“ซูซูกิ” ปรับทัพ รื้อโครงสร้างใหญ่ทีมขาย-ตลาด

1หลังจากตั้งโต๊ะแถลงข่าวความชัดเจนในการตัดสินใจครั้งสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของค่ายรถจักรยานยนต์ “ซูซูกิ”

นำทีมโดย “ชินจิ ฮะสึอิ” ประธาน บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ที่ระบุว่าครั้งนี้ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรอบทศวรรษ หลังจากไทยซูซูกิฯต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ตั้งแต่สภาพเศรษฐกิจของโลก วิกฤตโควิด และปัจจัยลบอีกมากมาย ทำให้ยอดขายจักรยานยนต์ซูซูกิไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และคาดว่าสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้จะยังคงดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ซูซูกิจึงได้ตัดสินใจจัดตั้งผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ เป้าหมายหลักคือ ต้องการเพิ่มยอดขายมอเตอร์ไซค์ซูซูกิในไทยอีกครั้ง และเพื่อให้ซูซูกิสามารถดำรงคงอยู่ในตลาดประเทศไทยต่อไปได้

ซูซูกิโมโตเซลส์ฯคุมขาย-ตลาด

ซูซูกิประเมินว่าเป็นเรื่องยากหากยังดำเนินการทำธุรกิจในรูปแบบเดิม ๆ ต่อไป จึงได้ตัดสินใจในการทำสิ่งที่ท้าทายใหม่ ด้วยการจัดตั้งผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ได้แก่ “บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด” โดยร่วมมือกับบริษัท บ้านซูซูกิ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในเขตภาคใต้ โดยจะเป็นผู้ดูแลผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิในเขต 63 จังหวัด ยกเว้นในเขต 14 จังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้ บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ฯเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท บ้านซูซูกิมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้น 70% และบริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ถือหุ้น 30% เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายคือการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาด

บ้านซูซูกิ คุมเบ็ดเสร็จทั้ง ปท.

ภายใต้การแบ่งกรอบความรับผิดชอบ คือ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและเลือกเฟ้นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าเพื่อตอบสนองความพึงพอใจแก่ผู้บริโภคชาวไทย ส่วนบริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์และอะไหล่รถจักรยานยนต์ซูซูกิ และสนับสนุนการดำเนินกิจการและให้ความร่วมมือแก่ซูซูกิ โมโตเซลส์ฯ ทั้งนี้ สำหรับการจำหน่ายอะไหล่ ไทยซูซูกิมอเตอร์ยังคงให้บริการในการจำหน่ายอะไหล่ซูซูกิแก่ผู้แทนจำหน่ายโดยตรงเหมือนเดิม และบริษัทใหม่ซูซูกิ โมโตเซลส์ฯจะรับผิดชอบงานด้านการขาย การตลาด และการบริการหลังการขาย

พร้อมสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง

“มนูศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ” ประธานกรรมการบริหาร และ “อัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
ชื่อแรกคลุกคลีอยู่กับแบรนด์ซูซูกิมากว่า 54 ปี ตั้งแต่ยุคบุกเบิกในรุ่นพ่อ จนส่งต่อมายังรุ่นตนเอง ผ่านความเปลี่ยนแปลงกับซูซูกิมาหลายยุคหลายสมัย แต่ “ผมก็ไม่เคยที่จะทิ้งซูซูกิไปไหน…นั้นหมายความว่า บ้านซูซูกิเรามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะอยู่รอดได้ และตนจะใช้ความแข็งแกร่งจากการดำเนินธุรกิจของบ้านซูซูกิมาเสริมสร้างศักยภาพให้กับรถจักรยานยนต์ไทยซูซูกิมีความแข็งแกร่งได้อีกครั้ง”

นี่คือคำประกาศความมั่นใจและความเชื่อมั่นว่า เพื่อนำพาแบรนด์ซูซูกิในประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง ด้วยกลยุทธ์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น ด้วยการนำความแข็งแกร่งของพันธมิตรและคู่ค้ามาวางแผนในเชิงกลยุทธ์ การจัดการ และการบริหารไปควบคู่กันเพื่อเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นการพัฒนาหลักใน 3 มิติด้วยกัน ซึ่งได้แก่

1.ด้านผลิตภัณฑ์ เน้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ด้วยการเน้นเลือกผลิตภัณฑ์ที่สร้างประสบการณ์ระหว่างการขับขี่ ให้ผู้ใช้งานได้สนุกไปกับรถจักรยานยนต์ของเรา และก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกแง่มุม สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เกิดขึ้นในตลาด เป็นการ create a wow ให้กับลูกค้าของเรา

2.โชว์รูมและศูนย์บริการบริษัทได้พัฒนาระบบการทำงานด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้กับผู้แทนจำหน่าย เพื่อให้ให้การบริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งและครอบคลุมในทุกพื้นที่ของประเทศไทย

3.การบริการและกิจกรรมทางการตลาด ที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการสร้างความพึงพอใจในทุกขั้นตอนของการบริการ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการขายหรือบริการหลังการขาย

อีกทั้งยังมีการตลาดเชิงกิจกรรมรายพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม พร้อมแผนการปรับภาพลักษณ์การตลาดออนไลน์ เพื่อให้พร้อมรับมือไปกับยุคการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า ยุค digital transformation

3 หมื่นคัน เป้าหมายแรก

ขณะเดียวกัน ผู้บริหารมือดี “อัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ก็ประกาศความพร้อมเดินหน้าผลักดันให้ซูซูกิกลับมามียอดขายแตะระดับ 30,000 คันในปี 2564 และจะต้องเติบโตเพิ่มขึ้นปีละไม่น้อยกว่า 20%

นี่คือเป้าหมายระยะแรก ท่ามกลางการทำธุรกิจบนสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกยุคปัจจุบัน คือ ความท้าทายใหม่ของการทำตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ด้วยกลยุทธ์แบบ “agile และ customer centric” ลดความซับซ้อนในการทำงานลง มีระบบการทำงานที่ดีมารองรับ และมุ่งเน้นการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพของทีมงาน

โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พยายามเข้าใจว่าลูกค้ามีความต้องการอะไร เข้าไปเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้า และการทำงานของซูซูกิด้วยการทำตลาดโดยลงรายละเอียดเข้าไปยังแต่ละพื้นที่ที่มีความต้องการที่แตกต่างและหลากหลาย

เพื่อให้แบรนด์ “ซูซูกิเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายและเข้าไปแทรกอยู่ในใจลูกค้าชาวไทยทุกคน”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ