ททท.เตรียมถกผู้ประกอบการ ต่ออายุ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 5

จับผู้ทำผิดโครงการเราเที่ยวด้วยกัน
ภาพโดย nextvoyage จาก Pixabay

ททท. เตรียมถกต่ออายุ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 5 พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะร่วมกับผู้ประกอบการ เสนอโมเดลเพิ่มสิทธิ์อีก 2 ล้านห้อง เชื่อหลังเมษาฯ นักท่องเที่ยวเข้าไทย 3 แสนคนต่อเดือน คงเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 7-10 ล้านคน

วันที่ 26 เมษายน 2565 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ททท.เตรียมหารือร่วมกับผู้ประกอบการในวันที่ 27 และ 29 เมษายนนี้ เพื่อรับฟังเสียงตอบรับเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศ รวมถึงเตรียมรับฟังข้อเสนอแนะจากทางผู้ประกอบการในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว

โดยอาจมีการหารือการต่ออายุโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งเบื้องต้นอาจใช้โมเดลนำงบประมาณที่มีมาจัดสรรใหม่ เป็นสิทธิ์การจองห้องพักราว 2 ล้านห้อง และอาจเสนอแนวคิดให้ผู้ประกอบการร่วมแบ่งห้องพักส่วนหนึ่งมาร่วมทำแคมเปญ โดยผู้ประกอยการลดราคาลง 40% เพื่อเพิ่มสิทธิ์จำนวนห้องในภาพรวมให้มากขึ้น

“สำหรับโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 คาดว่าจะมีความชัดเจนได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ และหากเจรจาสำเร็จอาจขยายอายุโครงการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ไปจนถึง 30 กันยายน 2565” นายยุทธศักดิ์กล่าว

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางท่องเที่ยวสูงกว่าที่เคยคาดไว้ โดย ททท.ประเมินว่า มีนักเดินทางออกเดินทางราว 4 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ราว 1.4 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหลายประเทศในโลกเริ่มผ่อนคลายมาตรการการเดินทางแก่นักท่องเที่ยว ทำให้ชาวไทยจำนวนหนึ่งต้องการเดินทางไปยังต่างประเทศ นายยุทธศักดิ์กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ททท.จำเป็นต้องมาส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้สูงอาจเลือกเดินทางต่างประเทศ แทนการเดินทางในไทย



ส่วนการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบัน ททท.จับตาตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรป สหรัฐ ประเทศตะวันออกกลาง อินเดีย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่อาจเป็นการเดินทางเข้ามาแบบกรุ๊ปทัวร์ในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้

“เราคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไปอยู่ที่ราว 300,000 คนต่อเดือน และเชื่อว่าน่าจะจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากทุกครั้งที่มีการผ่อนคลายมาตรการการเดินทาง จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยสำคัญ” นายยุทธศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ ททท.คาดการณ์ว่า ปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวน 7-10 ล้านคน (กรอบเดิม 5-15 ล้านคน) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจำเป็นต้องมีการเปิดด่านชายแดนทางบก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว และมาเลเซียร่วมด้วย

จากข้อมูลของ ททท.พบว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในช่วงหลังการระบาดของโควิด-19 มีการใช้จ่ายมากขึ้น จากเดิมมีการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 47,000 ต่อคน แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าอยู่ที่ราว 70,000 บาท ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เข้ามาประเทศไทยแล้วต้องผ่านกระบวนการกักตัว แต่ในอีกแง่หนึ่งพบว่า เป็นการใช้เวลาในการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

“เชื่อว่า Low Season ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากอยู่ เราเห็นดีมานด์การท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ รวมถึงจากตลาดตะวันออกกลาง หลังช่วงเทศกาลถือศีลอด” นายยุทธศักดิ์กล่าว

ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ททท. ร่วมกับ มิชลินไกด์ ขยายขอบเขตร้านอาหารสู่ภาคอีสาน ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ขอนแก่น อุดรธานี และนครราชสีมา ผ่านคู่มือมิชลินไกด์ ประเทศไทย ปี 2566 ฉบับที่ 6

โดย ททท.ประเมินว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา การเปิดตัวมิชลินไกด์ในพื้นที่ต่าง ๆ สามารถสร้างรายได้โดยตรงแก่ภาคการท่องเที่ยวราว 800 ล้านบาท และในอีก 5 ปีข้างหน้าของความร่วมมือ คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินได้ราว 1.2 พันล้านบาท


นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ความร่วมมือกันระหว่าง ททท.และมิชลิน จะช่วยส่งเสริมให้การใช้จ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยวสูงขึ้น เพิ่มระยะเวลาออกเดินทางต่อทริป รวมถึงทำให้เกิดการเดินทางไปซ้ำยังจังหวัดต่าง ๆ และยังช่วยยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทย สร้างการรับรู้เมนูอาหารไทยในตลาดต่างประเทศ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ