อนุญาโตเหมืองทองอัคราไม่จบ 2 ปีส่งเอกสารกันไปมา-ปลดคนงาน 1 พัน
อนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทเหมืองทองคำอัคราลากมา 1 ปียังอืด ล่าสุด ก.อุตฯเพิ่งส่งข้อมูลเอกสารแจงปมร้อน ด้าน “อัคราฯ” ปรับตัวลดจ้างพนักงาน 900 กว่าคน ย้ำมั่นใจในข้อตกลง TAFTA ขึ้นศาลอีก 2 ปีก็รอไหว หากไม่มีมติใดออกมาเตรียมพิจารณาอนุญาโตตุลาการอีกครั้ง พ.ย.นี้
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าผ่านมา 1 ปีหลังจากคำร้องของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซสจำกัด (มหาชน) เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการกรณีที่บริษัทดังกล่าวได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาท (statement of claim) รัฐบาลไทย ซึ่งได้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 72/2559 เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2559 ระงับการอนุญาตให้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ จ.พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก จนส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ โดยอาศัยความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA)
นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ยื่นเอกสารเพื่อชี้แจงรายละเอียดต่อกัน โดยล่าสุดกระทรวงได้ส่งเอกสารเพิ่มเติมไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หลังจากนี้ ต้องรอจนกว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการรวบรวมข้อมูลจนแล้วเสร็จ ทางศาลจึงจะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายขึ้นศาล อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลไทยและบริษัทคิงส์เกตฯยังคงยินดีที่จะเจรจากันเพื่อหาข้อยุติร่วมกันเช่นเดิม
ด้านนายสิโรจ ประเสริฐผล กรรมการ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเวลากว่า 1 ปี นับตั้งแต่ที่บริษัทคิงส์เกตฯได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) เมื่อเดือน พ.ย. 2560 ทางบริษัทคิงส์เกตฯได้ดำเนินการส่งเอกสารต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนคำร้องของบริษัทอัคราฯมาตลอดอย่างต่อเนื่อง และจะยังคงดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป ทั้งนี้ หากยังไม่มีมติใดออกมาจะมีการพิจารณาอนุญาโตตุลาการอีกครั้งในช่วงปลายเดือน พ.ย. 2562 นี้

ปัจจุบันบริษัทอัคราฯรวมถึงส่วนของเหมืองแร่ทองคำชาตรี ยังคงมีการดำเนินงานและว่าจ้างพนักงานในประเทศไทยเหลืออยู่ 25 คน จากในอดีตที่เคยมีพนักงานมากกว่า 1,000 คน เพราะในส่วนของเหมืองแร่ทองคำชาตรีได้เข้าสู่กระบวนการบำรุงรักษา (care and maintenance) โดยไม่ได้มีการดำเนินกิจกรรมทำเหมืองแร่ใด ๆ ทั้งสิ้น
“ในเรื่องของการฟื้นฟูนั้น อย่างที่เคยเรียนแจ้งว่าบริษัทได้ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ไปพร้อมกับการทำเหมืองตามกฎหมายอยู่เสมอ แม้ในขณะนี้เราก็ยังมีการดำเนินการฟื้นฟูอยู่บางส่วนด้วยความรับผิดชอบ ขณะที่พนักงานอัคราฯที่เหลืออยู่ก็ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือชุมชนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ ลงพื้นที่พบปะกับประชาชนใหญ่หรือเล็ก เรายังคงเข้าไปร่วมช่วยเหลือเสมอ ตามปณิธานของเราว่าเหมืองคือบ้านของเรา และเราคือสมาชิกในบ้านในชุมชน”
ทั้งนี้ หากกระบวนการของอนุญาโตตุลาการยืดเยื้อเป็นเวลาถึง 2 ปี บริษัทอัคราฯยังเคลื่อนไหวที่จะเดินหน้าต่อสู้ และมั่นใจมากในเรื่องการอนุญาโตตุลาการภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องการให้ข้อพิพาทนี้จบลงอย่างรวดเร็ว เพราะอยากให้ประเทศชาติและประชาชนได้ประโยชน์ เนื่องจากตั้งแต่เหมืองต้องหยุดดำเนินกิจการ ภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ต่างเสียโอกาสไปมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าภาคหลวง ภาษี การจ้างงานในพื้นที่ และอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันชุมชนพื้นที่รอบเหมืองซบเซามาก เศรษฐกิจชะงัก อดีตพนักงานที่ยังคงตกงาน ไม่มีรายได้ ในขณะที่อดีตพนักงานอีกจำนวนหนึ่งต้องเดินทางไปทำงานต่างถิ่น
“ส่วนบริษัทคิงส์เกตฯจะลงทุนต่อหรือถอนการลงทุนต่อหรือไม่นั้น ตอนนี้เราบอกได้เพียงว่าเหมืองไม่ได้มีการดำเนินกิจกรรมทำเหมืองแร่ใด ๆ และยังคงยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องที่เราทำต่อไป ตอนนี้ก็ยังคงต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายที่เราสามารถทำได้ ก็รอผลและเรามั่นใจมากในเรื่องการอนุญาโตตุลาการภายใต้ TAFTA”