ไตรภาคี เกาหลีใต้-จีน-ญี่ปุ่น สร้างความกังวลให้สหรัฐหรือไม่ ?

ฟูมิโอะ คิชิดะ ยุน ซอกยอล และหลี่ เฉียง ไตรภาคี เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น
ฟูมิโอะ คิชิดะ ยุน ซอกยอล และหลี่ เฉียง (ภาพโดย Chung Sung-Jun/Pool via REUTERS)

เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น สามประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแห่งเอเชียที่เป็นประเทศเศรษฐกิจหลักของโลกมีการประชุมไตรภาคีระดับสูง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2024 เป็นการกลับมาประชุมครั้งแรกในรอบ 4 ปี

หลี่ เฉียง (Li Qiang) นายกฯจีน และ ฟูมิโอะ คิชิดะ (Fumio Kishida) นายกฯญี่ปุ่น เข้าร่วมประชุมกับประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล (Yoon Suk Yeol) ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่กรุงโซล

หลักใหญ่ใจความของการประชุมไตรภาคีนี้ คือ ทั้งสามประเทศพยายามพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศของตนเอง

จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) รวมกันคิดเป็น 25% ของจีดีพีทั้งโลก และสามประเทศนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดในทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม

ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่หลังการประชุมสุดยอดไตรภาคี ผู้นำทั้งสามเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมสุดยอดไตรภาคีและการประชุมระดับรัฐมนตรีเป็นประจำ และจะหารือกันต่อไปเพื่อ “เร่งการเจรจา” เขตการค้าเสรี (FTA) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เสรี ยุติธรรม ครอบคลุม มีคุณภาพสูง และได้ประโยชน์ร่วมกัน

Advertisment

แง่มุมหนึ่งที่ทำให้การประชุมนี้น่าสนใจมาก คือ สามประเทศนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทวิภาคีที่หวานชื่นกันนัก แถมยังมีกรณีพิพาทระหว่างกันด้วย ทั้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่น จีนกับเกาหลีใต้ และเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้การประชุมนี้ต้องว่างเว้นไปหลายปี

ที่สำคัญ คือ หากมองในภาพใหญ่ของโลกที่มีการแบ่งขั้วออกเป็น ขั้วพันธมิตรสหรัฐ กับขั้วพันธมิตรจีน ทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ไม่มีประเทศไหนอยู่ขั้วพันธมิตรจีน

คำถามที่น่าสนใจ คือ มีอะไรที่สหรัฐควรกังวลหรือไม่ เมื่อสองชาติพันธมิตร คือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เข้าร่วมประชุมเพื่อพัฒนาความร่วมมือกับจีนที่เป็น “คู่แข่ง” ซึ่งเกือบจะข้ามไปเป็น “คู่อริ” แล้ว

ตามการรายงานของ “เดอะ วอชิงตันโพสต์” (The Washington Post) ในมุมมองของนักวิชาการชาวอเมริกันจำนวนหนึ่งมองว่า ไม่มีอะไรที่สหรัฐต้องกังวล

Advertisment

แดเนียล สไนเดอร์ (Daniel Sneider) ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเอเชียตะวันออกที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แสดงความเห็นว่า ไม่มีเหตุผลใดที่รัฐบาลสหรัฐควรกังวลเกี่ยวกับการกลับมาประชุมตามปกติของ 3 ชาติแห่งเอเชีย แต่การประชุมนี้ก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจสหรัฐว่า พันธมิตรของสหรัฐต่างก็มีผลประโยชน์ของตัวเอง ที่ไม่เหมือนกันกับผลประโยชน์ของสหรัฐ ซึ่งพวกเขาก็ต้องการจัดการผลประโยชน์นั้นเอง

แต่ในมุมนักวิชาการชาวเอเชียจำนวนหนึ่งมองว่า จีนต้องการรื้อฟื้นการเจรจากับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐที่พยายามจะชะลอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน และเพื่อตอบโต้ความทะเยอทะยานทางทหารของสหรัฐ ที่มีการจัดตั้งแนวร่วมระหว่างพันธมิตรและชาติต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

“ชาวจีนรู้สึกถูกล้อม ถูกกดดันจากสหรัฐและพันธมิตร ดังนั้นสำหรับจีน มันเป็นสิ่งที่ต้องโต้กลับไป” ยาสุฮิโระ มัตสึดะ (Yasuhiro Matsuda) ศาสตราจารย์ด้านการเมืองระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยโตเกียวกล่าว

หากตีความความเห็นในแง่มุมนี้ก็น่าจะหมายความว่า แม้ว่าสหรัฐจะไม่ถึงขั้นกังวล แต่ก็คงไม่ได้มองดูการประชุมนี้ด้วยความพอใจ