เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ สั่งสถาบันการเงินเฉพาะกิจออกมาตรการพักหนี้-เติมสภาพคล่อง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Finance เอกนิติ สั่งสถาบันการเงินเฉพาะกิจออกมาตรการพักหนี้-เติมสภาพคล่อง ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เสียงในหัว ‘คนบินไทย’ ทำไมต้องสรรหา CEO
สามัญสำนึก เสียงในหัว ‘คนบินไทย’ ทำไมต้องสรรหา CEO
คน.พลิกแผนรับมือโลกเสี่ยง เน้นเพิ่มสต๊อกสินค้าให้พอก่อนดูแลราคา
Economic คน.พลิกแผนรับมือโลกเสี่ยง เน้นเพิ่มสต๊อกสินค้าให้พอก่อนดูแลราคา
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 67,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 67,650 บาท
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาเจรจาสันติภาพครั้งใหม่สหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาเจรจาสันติภาพครั้งใหม่สหรัฐ-อิหร่าน
น้ำท่วมสระแก้วขนส่งสะดุด พาณิชย์ประสานทหารลำเลียงไข่ 2,000 แผงเติมตลาด
Economic น้ำท่วมสระแก้วขนส่งสะดุด พาณิชย์ประสานทหารลำเลียงไข่ 2,000 แผงเติมตลาด
อ่างประแสร์เกินความจุ 112% เตรียมปล่อยน้ำเพิ่ม เตือนปชช.เร่งยกของขึ้นที่สูง
เศรษฐกิจภูมิภาค อ่างประแสร์เกินความจุ 112% เตรียมปล่อยน้ำเพิ่ม เตือนปชช.เร่งยกของขึ้นที่สูง
ยอดผู้ประสบภัยน้ำท่วม กทม. 329,000 ครัวเรือน ‘ลาดกระบัง บางกะปิ คันนายาว’ มากสุด
Economic ยอดผู้ประสบภัยน้ำท่วม กทม. 329,000 ครัวเรือน ‘ลาดกระบัง บางกะปิ คันนายาว’ มากสุด
‘ชัชชาติ’ เผยฝนเบาลง เร่งพร่องน้ำฝั่งตะวันออก คลองสายหลัก ดึงน้ำออกจากถนน ชุมชน
Economic ‘ชัชชาติ’ เผยฝนเบาลง เร่งพร่องน้ำฝั่งตะวันออก คลองสายหลัก ดึงน้ำออกจากถนน ชุมชน
“ดีลภาษีสหรัฐ” หลักการจบแล้ว รอเคาะรายละเอียด เร่งทำก่อนประกาศมาตรา 301
Politics “ดีลภาษีสหรัฐ” หลักการจบแล้ว รอเคาะรายละเอียด เร่งทำก่อนประกาศมาตรา 301
ดูทั้งหมด

บริษัทยุโรปกำไรหดในรอบหลายปี จับตาหุ้นใหญ่อาจร่วงยกแผง

25 ม.ค. 2567 | 11:07น.
ตลาดหลักทรัพย์แฟรงก์เฟิร์ต ตลาดหุ้นยุโรป

บริษัทยุโรปถูกคาดการณ์ว่าจะมีอัตรากำไรในไตรมาส 4 ปี 2023 ต่ำสุดในรอบหลายปี ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อราคาหุ้นในตลาดในฤดูประกาศผลการดำเนินงานนี้

ตามรายงานของ “รอยเตอร์” (Reuters) ระบุว่า “แบงก์ ออฟ อเมริกา” (Bank of America) วิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2023 บริษัทหลายแห่งในยุโรปมีการปรับลดประมาณการรายได้ลงมากกว่าครั้งไหน ๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

จากที่โรคระบาดโควิด-19 และสงครามยูเครน ส่งผลกระทบต่อกระแสการค้าโลกและราคาวัตถุดิบ ทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นไปสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ นำไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และกระทบต่อผู้บริโภค แต่เพิ่ม “กำไร” ของบริษัท

ขณะนี้ผลกระทบเหล่านั้นกำลังบรรเทาลง เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว และโลกกำลังผันผวน ดังนั้นในฤดูกาลประกาศผลประกอบการนี้ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า บริษัทใดสามารถรักษาอัตรากำไร (Profit Margin) เอาไว้ได้ และบริษัทใดที่ทำไม่ได้

นอกจากนั้น ความไม่แน่นอนที่เพิ่มเข้ามาในช่วงปลายปี คือ การหยุดชะงักของการค้าโลกในทะเลแดง ซึ่งทำให้ค่าขนส่งทางเรือขึ้นเป็นสองเท่า ทำให้การส่งมอบสินค้าล่าช้า และบังคับให้บริษัทบางส่วนจำเป็นต้องหยุดการผลิตชั่วคราว กระตุ้นให้มีความกังวลเพิ่มขึ้นว่าภาวะเงินเฟ้อจะกลับไปสูงอีกครั้ง

ข้อมูลจากการวิเคราะห์ของ “ลอนดอน สต็อก เอ็กเชนจ์ กรุ๊ป” (LSEG) ระบุว่า บริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่สุด 600 อันดับแรกของยุโรป (STOXX EUROPE 600) มีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยสูง 16.1% ในไตรมาสแรกของปี 2023 แต่คาดการณ์ว่าจะร่วงลงไปอยู่ที่ 10.1% ในไตรมาส 4 แต่ยังมีบางภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะรักษาอัตรากำไรไว้ได้ นั่นคือกลุ่ม Consumer Cyclical หรือสินค้าฟุ่มเฟือย, กลุ่ม Consumer Noncyclical หรือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐาน, กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มอุตสาหกรรม ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีอัตรากำไรในไตรมาส 4 ปี 2023

LSEG คาดการณ์ว่า กำไรของบริษัทในยุโรปไตรมาส 4 ของปี 2023 จะลดลง 7.1% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2022 (YOY) ขณะที่รายได้จะลดลง 4.8% ซึ่งจะเป็นไตรมาส 3 ติดต่อกันที่การเติบโตกำไรของบริษัทยุโรปเป็นลบ

ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปพุ่งขึ้นในปี 2023 โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี และมีความคาดหวังเล็กน้อยว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่า กำไรที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งจำเป็นในการที่จะกระตุ้นให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น

ริชาร์ด ซัลดานา (Richard Saldanha) ผู้จัดการกองทุนหุ้นระดับโลกของ เอวิวา อินเวสเตอร์ (Aviva Investors) กล่าวว่า นักลงทุนคงอยากเห็นการส่งมอบกำไร เพื่อหนุนให้ราคาวิ่งขึ้นจากปีที่แล้ว แต่เขาวิเคราะห์ว่า นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะรายรับของบริษัทเผชิญความท้าทาย เนื่องจากผู้บริโภคต้องใช้เงินออมไปในช่วงโควิด-19 ที่หารายได้ไม่ได้ตามปกติ แล้วยังมาเผชิญกับภาวะค่าครองชีพสูงต่อเนื่องมานานกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ความสามารถในการจับจ่ายของผู้บริโภคลดลง และส่งผลต่อความสามารถในการขึ้นราคาสินค้าของบริษัทต่าง ๆ

ทั้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่จะรายงานผลการดำเนินงานในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ได้แก่ อาเอสเอ็มแอล (ASML) บริษัทเครื่องผลิตชิปเพียงรายเดียวของโลกจากเนเธอร์แลนด์, เอสทีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (STMicroelectronics) บริษัทผลิตชิปสัญชาติฝรั่งเศส-อิตาเลียน, เอสอาเพ (SAP) บริษัทผลิตซอฟต์แวร์ ERP รายใหญ่ของโลกจากเยอรมนี และอาณาจักรสินค้าหรู แอลวีเอ็มเอช (LVMH) จากฝรั่งเศส

“เราจะได้เห็นว่าบริษัทไหนสามารถรักษาราคาสินค้าและบริการเอาไว้ได้ โดยที่ไม่ประสบปัญหาปริมาณการขายลดลงมากในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว” จูเลียน ลาฟาร์ก (Julien Lafargue) หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดของ “บาร์เคลย์ ไพรเวต แบงก์” กล่าว

เขาวิเคราะห์อีกว่า มันยากขึ้นสำหรับบริษัทต่าง ๆ ในการที่จะสร้างความประทับใจและดึงดูดนักลงทุนให้เข้าไปซื้อหุ้น ไม่ใช่เพราะความคาดหวังของนักลงทุนจะสูงเป็นพิเศษ แต่มันยากขึ้นมาก เพราะบริษัทต้องแสดงให้เห็นผ่านโมเดลธุรกิจว่าจะสามารถรักษาอัตรากำไรไว้ได้