สู่ระดับขยะ! “มูดี้ส์” ปรับลดความน่าเชื่อถือ “ฟอร์ด” มีความเสี่ยงสูงไม่น่าลงทุน

(GEOFF CADDICK / AFP)

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส (Moody’s Investors Service) ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของ ฟอร์ด มอเตอร์ริ่ง (Ford Motor Company) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา จากระดับ Baa3 เป็นระดับ Ba1 ซึ่งเป็นระดับ “ขยะ” (Junk Bond) ซึ่งหมายถึงธุรกิจที่มีความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้สูงและไม่น่าลงทุน เนื่องจากปัจจุบันฟอร์ดมีหนี้สินทั่วโลกราว 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั้งในรูปแบบของพันธบัตรและสินเชื่อ นอกจากนี้มูดี้ส์ยังปรับระดับคาดการณ์สภาพคล่องของฟอร์ดอยู่ที่ระดับ SGL-1

การปรับระดับดังกล่าวเป็นผลมาจากสถานการณ์รายได้ที่ย่ำแย่ของฟอร์ด เนื่องจากสภาพคล่องทางการเงินที่อ่อนแอ และกำไรที่ต่ำกว่าที่มูดี้ส์เคยคาดการณ์ไว้และยังต่ำกว่าผลประกอบการของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ซึ่งฟอร์ดยังคงมีแนวโน้มที่จะอ่อนแออย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2020-2021 ด้วยสภาพคล่องทางการเงินที่ติดลบจากการปรับโครงสร้างหนี้

แม้ว่าฟอร์ดจะมีแผนปรับโครงสร้างของบริษัทในระยะยาว ทั้งการปิดโรงงานในยุโรปและการปรับลดจำนวนพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่เป็นยังต้องใช้เวลานานในการปรับโครงสร้างอย่างน้อยจนถึงปี 2023 และยังมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบันฟอร์ดกำลังต้องเผชิญกับความท้าทายจากความต้องการรถยนต์ในตลาดหลักที่กำลังลดลง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงในในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ต้องเผชิญกับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไร้คนขับ รวมทั้งไรด์แชร์ริ่ง

มูดี้ส์อธิบายว่า ความอ่อนแอของฟอร์ดมีสาเหตุมาจากความไร้ประสิทธิภาพในการดำเนินงานในตลาดสำคัญไม่ว่าจะเป็น อเมริกาเหนือ จีน ยุโรป และอเมริกาใต้ รวมถึงผลประกอบการในจีนที่ลดลงจากที่เคยทำกำไรกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2016 กลายเป็นขาดทุนในปัจจุบัน โดยฐานะเงินสดยานยนต์ของฟอร์ดในจีนลดลงต่ำกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากอายุของผลิตภัณฑ์รถยนต์ที่เก่าเกินไป ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับตัวแทนจำหน่าย และความไม่ใส่ใจกับสภาพตลาดท้องถิ่น

ส่วนตลาดรถยนต์ในอเมริกาเหนือที่ยังคงแข็งแกร่ง แต่กำไรของฟอร์ดกลับลดลงจากเดิมที่มากกว่า 10 % ในปี 2016 เป็นต่ำกว่า 8 % ในปี 2019 แต่อย่างไรก็ตาม ฟอร์ดกำลังเริ่มการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง รถกระบะ F-Series ที่คาดว่าจะช่วยสร้างกำไรให้บริษัทในอีก 3 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังต้องเผชิญกับกฎระเบียบเกี่ยวกับการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป ทำให้รถยนต์ของฟอร์ดมีความเสี่ยงผิดกฎระเบียบที่กำลังจะบังคับใช้ในปี 2020-2021 แม้ว่าฟอร์ดจะมีความพยายามในการผลิตรถยนต์ไฮบริดและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าร่วมกับโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) แต่ความยอมรับจากลูกค้าและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนยังคงไม่แน่นอน

Previous articleจุรินทร์ลุยหารือ ร่วมอาเซียนกับคู่เจรจาเป้าหมายหลักยังคงผลักดันอาเซ็ป ให้เห็นผลในปีนี้
Next articleหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า ลบ1จุด ซื้อขายหนาแน่น3.2หมื่นล้าน