เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
SCB EIC ประเมินน้ำท่วมกระทบ 1.48 ครัวเรือน ฉุดเศรษฐกิจ 0.1%
Finance SCB EIC ประเมินน้ำท่วมกระทบ 1.48 ครัวเรือน ฉุดเศรษฐกิจ 0.1%
ก.ล.ต.ยกระดับคุม IPO-SPO กำหนดผู้ตรวจสอบภายใน ต้องมีประสบการณ์ 5 ปี
Finance ก.ล.ต.ยกระดับคุม IPO-SPO กำหนดผู้ตรวจสอบภายใน ต้องมีประสบการณ์ 5 ปี
ส.อ.ท. -กระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นโรงงานน้ำท่วม ชงมาตรการช่วย SMEs–ปลดล็อกกฎระเบียบ
Economic ส.อ.ท. -กระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นโรงงานน้ำท่วม ชงมาตรการช่วย SMEs–ปลดล็อกกฎระเบียบ
เอกนิติ คาด AM2026 สร้างเงินหมุนเวียนในระบบทะลุ 2,000 ล้าน จากผู้ร่วมงาน 191 ประเทศ
Finance เอกนิติ คาด AM2026 สร้างเงินหมุนเวียนในระบบทะลุ 2,000 ล้าน จากผู้ร่วมงาน 191 ประเทศ
สรรพากร โชว์ผลงานจัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2.5 ล้านล้าน สูงกว่าเป้า 7.5 หมื่นล้าน
Finance สรรพากร โชว์ผลงานจัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2.5 ล้านล้าน สูงกว่าเป้า 7.5 หมื่นล้าน
สยามพารากอน ประกาศความสำเร็จ“Bangkok Watch Week 2026” วางแผนลุยต่อปีหน้า
Biz Movement สยามพารากอน ประกาศความสำเร็จ“Bangkok Watch Week 2026” วางแผนลุยต่อปีหน้า
คนไทยใช้ LINE OpenChat ทำทุกอย่าง ‘สั่งข้าว-ติวสอบ-หางาน‘ จนเป็นตลาดเบอร์ 1 ผู้ใช้งานทะลุ 24 ล้านคน
Tech คนไทยใช้ LINE OpenChat ทำทุกอย่าง ‘สั่งข้าว-ติวสอบ-หางาน‘ จนเป็นตลาดเบอร์ 1 ผู้ใช้งานทะลุ 24 ล้านคน
บี.กริม คว้ารางวัล“HR Asia Awards 2026” องค์กรน่าทำงานที่สุดในเอเชีย ต่อเนื่องปีที่ 5
HR บี.กริม คว้ารางวัล“HR Asia Awards 2026” องค์กรน่าทำงานที่สุดในเอเชีย ต่อเนื่องปีที่ 5
กต.จัด 4 เวทีคู่ขนาน ระหว่างการประชุม IMF-World Bank
World กต.จัด 4 เวทีคู่ขนาน ระหว่างการประชุม IMF-World Bank
ดูทั้งหมด

“โอเปกพลัส” เล็งลดผลิต ทุบซ้ำ…เศรษฐกิจโลก

05 ต.ค. 2565 | 09:19น.
โอเปกพลัส
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

การประชุมรัฐมนตรีน้ำมันของกลุ่มโอเปกพลัสที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ กลายเป็นการประชุมที่ต้องจับตามองมากที่สุด หลังจากนักวิเคราะห์พากันคาดหมายว่า “โอเปกพลัส” ซึ่งเป็นการรวมตัวเป็นพันธมิตรกันระหว่าง กลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก หรือโอเปก กับประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มที่สำคัญ โดยเฉพาะ “รัสเซีย” อาจมีมติให้ปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มลง ระหว่าง 5 แสน ถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเกินกว่านั้น ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1% ของอุปทานทั่วทั้งโลก

เหตุผลของซาอุดีอาระเบียก็คือ ในเวลานี้อุปทานน้ำมันกำลังล้นตลาด ในขณะที่ดีมานด์มีแนวโน้มที่จะอ่อนลง เพราะสภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวม

การปรับลดในระดับดังกล่าวถือเป็นการลดกำลังการผลิตที่มีนัยสำคัญต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่กำลังอ่อนตัวลงเรื่อย ๆ เพราะผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจต่อเนื่องจนกลายเป็นภาวะถดถอยในอีกไม่นาน

การดึงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้สูงขึ้น เป็นเป้าหมายของความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ซึ่งผลักดันโดย “ซาอุดีอาระเบีย” พี่ใหญ่ของกลุ่มโอเปกซึ่งเป็นชาติที่ผลิตน้ำมันได้มากที่สุดในโลก นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่า ซาอุดีฯต้องการให้น้ำมันดิบกลับมาทรงตัวอยู่อย่างมีเสถียรภาพ เหนือระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังจากลดลงอย่างต่อเนื่องถึงประมาณ 25% เมื่อเทียบกับระดับราคาสูงสุดในเดือนมิถุนายน

หากโอเปกพลัสมีมติเช่นนั้นจริง ก็จะถือเป็นการพลิกผันในเชิงนโยบายครั้งใหญ่ เพราะหลังจากการปรับลดอุปทานครั้งหลังสุดเมื่อราวต้นปี 2020 ที่ราคาน้ำมันโลกดิ่งเหวเพราะการแพร่ระบาดของโควิดแล้ว โอเปกพลัสก็หันมาใช้นโยบายเพิ่มกำลังการผลิตรายเดือนอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว โอเปกพลัสไม่เคยเพิ่มผลผลิตขึ้นได้ตรงตามประกาศก็ตามที

หากมีการปรับลดการผลิตลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวันก็จะถือว่าเป็นการปรับลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดเป็นต้นมา

การปรับลดกำลังการผลิตลงมากในระดับดังกล่าว มีแนวโน้มก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น ในขณะที่นานาประเทศพากันขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อซึ่งเกิดจากปัญหาระดับราคาของพลังงานอยู่ในเวลานี้

ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นการเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกาโดยตรงอีกครั้ง หลังจาก “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐ เพิ่งเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่่อกรกฎาคมที่ผ่านมา หวังกดดันให้ซาอุดีฯเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันขึ้น เพื่อให้ราคาลดลง ทางหนึ่งเป็นการสนองตอบต่อการเรียกร้องของผู้บริโภคทั้งในสหรัฐอเมริกาและในประเทศอื่น ๆ ในอีกทางหนึ่งก็เป็นการลดทอนรายได้จากน้ำมันของรัสเซีย ทำให้สถานะทางเศรษฐกิจของรัสเซียอ่อนแอลง เป็นการบีบทางอ้อมให้ประธานาธิบดี “วลาดิมีร์ ปูติน” หาทางยุติสงครามในยูเครนพร้อมกันไปด้วย

นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่า หากเป็นการปรับลดกำลังการผลิตในขั้นต่ำสุดคือ 500,000 บาร์เรลต่อวัน อาจทำให้ระดับราคาในตลาดน้ำมันมีเสถียรภาพมากขึ้นได้ แต่หากขึ้นไปถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือมากกว่านั้น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

เพราะในเวลานี้แม้ว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะตกอยู่ภายใต้แรงกดดันให้อ่อนตัวลงก็จริง แต่ในเวลาเดียวกัน ปริมาณน้ำมันดิบที่สต๊อกอยู่ในคลังน้ำมันก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ตลาดพลิกกลับได้ในทันที

อย่างไรก็ตาม แม้โอเปกพลัสจะมีมติปรับลดกำลังการผลิตลงจริง แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีปัจจัยประกอบบางประการที่ไม่รู้กันแน่ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีดความสามารถในการผลิตน้ำมันในอนาคตของรัสเซีย ที่นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าการผลิตน้ำมันของรัสเซียอาจลดลงเรื่อย ๆ อยู่แล้ว อันเป็นผลจากการแซงก์ชั่นของตะวันตกที่ทำให้ระบบการผลิตขาดเทคโนโลยีที่จำเป็นในการคงการผลิตให้อยู่ในสภาพเดิมได้ ยิ่งอียูเพิ่มความเข้มข้นในการแซงก์ชั่นมากขึ้นในตอนปลายปีนี้ ก็จะยิ่งทำให้กำลังการผลิตของรัสเซียลดลงไปได้อีก

นั่นทำให้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดเช่นกันว่า หากมีมติให้ปรับลดการผลิตลงจริง โอเปกพลัสจะยึดตัวเลขการผลิตใดเป็นฐาน เพราะที่ผ่านมาปริมาณน้ำมันดิบที่ออกสู่ตลาดจริงกับปริมาณการผลิตที่โอเปกพลัสประกาศออกมา แตกต่างกันอยู่ไม่น้อย

ตัวอย่างเช่น โควตาการผลิตของรัสเซีย 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ข้อมูลขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) แสดงให้เห็นว่าในความเป็นจริง รัสเซียผลิตน้ำมันป้อนตลาดได้เพียง 10 ล้านบาร์เรลเท่านั้น ขณะที่มีสมาชิกอีกหลายประเทศที่ไม่สามารถผลิตน้ำมันได้ตรงตามโควตาเช่นเดียวกัน

ดังนั้น หากจะให้ส่งผลต่อตลาดจริง ๆ ก็หนีไม่พ้นที่ “ซาอุดีอาระเบีย” ต้องประกาศลดการผลิตของตนลงอย่างมีนัยสำคัญนั่นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาน้ำมัน โอเปกพลัส