รัสเซีย ยืนยันถอนกำลังทหารออกจากแคร์ซอนเสร็จสิ้นตั้งแต่เช้าวันนี้
แคร์ซอน ทหารรัสเซีย
กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผย เสร็จสิ้นการถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาคแคร์ซอน พื้นที่ตอนใต้ยูเครนหลังยึดนาน 8 เดือน เสร็จสิ้นในช่วงเช้าวันนี้ (11 พ.ย.)
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 เอพี รายงานอ้างอิงจากสำนักข่าวทางการของรัสเซียที่ระบุว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซีย เปิดเผยว่า เสร็จสิ้นการถอนกำลังทหารออกจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำที่แบ่งเขตแคร์ซอนทางใต้ของยูเครน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่แห่งเดียวที่รัสเซียยึดได้ตั้งแต่บุกยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียถอนกำลังเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 05.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ในวันนี้ (11 พ.ย.) และไม่มียุทโธปกรณ์ทางทหารเหลือแม้แต่หน่วยเดียว
อย่างไรก็ตาม การล่าถอยนี้ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่อีกครั้งสำหรับรัสเซียในช่วงกว่า 8 เดือนในสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัสเซีย บอกกับผู้สื่อข่าวว่า รัสเซียยังคงมองแคร์ซอนเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย และการถอนกำลังทหารออกมา เป็นพัฒนาการ ไม่ใช่ความอับอายของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อีกทั้งรัฐบาลเคลมลินไม่ได้เสียใจที่จัดงานเฉลิมฉลองการผนวกแคร์ซอร์ และอีก 3 พื้นที่ในยูเครนเมื่อเดือนที่แล้ว
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนจะพูดเสมอว่า สถานการณ์ในภูมิภาคแคร์ซอนที่อยู่ตอนใต้ของยูเครนติดรัสเซียนั้น “ยาก”
สำหรับยูเครนแล้ว ยังคงระมัดระวังการถอนกำลังของกองทัพรัสเซียออกจากแคร์ซอน ซึ่งประกาศออกมาเมื่อต้นสัปดาห์ เนื่องจากเกรงว่าทหารของยูเครนจะถูกซุ่มโจมตี ซึ่งก่อนสงครามภูมิภาคแคร์ซอนมีประชากรประมาณ 280,000 คน
นักวิเคราะห์ทางทหารคาดการณ์ว่า รัสเซียจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์กว่าจะดำเนินการถอนกำลังทหารเสร็จสิ้น

คาอิโล โปโดลยาค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน กล่าวเมื่อวานนี้ (10 พ.ย.) ว่า กองทหารรัสเซียที่ล่าถอยได้วางทุ่นระเบิดทั่วแคร์ซอน เพื่อเปลี่ยนเป็น “เมืองแห่งความตาย” นอกจากนี้ เขายังคาดการณ์ว่าพวกเขาจะปิดเมืองหลังจากย้ายข้ามแม่น้ำนดนีเปอร์ (Dnieper) แล้ว
พร้อมกับคำเตือนว่า การล่าถอยของรัสเซียอาจเป็นกับดัก แม้ว่าที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีเซเลนสกี จะทวีตภาพวิดีโอผ่านทวิตเตอร์ แสดงให้เห็นชาวบ้านสวดกอดทหารยูเครน และกล่าวว่า กองทัพรัสเซียออกจากพื้นที่ทั้งทางบก และทางน้ำ
และการยึดเมืองคืน อาจทำให้ยูเครนแข็งแกร่งในพื้นที่ทางใต้ที่ถูกรัสเซียยึดครองก่อนหน้านี้ รวมถึงไครเมียด้วย อย่างไรก็ตาม กองกำลังรัสเซียที่มีตำแหน่งใหม่บนฝั่งตะวันออก อาจพยายามทำให้สงครามรุนแรงขึ้น ตามการประเมินของสหรัฐฯ ซึ่งพบว่าอาจสังหารหรือทำร้ายพลเรือนหลายหมื่นคนและทหารหลายแสนนาย