เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

เตือน “จีน” เร่งแก้ไข ก่อนเศรษฐกิจดิ่งสู่ภาวะเงินฝืด

16 ส.ค. 2566 | 09:44น.
เศรษฐกิจจีน
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

บรรดานักวิชาการและผู้สันทัดกรณีทางเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งออกมาเตือนอยู่บ่อยครั้งในระยะหลังมานี้ว่า จีนต้องระมัดระวัง ไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศตกลงสู่วงจรอุบาทว์ของภาวะ “เงินฝืด” ที่ไม่เพียงทำให้เศรษฐกิจชะงักงันเท่านั้น แต่จะซบเซายืดเยื้อ กินเวลานานและแก้ไขยากอย่างยิ่ง

ปฏิกิริยาของทางการจีนน่าสนใจอย่างมาก เพราะไม่เพียงปฏิเสธคำเตือนดังกล่าวเท่านั้น โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติยังถึงกับยืนกรานไม่ให้สื่อใช้คำคำนี้ โดยให้เหตุผลว่า “เพราะภาวะเงินฝืดไม่ได้เกิดขึ้นและไม่มีอยู่จริงในจีน”

แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันนั่นเอง เจพี มอร์แกน วาณิชธนกิจระดับโลก กลับออกมายืนยันว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ดัชนีสำคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) จีดีพี ดีเฟลอเตอร์ (ดัชนีชี้การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของจีดีพี) ล้วนตกลงสู่แดนลบทั้งหมด

“อันตรายจากภาวะเงินฝืด (ดีเฟลชัน) กำลังปรากฏและจะทรงตัวอยู่ตลอดระยะเวลาที่เหลือของปีนี้” รายงานของเจพี มอร์แกน เตือนไว้อย่างนั้น

ในรายงานของเจพี มอร์แกน ภาวะเงินฝืดเป็นเครื่องสะท้อนสารพัดปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีลักษณะจำเพาะของจีนเอง ตั้งแต่การฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศที่ทั้งช้าและอ่อนแอ, อัตราว่างงานพุ่งสูง โดยเฉพาะในเขตเมือง, ค่าจ้างไม่เพียงไม่เพิ่มขึ้นยังไม่มีแรงกดดันให้เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย และสุดท้ายคือการทรุดตัวของราคาสินค้า ตั้งแต่ราคาเนื้อหมูไปจนถึงราคารถยนต์

สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายพากันเตือนก็คือ จีนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาท้าทายในรูปแบบเดียวกันกับที่ญี่ปุ่นเคยเผชิญในทศวรรษ 90 นั่นคือภาวะเงินฝืดที่ทำให้เศรษฐกิจซบเซา ยืดเยื้อ กลายเป็นวัฏจักรขาลง ทรุดตัวต่อเนื่องกันนานนับสิบปี

ริชาร์ด คู หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำสถาบันวิจัยโนมูระ ตั้งชื่อให้กับภาวะเงินฝืดสไตล์ญี่ปุ่นนี้เป็นพิเศษว่า “ภาวะถดถอยทางงบดุล” (balance-sheet recession) นักวิชาการอเมริกันเชื้อสายไต้หวัน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ อธิบายลักษณะจำเพาะของมันเอาไว้ว่า เกิดขึ้นเมื่อจู่ ๆ คน “ทั้งประเทศ” เกิดความรู้สึกไม่สบายใจกับงบดุลของตนเอง เพราะดูแล้วหนี้สินที่มี มีมูลค่าสูงกว่าทรัพย์สินของตนเอง

สภาพเช่นนี้โดยทั่วไปแล้วมักเกิดขึ้นหลังจากเกิด “ฟองสบู่แตก” ที่ทำให้ราคาทรัพย์สินร่วงวูบลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ “ฟองสบู่” ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมาจากการกู้หนี้ยืมสิน

เมื่อฟองสบู่แตก ราคาสินทรัพย์ลดลงอย่างฮวบฮาบ แต่หนี้สินยังคงอยู่ในระดับเดิม ทำให้งบดุล “ไม่สมดุล” อีกต่อไป จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข

ริชาร์ด คู ระบุว่า วิธีแก้ของบุคคลโดยทั่วไป ก็คือ เลิกจับจ่ายใช้สอย หันมาออมเงินเพื่อชำระหนี้แทน ในระดับตัวบุคคล นี่เป็นวิธีแก้ที่ถูกต้อง แต่ถ้าหากทุกคน หรือคนส่วนใหญ่ของประเทศพากันทำเหมือน ๆ กัน ผลลัพธ์จากวิธีนี้ก็จะสะสมรวมกันกลายเป็นปัญหาระดับประเทศขึ้นตามมา

“เมื่อฟองสบู่แตก ราคาสินทรัพย์ตกวูบ ทุกคนมุ่งแต่จะชำระหนี้ เพราะกังวลกับสภาพงบดุลของตนเอง หลงเหลือเพียงไม่กี่มากน้อยที่จะปล่อยกู้ คนที่จะกู้เงิน (เพื่อลงทุน โดยเฉพาะกับอสังหาริมทรัพย์) ยิ่งน้อยลงไปอีก แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลงมาเป็นศูนย์แล้วก็ตาม” ริชาร์ด คูระบุ

เขาชี้ให้เห็นว่า เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา ฟองสบู่มหึมาในภาคอสังหาริมทรัพย์สำหรับที่พักอาศัยของจีนก็แตกดังโพละ ราคาตกฮวบ ทำนองเดียวกันและในระดับใกล้เคียงกันอย่างยิ่งกับที่เคยเกิดขึ้นในโตเกียว และโอซากา เมื่อ 30 ปีก่อน

ทำไมสถานการณ์ทางเศรษฐกิจแบบนี้ถึงได้ยืดเยื้อและแก้ไขได้ยากมาก เหตุผลก็คือ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น กลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี สุมให้เกิดภาวะเงินฝืดต่อเนื่อง

นั่นคือเมื่อทุกคนหันมาอดออมเพื่อชำระหนี้ ไม่กู้ยืม ไม่ลงทุน ผลที่เกิดในขั้นแรกก็คือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลง, อุปสงค์หรือความต้องการสินค้า-บริการลดลง ทั้งจากอุปทานส่วนเกินและจากกำลังซื้อที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทำให้กำไรของบริษัทธุรกิจลดลง จนต้องหันมาแก้ปัญหาด้วยการลดต้นทุน ซึ่งกระทบต่อเนื่องทำให้เกิดภาวะว่างงานเพิ่มมากขึ้น และเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสูงขึ้น ซึ่งจะวนเป็นวงต่อไปยังผู้บริโภคและผู้คนโดยทั่วไป ให้กังวลมากขึ้นไปอีก ส่งผลให้เกิดภาวะเงินฝืดต่อเนื่องต่อไปไม่สิ้นสุด

ริชาร์ด คู บอกว่า นั่นคือสิ่งที่เขาเชื่อว่ากำลังเกิดขึ้นกับจีนและแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากที่เคยเกิดขึ้นกับญี่ปุ่น ยกเว้นความต่างเพียงอย่างเดียว นั่นคือ “จีน” รู้ดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นและได้เห็นแบบอย่างจากญี่ปุ่นมาแล้วว่า ลำพังการแก้ปัญหาตามตำรานั้นไม่ได้ช่วยให้ภาวะถดถอยทางงบดุลนี้ดีขึ้นได้

ยังพอมีเวลาแก้ไขก่อนที่เศรษฐกิจจีนจะตกสู่วัฏจักรอันตรายของภาวะเงินฝืดเต็มตัวนั่นเอง