ผ่าตัดการบินไทย ล้มแผนซื้อฝูงบิน-คลังลดถือหุ้นต่ำกว่า 50 %
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการผ่าตัด บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) และการนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ 50,000 ล้านบาท ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 โดยแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้พิจารณาแผนการก่อนนำเสนอ ครม. แล้วเห็นว่าหัวใจของแผนการฟื้นฟูการบินไทยคือ เงิน คน เส้นทาง เครื่องบิน และการจำหน่ายตั๋ว ที่ต้องบูรณาการใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างรายได้และลดปัญหาการขาดทุน ซึ่งการบินไทยประเมินหากทำตามแผนที่เสนอ จะทำให้ผลประกอบการพ้นจากการขาดทุน
แผนการฟื้นฟูที่เสนอ ประกอบด้วย วงเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000-70,000 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อรักษาสภาพคล่องเงินสดและใช้จ่ายด้านต่างๆ ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2563 รวม 5 เดือน
“การบินไทยจะทยอยกู้เป็นรายเดือนเฉลี่ยเดือนละ 10,000 ล้านบาท ในเดือนพฤษภาคม จะขอกู้ประมาณ 9,000 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายภายในองค์กร”
นอกจากนี้ยังมีแผนการที่จะปรับเส้นทางการบินใหม่ให้สอดรับกับสถานการณ์อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก โดยจะเลือกบินเส้นทางระหว่างประเทศที่มีกำไรเท่านั้น ส่วนบริษัทไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูก จะปรับบทบาทเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ และบินเส้นทางในประเทศอย่างเดียว
และมีแผนการปลดระวางและกำหนดเครื่องบินใหม่ ให้ตอบโจทย์การเดินทาง ต่อไปเครื่องบินลำใหญ่จะไม่มีความจำเป็นในการให้บริการอีกต่อไป และเปลี่ยนจากซื้อมาเป็นเช่าแทน โดยจะชะลอแผนซื้อเครื่องบินใหม่ 38 ลำ วงเงิน 1.5 แสนล้านไว้ก่อน
สำหรับแผนการบริหารสัดส่วนหุ้น หลังครม. อนุมัติแผนการฟื้นฟู จะให้กระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือหุ้นให้น้อยกว่า 50 % แต่ยังคงเป็นรัฐวิสหกิจ ให้กองทุนวายุภักษ์ และธนาคารออมสิน เข้ามาถือหุ้นเพิ่ม
การลดสัดส่วนถือหุ้นของกระทรวงการคลัง ต่ำว่า 50 % จะทำให้สถานะการบินไทย ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจประเภทที่ 1 อีกต่อไป กลายเป็นประเภทที่ 2 หรือ 3 และอาจทำให้สหภาพการบินไทยหมดสิ้นสถานะลงด้วย