ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในไทย หรือ สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทาง, ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ ตามที่กระทรวงแรงงานกำหนด, ผู้โดยสารผ่าน (Transit Passenger), ทารกและเด็กอายุไม่เกิน 2 ปี และบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติกำหนด

โดยวัตถุประสงค์การจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว สามารถจำแนกอย่างคร่าว คือ 1. จัดสรรงบประมาณดูแลเยียวยานักท่องเที่ยว เช่น การเกิดอุบัติเหตุ การทำประกันภัย 2. ใช้ในการบริหารด้านสาธารณสุขกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 3. นำงบประมาณมาดูแลแหล่งท่องเที่ยว ที่เกิดความเสื่อมโทรมจากการท่องเที่ยว และ 4. นำงบประมาณมาเป็นทุนหมุนเวียนในการพัฒนาการท่องเที่ยว ขยายขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรม

ของบฯกลาง 50 ล้านดูแลนักท่องเที่ยว ตายจ่าย 1 ล้าน

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเตรียมยื่นขอจัดสรรงบฯกลางวงเงิน 50 ล้านบาท เพื่อดูแลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ในกรณีประสบอุบัติเหตุ โดยในกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิต จะมีวงเงินดูแลไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย

และในกรณีบาดเจ็บมีวงเงินค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย และได้หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อประสานงานโรงพยาบาลให้เบิกค่าใช้จ่ายกับภาครัฐโดยตรง นักท่องเที่ยวไม่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคาดว่าจะเสนอเรื่องของบกลางดังกล่าวในสัปดาห์หน้า

สำหรับการของบประมาณไว้ที่ 50 ล้านบาทต่อปีนั้น เกิดจากฐานคิดที่ว่าในอดีตที่มีกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ใช้งบประมาณปีละไม่เกิน 10 ล้านบาท และหากต้องมีการใช้เพิ่มเติมมากกว่ากรอบวงเงินดังกล่าว จะมีการหารือต่อไป