เปิดข้อมูลการบินไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ คาดตกทิ้งดิ่งจากความสูง 29,000 ฟุต

ผู้เชี่ยวชาญชี้ เหตุไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์โหม่งโลก เป็นการตกทิ้งดิ่งลักษณะแปลกและยากที่จะเกิดขึ้น คาดใช้เวลาเพียง 1 นาที 35 วินาที หล่นจากความสูง 30,000 ฟุต สู่พื้นโลก

วันที่ 22 มีนาคม 2565 บลูมเบิร์กรายงานว่า จากเหตุเที่ยวบิน MU 5735 ของสายการบินไชน่าอีสเทิร์แอร์ไลน์ ประสบเหตุตกจนมีผู้เสียชีวิตทั้ง 132 รายนั้น ภายหลังได้ปรากฏภาพคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะการตกแบบทิ้งดิ่งแนวตั้งโหม่งพื้นโลก ซึ่งเป็นลักษณะการตกที่ผิดปกติอย่างมาก สำหรับกรณีอุบัติเหตุทางอากาศ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ประชาชาติธุรกิจ (@prachachatonline)

จอห์น ค็อกซ์ (John Cox) ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยการบินและอดีตนักบินเครื่องรุ่น 737 เปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า จากข้อมูลเรดาห์ของเที่ยวบิน MU 5735 ที่พบในเบื้องต้นในขณะนี้ บ่งชี้ถึงลักษณะการตกของเที่ยวบิน MU 5735 ที่ผิดปกติอย่างมาก เนื่องจากเป็นการตกแบบลักษณะจมูกเครื่องบินทิ้งดิ่งตกจากความสูง 29,000 ก่อนจะตกกระทบยังเนินเขาด้านล่าง

REUTERS

เที่ยวบินของไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์กำลังอยู่ระหว่างทำการบินตามเส้นทางปกติมุ่งหน้าเมืองกว่างโจว กระทั่งจู่ ๆ เครื่องบินก็บินในลักษณะทิ้งดิ่งจมูกเครื่องบินทำแนวเกือบ 90 องศา ลงสู่พื้นโลก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างที่เที่ยวบิน MU 5735 กำลังอยู่ระหว่างความเร็วล่อง (Cruising speed) บนความสูงเกือบ 30,000 ฟุต “มันยากที่จะให้เครื่องบินเกิดเหตุแบบนี้”

 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Flightradar24 ระบุว่า เที่ยวบิน MU 5735 กำลังทำการบินอยู่บนระดับความสูงประมาณ 29,000 ฟุต ห่างจากจุดหมายปลายทางอีกราว 160 กิโลเมตร ซึ่งเป็นช่วงระยะ Final approach หรือระยะการเตรียมลดระดับความสูงเพื่อร่อนลงจอด

แต่สิ่งที่แปลกประหลาดคือเที่ยวบินดังกล่าวกลับมีอัตราการลดระดับความสูงที่เร็วเกินไป ตามปกติแล้วนักบินจะค่อย ๆ ลดระดับความสูงที่ 2-3 พันฟุตต่อนาที ตรงข้ามกับไฟลต์ MU 5735 ที่ลดระดับมากกว่า 30,000 ฟุตภายในไม่กี่วินาที เฉลี่ยแล้วเครื่องบินตกลงจากระดับความสูงเกือบ 26,000 ฟุต จนกระทบสู่พื้นโลกด้วยเวลาเพียง 1 นาที 35 วินาที

REUTERS

“มันแปลกมาก” เจฟฟ์ กุซเซ็ตติ อดีตหัวหน้าสอบสวนอุบัติเหตุของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ กล่าว อย่างไรก็ตาม ทั้ง เจฟฟ์ กุซเซ็ตติ และจอห์น ค็อกซ์ เห็นพ้องว่า เหตุการณ์นี้อาจไม่ใช่ก่อการร้าย เนื่องจากระบบสัญญาณดาวเทียมติดตามเครื่องบินยังคงทำงานอยู่จนถึงวินาทีสุดท้ายที่กระแทกพื้นโลก แม้จะมีบางช่วงที่สัญญาณขาดหายไปราว 10 วินาที ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะอัตราการทิ้งดิ่งอย่างรวดเร็วจนดาวเทียมไม่อาจจับสัญญาณได้ทัน

ทั้งนี้ จากเหตุที่เกิดขึ้นซึ่งได้กลายเป็นอุบัติเหตุทางเครื่องบินที่ร้ายแรงที่สุดของจีนในรอบสิบปี ยังคงเร็วเกินไปที่จะสรุปถึงสาเหตุการตก

เบนจามิน เบอร์แมน อดีตเจ้าหน้าที่สอบสวนของ NTSB ซึ่งเคยเป็นอดีตนักบิน 737 กล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าอะไรที่นำไปสู่เหตุเครื่องบินตกที่ไชน่าอีสเทิร์นฯ มีความเป็นไปได้หลายประการที่จะเกิดสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งระบบการทำงานของเครื่องบินผิดพลาด, ความผิดพลาดของนักบิน หรือเป็นการผสมผสานจากหลายสาเหตุจนนำไปสู่โศกนาฏกรรมดังกล่าว


โดยทั้งหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางอากาศของจีน (CAAC) คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (NTSB) และทีมสอบสวนของโบอิ้งไชน่า กำลังประสานงานเพื่อสอบสวนหาสาเหตุการตกที่แท้จริง