เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
Politics ก.พ. ลุย ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ มุ่งให้มีผลในปีงบฯ 70 เล็งเพิ่มเงินเดือน ขรก.ในต่างประเทศ
เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
Real Estate เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 1.1 หมื่นล้าน เปิดตัว ‘CenTRal cENtrAL’ มิกซ์ยูสแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์
เอกนิติ ยัน ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ จำเป็น จับตา “ศาล รธน.” 9 ก.ค. ย้ำต้องเร่งลงทุน-เปลี่ยนผ่านพลังงาน
Politics เอกนิติ ยัน ‘พ.ร.ก.กู้ฯ’ จำเป็น จับตา “ศาล รธน.” 9 ก.ค. ย้ำต้องเร่งลงทุน-เปลี่ยนผ่านพลังงาน
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางการซื้อ-ขายที่เบาบางก่อนวันหยุดยาวสหรัฐ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ท่ามกลางการซื้อ-ขายที่เบาบางก่อนวันหยุดยาวสหรัฐ
ผลการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Thailand สนามที่ 1
Automotive ผลการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Thailand สนามที่ 1
คอนเฟิร์มบัตรคนจน ไม่ใช้เกณฑ์ตัดสิทธิลดหย่อนภาษีลูกกตัญญู
Finance คอนเฟิร์มบัตรคนจน ไม่ใช้เกณฑ์ตัดสิทธิลดหย่อนภาษีลูกกตัญญู
SET วันนี้ (6 ก.ค.) คาดกรอบเคลื่อนไหว 1,600-1 625 จุด
Finance SET วันนี้ (6 ก.ค.) คาดกรอบเคลื่อนไหว 1,600-1 625 จุด
SAPPE รุกตลาดวอเตอร์พลัส ปั้นนวัตกรรมชิงเม็ดเงิน 977 ล.
Business SAPPE รุกตลาดวอเตอร์พลัส ปั้นนวัตกรรมชิงเม็ดเงิน 977 ล.
IRPC-GPSC ลุยโซลาร์ฟาร์ม 98 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ 716 ไร่ จ.สงขลา
Economic IRPC-GPSC ลุยโซลาร์ฟาร์ม 98 เมกะวัตต์ บนพื้นที่ 716 ไร่ จ.สงขลา
ไมเดีย ส่ง Portasplit แก้เกมยุโรปติดแอร์ยาก 
Business ไมเดีย ส่ง Portasplit แก้เกมยุโรปติดแอร์ยาก 
ดูทั้งหมด

สำรวจเงินเดือนปี’66 ธุรกิจปรับเพิ่ม-รับตลาดแรงงานฟื้น

09 พ.ย. 2565 | 19:41น.
เงินเดือน

เงินเดือน

เมอร์เซอร์ (Mercer) บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำทางด้านทรัพยากรบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารจัดการพนักงาน ค่าตอบแทน และสวัสดิการสำหรับพนักงาน การเกษียณอายุ รวมถึงการลงทุน ได้สำรวจ Total Remuneration Survey (TRS) ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นโครงการสำรวจหลักเพื่อศึกษาเกณฑ์ด้านค่าจ้าง ผลตอบแทนที่เกี่ยวกับค่าจ้าง และนโยบายตอบแทนพนักงานในแต่ละปี และแนวโน้มของงบประมาณการจ้างงาน และการโยกย้ายงานที่จะเกิดขึ้นในปีถัดไป

นอกจากนี้ เมอร์เซอร์ยังจัดสำรวจข้อมูลตลาดตลอดทั้งปี เพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจ และแนวโน้มตลาดแรงงานที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยการสำรวจล่าสุดนี้เป็นการสำรวจองค์กร 636 แห่งใน 15 อุตสาหกรรมในประเทศไทย ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน 2565

จักรชัย บุญยะวัตร
จักรชัย บุญยะวัตร

“จักรชัย บุญยะวัตร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่าทุกธุรกิจมีความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถ ซึ่งการรักษาคนให้อยู่กับองค์กรต้องแน่ใจว่าแผนการจ่ายผลตอบแทนของแต่ละบริษัทสอดคล้องกับตลาด

ด้วยเหตุนี้ เมอร์เซอร์จึงมีฐานข้อมูลค่าตอบแทน และผลประโยชน์ที่ครอบคลุม เพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ ในการวางแผนค่าตอบแทน และการพัฒนานโยบาย

ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ทำให้เห็นแนวโน้มการโยกย้ายงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากธุรกิจต่าง ๆ กลับมาจ้างงาน และเพิ่มจำนวนบุคลากรที่มีความสามารถเพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาด

ที่สำคัญ ธุรกิจของไทยอยู่ในช่วงที่มีการแข่งขันสูงมาก ทั้งยังมีการแย่งชิงบุคลากรที่มีทักษะความสามารถสูง โดยมีการเสนอรายได้และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อดึงดูดบุคลากร

“จากแนวโน้มผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศไทยที่คาดการณ์ว่าจะปรับขึ้น 3.8% ในปี 2566 ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อ GDP เติบโตมาจากภาคธุรกิจการท่องเที่ยวขาเข้า การส่งออก สินค้าอุปโภคบริโภค การผลิต ที่พัก และร้านอาหาร

โดยอัตรา GDP ที่โตขึ้นจะส่งผลให้การปรับค่าตอบแทนในปี 2566 มีทิศทางที่ดีขึ้น และไม่พบว่ามีอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทยจะปรับลดอัตราการขึ้นเงินเดือน การขึ้นเงินเดือนในประเทศไทยจะอยู่ที่ 4.5% ส่งผลให้งบประมาณเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 5%”

อัตราการปรับขึ้นเงินเดือนของไทยจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิกเล็กน้อย (ไม่รวมอินเดีย ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2565) ที่มีอัตราการปรับขึ้นเฉลี่ย 4.4% ทั้งนี้ อัตราค่ากลางของค่าตอบแทนที่ปรับสูงขึ้นในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของค่าตอบแทนในตลาดแรงงานของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ และประเทศที่พัฒนาแล้ว

สำหรับประเทศที่คาดว่าจะมีการปรับอัตราค่าตอบแทนสูงที่สุดในภูมิภาคคือเวียดนาม โดยอาจสูงถึงระดับ 7.1% ขณะที่ญี่ปุ่นมีการปรับอัตราค่าตอบแทนต่ำที่สุดอยู่ที่ 2.2%

“จักรชัย” อธิบายต่อว่าหากแบ่งตามอุตสาหกรรมจะพบแนวโน้มอัตราการปรับขึ้นเงินเดือนสูงสุดไปถึงต่ำสุดในไทยปี 2566 ดังนี้ อุตสาหกรรมเคมี 4.9%, อุตสาหกรรมเทคโนโลยี 4.8%, อุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ 4.8%, อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค 4.6%, อุตสาหกรรมยานยนต์ 4.5% และอุตสาหกรรมประกันชีวิต 4.0% ตามลำดับ

ดังนั้น จากการคาดการณ์การปรับอัตราการขึ้นเงินเดือนครั้งนี้นับว่าใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้าเกิดวิกฤตโควิด-19 อยู่ที่ 5% ยกเว้นอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมประกันชีวิต ถึงแม้อุปสงค์ต่อภาคยานยนต์และประกันชีวิตจะเพิ่มขึ้น แต่ภาวะด้านการเงินของ 2 อุตสาหกรรมยังไม่สามารถกลับไปเท่าก่อนหน้าวิกฤตโรคระบาด

สำหรับการคาดการณ์การจ่ายโบนัสของปี 2565 เฉลี่ยทุกอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.6 เดือน และหากแบ่งตามอุตสาหกรรมจะเป็นดังนี้ อุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ 2.4 เดือน, อุตสาหกรรมประกันชีวิต 2.1 เดือน, อุตสาหกรรมยานยนต์ 2.1 เดือน, อุตสาหกรรมเคมี 1.7 เดือน, อุตสาหกรรมเทคโนโลยี 1.6 เดือน และอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค 1.5 เดือน

“อย่างไรก็ตาม การที่องค์กรต่าง ๆ แข่งขันกันด้วยค่าจ้างแต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืน ดังนั้น นายจ้างจึงควรพิจารณามุ่งเน้นการนําเสนอผลประโยชน์ด้านอื่น ๆ ในองค์รวมให้แก่พนักงาน เช่น ความโปร่งใสของค่าจ้าง เส้นทางสู่ความก้าวหน้าในองค์กรที่ชัดเจน ตลอดจนแนวทางการทำงานรูปแบบใหม่ที่ส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยผ่านสวัสดิการด้านสุขภาพในรูปแบบต่าง ๆ และระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น”

สำหรับอัตราการลาออกโดยสมัครใจโดยเฉลี่ยของครึ่งปี 2565 เฉลี่ยทุกอุตสาหกรรมอยู่ที่ 5.5% และหากแบ่งตามอุตสาหกรรมพบว่าอุตสาหกรรมประกันชีวิต 6.5%, อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค 6.4%, อุตสาหกรรมยาและเครื่องมือแพทย์ 6.3%, อุตสาหกรรมเทคโนโลยี 4.3%, อุตสาหกรรมยานยนต์ 4.0% และอุตสาหกรรมเคมี 3.1% ตามลำดับ

“ส่วนสาเหตุของการลาออก 5 อันดับแรกคือ หนึ่ง ไม่พอใจในอัตราการจ่ายเงินเดือนและ/หรือไม่ได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้น 65%, สอง สามารถได้รับผลประโยชน์ที่ดีขึ้นจากบริษัทอื่น 42%, สาม ภาวะเหนื่อยล้าจากการทำงานและต้องการความเปลี่ยนแปลง 30%, สี่ ความสัมพันธ์ในการทำงานเชิงลบกับผู้บังคับบัญชา 28% และห้า ไม่พอใจวัฒนธรรมองค์กร และขาดความยืดหยุ่นในการทำงาน 21%”

ขณะที่การเคลื่อนไหวฝั่งนายจ้างเกี่ยวกับนโยบายการปรับเปลี่ยนกำลังพนักงานในปี 2566 มากกว่าครึ่ง (53%) ของนายจ้างในไทยที่ร่วมทำการสำรวจกล่าวว่าจะไม่มีนโยบายในการปรับเปลี่ยนกรอบอัตรากำลังพนักงานปี 2566 และ 1 ใน 5 (หรือราว 22%) กล่าวว่าจะเพิ่มจำนวนพนักงาน ในขณะที่มีเพียง 4% ระบุว่าจะลดจำนวนพนักงานลง

นับว่าองค์กรต่าง ๆ ควรพิจารณาแผนการจ่ายค่าตอบแทนแบบองค์รวมมากกว่าการจ่ายค่าตอบแทนเป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว ทั้งนั้นเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์กรนานที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดแรงงาน เงินเดือน