บล.โกลเบล็ก ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังเผชิญแรงกดดันจาก DELTA ที่ยังติด Cash Balance-เฟดยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย มองดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,270-1,300 จุด พร้อมแนะลงทุนหุ้นกลุ่ม “อาหาร” รับอานิสงส์ค่าบาทอ่อน และหุ้น “โรงไฟฟ้า” ลุ้นเปิดประมูลโครงการนำร่อง Direct PPA ปลายปีนี้
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า บล.โกลเบล็กประเมินดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในสัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวในกรอบ 1,270-1,300 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้น DELTA ที่ยังอยู่ภายใต้มาตรการ Trading Alert T1 ส่งผลให้เกิดแรงขายต่อเนื่องในกลุ่มเทคโนโลยี
ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสหรัฐที่ยังอยู่ในภาวะชัตดาวน์อย่างยืดเยื้อ ขณะที่การเจรจาระหว่างพรรครีพับลิกันและเดโมแครตเกี่ยวกับร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณชั่วคราวยังไม่มีความคืบหน้า ส่งผลให้ตลาดขาดความมั่นใจในเสถียรภาพทางการคลังของประเทศมหาอำนาจ
ขณะเดียวกัน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังไม่ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวเปิดการประชุมว่าด้วยธนาคารชุมชน โดยไม่ได้กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจหรือทิศทางนโยบายการเงินของ Fed แต่อย่างใด ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก ทำให้ตลาดขาดปัจจัยบวกจากฝั่งต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในประเทศยังมีน้ำหนักต่อการพยุงดัชนี โดยเฉพาะการแถลงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย ซึ่งอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมาในสัปดาห์นี้ ส่วน “มาตรการคนละครึ่งพลัส” จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 เติบโต และภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศและสนับสนุนธุรกิจภาคการค้าและบริการ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ด้านเศรษฐกิจไทย ธนาคารซิตี้แบงก์คาดการณ์ว่า GDP ปี 2568 จะเติบโตเพียง 2.2% ก่อนจะชะลอลงเหลือ 1.6% ในปี 2569 จากแรงกดดันด้านการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว การลงทุนภาคเอกชนที่ยังจำกัด และภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับสู่ระดับศักยภาพที่คาดหวัง และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ประเมินว่า GDP ไทยปีนี้จะเติบโตเพียง 2% โดยครึ่งปีแรกเติบโตแล้ว 3% แต่ครึ่งปีหลังคาดว่าจะโตเฉลี่ยเพียง 1% โดยเฉพาะในไตรมาส 3 และ 4 ที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.7% และ 0.3% ตามลำดับ
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มอาหารรับอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อนค่า ได้แก่ CPF, TU, ITC, BTG, TFG ส่งผลให้ราคาหุ้นคึกคัก และหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ได้อานิสงส์รัฐบาลไฟเขียวโครงการนำร่อง Direct PPA ดึงต่างชาติลงทุน Data Center และอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด คาดเปิดประมูลในเดือนธันวาคม 2568 โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC, EGCO, RATCH