ดัชนีสำคัญหนึ่งที่บ่งบอกระดับแม่น้ำในเสฉวนคือ พระพุทธรูปใหญ่เล่อซาน
วันที่ 24 สิงหาคม 2565 สำนักข่าว ซินหัว รายงานว่า แม่น้ำสาขาของแม่น้ำแยงซี จำนวน 3 สาย มีระดับน้ำลดลงเพราะภัยแล้งในช่วงไม่นานนี้ ส่งผลให้เห็นส่วนฐานของ พระพุทธรูปใหญ่เล่อซาน มรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งอยู่นอกเมืองเล่อซาน มณฑลเสฉวน (ซื่อชวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
พระพุทธรูปแกะสลักริมผาภูเขาเล่อซาน ตั้งอยู่ ณ จุดที่แม่น้ำสาขาทั้งสามสายไหลมาบรรจบกัน ได้แก่ แม่น้ำหมิ่นเจียง แม่น้ำชิงอี และแม่น้ำต้าตู้

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีน ระบุว่าบางพื้นที่ของเจียงซู อันฮุย เหอหนาน หูเป่ย เจ้อเจียง ฝูเจี้ยน เจียงซี หูหนาน กุ้ยโจว ฉงชิ่ง ซื่อชวน (เสฉวน) ส่านซี กานซู่ และทิเบต (ซีจ้าง) ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งระดับปานกลางถึงรุนแรง

ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ที่เสฉวน พระพุทธรูปใหญ่เล่อซาน เป็นสถาปัตยกรรมหนึ่งที่บ่งบอกถึงระดับน้ำในพื้นที่
เมื่อ 19 ส.ค. 2020 (พ.ศ.2563) ระดับน้ำที่บริเวณพระพุทธรูปเล่อชาน ท่วมสูงขึ้นมาถึงพระบาทของรูปปั้นแล้ว เป็นครั้งแรกนับจากปี 1949 (พ.ศ. 2492) ระดับน้ำครั้งนั้นนับเป็นครั้งวิกฤตที่สุดในรอบ 70 ปี ประชาชนต้องอพยพแล้วกว่า 1 แสนคน ท่ามกลางประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดของมณฑลเสฉวนนานหลายสัปดาห์

รู้จัก พระพุทธรูปใหญ่เล่อซาน
พระพุทธรูปใหญ่ เล่อซาน เป็นพระพุทธรูปแกะสลักริมผาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูง 71 เมตร เริ่มสร้างในปี 713 สมัยราชวงศ์ถัง (ปี 618-907) และใช้เวลาแกะสลักกว่า 90 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี 1996 (พ.ศ. 2539)
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2022 ปีนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจำเป็นต้องบูรณะองค์พระอีกครั้ง หลังผ่านการบูรณะใหญ่ในเดือนเมษายน 2019 (พ.ศ.2562) ซึ่งเป็นงานบูรณะขนานใหญ่ครั้งที่ 7 ในรอบร้อยปี

พื้นที่ส่วนจมูกและใบหน้าของพระใหญ่เล่อซานมีร่องรอยดำและสกปรก ขณะส่วนหน้าอก ท้อง มือ และขาบางจุดปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำและพืชอื่น ๆ
แผนงานบูรณะล่าสุดนี้ เมืองเล่อซานจัดงานสัมมนาหารือแผนการบูรณะพระพุทธรูปยักษ์ เชิญผู้เชี่ยวชาญตัดสินใจแก้ไขต้นเหตุความเสื่อมโทรม แทนการปรับปรุงโฉมนอก เพื่อให้รูปแกะสลักนี้ตั้งตระหง่านสง่างามอีกนานหลายปี
จานฉางฝ่า อดีตรองประธานสถาบันมรดกวัฒนธรรมจีน (CACH) กล่าวว่า งานสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางบูรณะครั้งสำคัญ โดยหันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอเพิ่มเติม จากเดิมที่ให้ความสำคัญเฉพาะปลายเหตุ

คณะผู้เชี่ยวชาญพบว่าความเสียหายจากน้ำ ฝนและความชื้น เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พระใหญ่เล่อซานเสื่อมโทรมมากที่สุด โดยหวงเค่อจง นักวิจัยจากสถาบันเผยผ่านระบบวิดีโอจากกรุงปักกิ่งว่า ก่อนอื่นเราต้องแก้ไขปัญหาความเสียหายจากน้ำ ไม่เช่นนั้นการปรับปรุงรูปแกะสลักจะช่วยระงับปัญหาได้แค่ชั่วคราว
ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นต่างเห็นพ้องว่าต้องดำเนินมาตรการหลากหลาย เพื่อจัดการความเสียหายจากน้ำ ซึ่งครอบคลุมการสำรวจทางธรณีวิทยา การติดตาม และประเมินผล การวิจัยวัสดุ และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
นอกจากนั้น จานตั้งคำถามสำหรับการวางแผนอย่างเป็นระบบและแก้ปัญหาทีละขั้นตอน อาทิ รอยแตกภายในอยู่ที่ใด จะรับมือสภาพดินฟ้าอากาศอย่างไร วัสดุแบบไหนนำไปซ่อมแซมได้ดีกว่า ควรสร้างกันสาดหรือไม่ และจะจำกัดจำนวนผู้เข้าชมหรือไม่
จานเสริมว่า เมื่อพิจารณาสภาพทางธรรมชาติและภูมิศาสตร์ ณ จุดที่ตั้งของพระพุทธรูป แผนบูรณะข้างต้นมีเป้าหมายทำให้พระใหญ่องค์นี้ “แข็งแกร่งขึ้น ทรุดโทรมน้อยลง และตั้งตระหง่านอย่างยั่งยืน”
ด้านหวังอี้ หัวหน้าสำนักบริหารมรดกวัฒนธรรมซื่อชวน ระบุว่าผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศจะให้ความร่วมมือเชิงลึกและผสานสารพัดองค์ความรู้เพื่อปกป้องพระพุทธรูปยักษ์องค์นี้
……….