ปานปรีย์แถลงผลงานการเยือนต่างประเทศในรอบ 6 เดือน ชี้ไทยกลับสู่จอเรดาร์โลกแล้ว เผย 3 ตัวประกันไทยในฉนวนกาซายังปลอดภัย พร้อมเผยแผนการดำเนินการใน 6 เดือนข้างหน้า
วันที่ 1 เมษายน 2024 มติชนรายงานว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดการแถลงข่าวที่กระทรวงการต่างประเทศ ถึงผลการเยือนต่างประเทศในรอบ 6 เดือนของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
นายปานปรีย์ได้กล่าวว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับนโยบายเชิงรุกในด้านการต่างประเทศ ซึ่งทำให้ไทยได้รับการยอมรับและมีสถานะดีขึ้น ทั้งตน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกหลายท่านก็เดินทางเยือนต่างประเทศหลายครั้ง และมีการรับการเยือนไทยจากหลายประเทศเช่นกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูและเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยใช้การทูตสนับสนุน การเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีก็มีความหมายมาก โดยเฉพาะที่นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้พบบริษัทชั้นนำของโลกมากถึง 60 บริษัท และได้ชักชวนให้บริษัทเหล่านั้นมาลงทุนในประเทศไทย
นายปานปรีย์ยังได้พูดถึงความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งมีการลงนาม FTA ระหว่างไทยและศรีลังกาไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ และกำลังอยู่ระหว่างเจรจา FTA กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป (อียู) ก็เชื่อว่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2025
รมว.ต่างประเทศกล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศมีส่วนสนับสนุนให้ไทยเป็นฮับในเรื่องต่าง ๆ ตามวิสัยทัศน์ของประเทศไทย 8 ข้อให้เกิดขึ้น

นอกจากนั้นแล้ว การทูตที่ทันท่วงทีในยามวิกฤตก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งนายปานปรีย์ได้เล่าถึงการให้ความช่วยเหลือคนไทยในสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส รวมถึงการช่วยเหลือชาวไทยในเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในเมียนมาให้กลับประเทศไทย และการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เมียนมาด้วย อีกทั้งบอกด้วยว่าไทยมีท่าทีและจุดยืนที่เป็นสมดุลและเป็นมิตรโดยไม่เลือกข้างใด
ทั้งนี้ นายปานปรีย์ได้บรรยายแผนการทำงานในอีก 6 เดือนข้างหน้า เช่น จะมีการนำผลการเยือนมาสู่การปฏิบัติ เร่งรัดติดตามผลการหารือระหว่างรัฐกับรัฐหรือรัฐกับเอกชน เร่งรัดและขยายการเจรจา FTA กับประเทศอื่น ๆ ผลักดันการยกเว้นวีซ่าให้คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ การเข้าเป็นสมาชิกองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) การเปิดตลาดใหม่ในทวีปแอฟริกา เอเชียใต้ เอเชียกลาง และการเยือนประเทศสำคัญอีกในอนาคต
ส่วนในประเด็นเกี่ยวกับที่ยืนของไทยในจอเรดาร์ของโลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวให้ความเห็นว่า วันนี้ตนอาจกล่าวได้ว่าไทยกลับขึ้นมาอยู่บนจอเรดาร์ของโลกแล้ว จากการที่ประเทศต่าง ๆ เปิดให้เรามีการเยือนต่างประเทศในระดับสูงและมีการหารือในเรื่องความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการต่างประเทศ อีกเรื่องคือจากการเยือนของต่างประเทศในไทย ก็จะเห็นว่าล้วนเป็นประเทศที่มีความสำคัญ เช่น ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีนที่นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวสหรัฐ ได้พบหารือกับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านการต่างประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ใช้พื้นที่ของไทยในการพูดคุยในเรื่องความสำคัญของโลก และประธานาธิบดีของเยอรมนีก็มาเยือนไทยเช่นกัน ชี้ให้เห็นว่าเวลานี้เขากำลังให้ความสนใจกับประเทศไทยอย่างมาก
ส่วนเรื่องแรงงานไทยในอิสราเอล 8 คนที่ยังถูกกลุ่มฮามาสจับกุมเป็นตัวประกันในฉนวนกาซาในขณะนี้ นายปานปรีย์กล่าวว่า ได้รับทราบมาว่าจากฝ่ายข่าวกรองว่า 3 คนยังมีชีวิตอยู่เพราะมีคนพบเห็น ส่วนอีก 5 คนยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด แต่เราก็ยังมีความหวังว่าทั้ง 8 คนจะยังปลอดภัย