Check in ฮวาเหลียน เที่ยวไต้หวันมิติใหม่ ครบรส ทะเล ภูเขา แม่น้ำ-

เวลาไปเที่ยวไต้หวัน คนส่วนใหญ่นิยมชมทัศนียภาพตึกสูง ตะลุยกิน ตะลุยช็อปปิ้งในเมืองหลวงไทเป ที่ขาดไม่ได้คือไหว้พระและเที่ยววัดดัง ซึ่งข้อมูลจากทางการท่องเที่ยวไต้หวันบอกว่า ความนิยมท่องเที่ยวในไทเปและจังหวัดทางตอนเหนือของเกาะไต้หวันนั้นสัมพันธ์กับไฟลต์บินจากต่างประเทศที่ส่วนใหญ่บินลงสนามบินเถาหยวน ใกล้ ๆ ตัวเมืองไทเป

แต่นอกจากแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อในทางตอนเหนือแล้ว ไต้หวันยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามกระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะ แต่ละภูมิภาคมีเสน่ห์แตกต่างกัน

ภูมิภาคหนึ่งซึ่งยังมีนักท่องเที่ยวรู้จักน้อยก็คือทางภาคตะวันออกซึ่งเป็นดินแดนแห่งธรรมชาติ เป็นภูเขาทอดตัวยาวขนานไปกับฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

เมืองท่องเที่ยวที่จะพาไปเช็กอินและทำความรู้จักก็คือ จังหวัดฮวาเหลียน (Hualien) เป็นจังหวัดใหญ่ที่สุดของไต้หวัน กินพื้นที่ฝั่งตะวันออกตอนกลางของเกาะไต้หวัน รวมพื้นที่ 4,628 ตารางกิโลเมตร เดินทางจากไทเปโดยรถไฟสายทาโรโกะใช้เวลาประมาณ2 ชั่วโมง แต่การเที่ยวที่ฮวาเหลียนน่าจะไม่เหมาะสำหรับการเที่ยวแบบแบ็กแพ็กตัวคนเดียวหรือกลุ่มเล็ก ๆ เพราะการเดินทางในฮวาเหลียนไม่มีรถโดยสารประจำทาง ต้องเดินทางแบบเหมารถ หรือจ้างทัวร์จึงน่าจะเหมาะกับการเที่ยวเป็นกลุ่มแบบมีตัวหาร แต่ถ้าใครไม่มีปัญหาด้านการเงินก็จัดไป ไม่ต้องคิดอะไรมาก

ฮวาเหลียนมีจุดเด่นอยู่ที่ความสวยงามของธรรมชาติ ทั้งภูเขา ทะเล และแม่น้ำ แม้จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ขนาดนั้น แต่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 3.5 แสนคนเท่านั้น เพราะอย่างที่บอกว่าเป็นดินแดนธรรมชาติ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีต้นไม้อุดมสมบูรณ์ ฮวาเหลียนจึงมีลักษณะเป็นชนบทมาก ๆ แม้แต่ในตัวเมืองก็เป็นเมืองเล็ก ๆ สถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างบ้านเรือนได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยที่ญี่ปุ่นปกครองเกาะแห่งนี้ แต่ถึงจะเป็นเมืองเล็ก ๆ ก็มีความเจริญ ถนนหนทางพัฒนาอย่างดี ไม่ทุรกันดาร และมีห้างหรูให้ช็อปปิ้งอยู่เหมือนกัน

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในแต่ละด้าน เริ่มจากเที่ยวทะเลที่ หาดซีซิงถัน (QiXing Tan) อยู่ในเขตหมู่บ้านเป่ยผู (Beipu Village) ชุมชนซินเชง (Xincheng Township) เป็นชายหาดก้อนกรวดสีดำตัดกับน้ำทะเลสีคราม คลื่นซัดมาแต่ละทีสูงเกือบท่วมหัว ที่นี่เป็นจุดชมวิวทะเลที่สวยงามและมีชื่อเสียงของฮวาเหลียน มีคนในพื้นที่มาพักผ่อนหย่อนใจตากลมกันชิล ๆ

นอกจากชมวิวทะเลที่ชายหาดแล้ว ยังมีกิจกรรมน่ารัก ๆ แต่ท้าทายสภาพร่างกายไม่ใช่เล่นก็คือ การล่องเรือออกมหาสมุทรไปชมโลมาและวาฬ ด้วยความที่เป็นมหาสมุทร คลื่นจึงสูงมาก คนที่ไม่เคยเมาเรือก็อาจจะเมาจนอาหารในท้องกลับออกมาทางเดิมได้ กิจกรรมนี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าใครเคยเมาเรือ ต้องเตรียมตัวให้ดี ๆ แต่พอได้เห็นฝูงโลมาน่ารัก ๆ มันก็คุ้มกับความเมา ส่วนวาฬนั้นไม่โผล่มาให้เห็นง่าย ๆ ต้องโชคดีจริง ๆ ถึงจะเห็น

ถัดมาที่ป่าเขา ไฮไลต์ของฮวาเหลียนอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ (Taroko National Park) อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน ทอดตัวยาวกินพื้นที่ตั้งแต่ฝั่งตะวันออกไปจนสุดฝั่งตะวันตกของเกาะ ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ ฮวาเหลียน(Hualien) หนานโถว (Nantou) และไถจง (Taichung)

ทาโรโกะเป็นภูเขาหินที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม ภายในอุทยานมีความสวยงามอันน่าทึ่งของธรรมชาติให้เห็นมากมาย ทั้งหน้าผาหินขนาดใหญ่ แม่น้ำ น้ำตก ถ้ำ และมีหมู่บ้านชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในไต้หวันก่อนที่ชาวญี่ปุ่นและชาวจีนจะเข้าไปสร้างบ้านเมืองในไต้หวัน

ทะเลไปแล้ว ภูเขาก็ไปแล้ว มาที่แม่น้ำกันบ้าง ใครชอบแอดเวนเจอร์หน่อย ๆ จะต้องชอบกิจกรรม ล่องแก่งที่ลำธารซิ่วกูหลวน (Xiuguluan River) ที่นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับการล่องแก่งแล้วยังได้ชมวิวสวย ๆ ตลอดสองข้างทาง ที่นี่มีบริษัทให้บริการเรือล่องแก่งหลายเจ้า บางเจ้ามีแพ็กเกจล่องแก่งพร้อมกิจกรรมแวะขึ้นฝั่งทานอาหารว่างแบบชนเผ่าคีวิต (Kiwit) ที่ไม่ใช่แค่เตรียมอาหารสำเร็จรูปมาให้กินสบาย ๆ แต่ยังให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการหาวัสดุเพื่อใช้ในการประกอบอาหาร และทำอาหารให้ดูสด ๆ เป็นกรรมวิธีการทำอาหารด้วยวัสดุธรรมชาติที่จำลองมาจากวิถีดั้งเดิมในยุคที่ยังไม่มีภาชนะหุงต้มอาหาร ถ้าใครชอบเที่ยวเชิงแอดเวนเจอร์และคัลเจอร์ รับรองต้องประทับใจกิจกรรมนี้

 

นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประจำจังหวัดที่ สวนอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมฮวาเหลียน (Hualien Cultural Creative Industries Park) เดิมพื้นที่และอาคารตรงนี้เป็นโรงงานผลิตไวน์อายุเก่าแก่กว่าร้อยปี ปัจจุบันถูกปรับปรุงเป็นพื้นที่แสดงนิทรรศการ การแสดงของชนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ของเมือง และเป็นที่ตั้งของตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของไต้หวัน เป็นพื้นที่เปิดที่ชาวเมืองฮวาเหลียนมาพักผ่อนหย่อนใจและทำกิจกรรมครอบครัวกันเยอะทีเดียว


การได้ไปเยือนและทำความรู้จักฮวาเหลียนในครั้งนี้ ทำให้ได้รู้จักไต้หวันในมิติใหม่ ๆ และประทับใจจนอยากไปอีกสักครั้ง