เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

เยือนเมืองร้างในอินเดีย ชาติที่มีประชากรมากที่สุดในโลก

31 มี.ค. 2566 | 11:56น.

 

school

Arun chandra bose
โรงเรียนประถมของรัฐแห่งหนึ่งในเมืองกุมบานาดมีเด็กนักเรียนอยู่ทั้งหมด 50 คน

ในขณะที่อินเดียแซงหน้าจีนกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ของประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตด้านประชากร โดยอัตราการเกิดที่ต่ำและการย้ายถิ่นฐานทำให้หลายเมืองมีสภาพไม่ต่างจากเมืองร้างที่เหลือเพียงคนสูงวัยอาศัยอยู่

สุทิก พิศวาส ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำอินเดีย ได้เดินทางไปยังเมืองกุมบานาด ในรัฐเกรละ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาสังคมผู้สูงอายุสวนทางกับแนวโน้มของรัฐส่วนใหญ่ในอินเดีย

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่บรรดาโรงเรียนในเมืองอันเงียบเหงาแห่งนี้เผชิญปัญหาที่ต่างไปจากเมืองอื่น ๆ ของอินเดีย นั่นคือการขาดแคลนเด็กนักเรียน ครูหลายคนต้องใช้เงินส่วนตัวจ่ายค่าเดินทางให้เด็กไปโรงเรียน

ที่โรงเรียนประถมของรัฐอายุ 150 ปีแห่งหนึ่งในเมืองกุมบานาดมีเด็กนักเรียนอยู่ทั้งหมด 50 คน ลดจากประมาณ 700 คนในยุครุ่งเรืองช่วงปลายทศวรรษที่ 1980

เด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ตามชายขอบเมือง ในจำนวนนี้ 7 คนศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นที่มีนักเรียนมากที่สุด ชั้นเรียนนี้เคยมีเด็กนักเรียนเพียงคนเดียวในปี 2016

การหาเด็กมาเข้าเรียนถือเป็นความท้าทายใหญ่ ในแต่ละเดือนครูที่มีอยู่ 8 คนจะต้องใช้เงินส่วนตัวประมาณ 2,800 รูปี (ราว 1,150 บาท) เป็นค่าจ้างรถตุ๊ก ๆ รับส่งเด็กมาโรงเรียน นอกจากนี้พวกเขายังต้องเดินเคาะประตูตามบ้านเพื่อหาเด็กไปเข้าโรงเรียน แม้แต่โรงเรียนเอกชนที่มีเพียงไม่กี่แห่งในเมืองก็ส่งครูออกหาเด็กมาสมัครเข้าเรียนเช่นกัน โดยโรงเรียนใหญ่สุดมีเด็กนักเรียนไม่ถึง 70 คน

Shut house

Arun chandra bose
15% ของบ้าน 11,118 หลังคาเรือนในเมืองถูกปิดตายเพราะเจ้าของบ้านย้ายไปที่อื่น หรือไม่ก็อาศัยอยู่กับลูกหลานในต่างแดน

“เราจะทำอะไรได้ แทบจะไม่มีเด็กในเมืองนี้เลย พูดได้ว่าแทบจะไม่มีคนอาศัยอยู่ที่นี่เลยก็ว่าได้” ชยาเทวี อาร์ ครูใหญ่โรงเรียนรัฐบาลเก่าแก่อายุ 150 ปี กล่าว

เธอพูดถูก เมืองกุมบานาดเป็นเขตที่มีประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง และคนส่วนใหญ่อยู่ในวัยชรา ทั้งที่อินเดียเป็นประเทศที่ 47% ของประชากรในชาติเป็นคนอายุต่ำกว่า 25 ปี โดย 2 ใน 3 ของประชากรเป็นผู้เกิดหลังจากอินเดียเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ 1990

อาชา ซีเจ หัวหน้าสภาหมู่บ้านระบุว่า เมืองกุมบานาดและหมู่บ้านราว 6 แห่งโดยรอบมีประชากรอาศัยอยู่ราว 25,000 คน และประมาณ 15% ของบ้าน 11,118 หลังคาเรือนถูกปิดตายเพราะเจ้าของบ้านย้ายไปที่อื่น หรือไม่ก็อาศัยอยู่กับลูกหลานในต่างแดน นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนอีก 20 แห่ง แต่มีเด็กนักเรียนเพียงไม่กี่คน

โรงพยาบาลรัฐ 1 แห่ง ศูนย์วินิจฉัยทางการแพทย์กว่า 30 แห่ง และบ้านพักคนชรา 3 แห่ง ในเมืองนี้คือเครื่องบ่งชี้ถึงสังคมผู้สูงวัยที่นี่

ขณะเดียวกันก็มีธนาคารกว่า 24 แห่ง ในจำนวนนี้มี 8 สาขาตั้งอยู่ใกล้ ๆ กันในระยะทางไม่ถึงครึ่งกิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคึกคักของการที่คนทำงานอยู่ในเมืองใหญ่หรือต่างประเทศส่งเงินกลับมาให้พ่อแม่สูงวัยในเมืองนี้ โดยราว 10% ของเงินมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่คนอินเดียในต่างแดนส่งกลับมาอินเดียเมื่อปีที่แล้วมีจุดหมายปลายทางที่รัฐเกรละ

รัฐเกรละและรัฐข้างเคียงอย่างทมิฬนาฑู มีสถิติการเกิดของประชากรที่สวนทางกับรัฐอื่น ๆ ของอินเดีย โดยการสำรวจสำมะโนประชากรครั้งล่าสุดพบว่ารัฐเกรละมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในบรรดารัฐต่าง ๆ คือ 4.9% และเด็กแรกเกิดที่นี่มีอายุคาดเฉลี่ยประมาณ 75 ปี มากกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วประเทศที่ 69 ปี

ขณะที่อัตราการเจริญพันธุ์ในรัฐนี้ก็อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องกันเป็นเวลาอย่างน้อย 30 ปีมาแล้ว คือผู้หญิง 1 คนให้กำเนิดเด็ก 1.7-1.9 คน

ครอบครัวขนาดเล็กมักมุ่งให้บุตรหลานได้รับการศึกษาที่ดี และนี่นำไปสู่การที่คนหนุ่มสาวย้ายออกนอกรัฐหรือนอกประเทศเพื่อหาโอกาสทางการศึกษาและการงานที่ดีกว่า แล้วทิ้งพ่อแม่ผู้ปกครองไว้ที่บ้าน

ศาสตราจารย์ เคเอส เจมส์ จากสถาบันประชากรศาสตร์ระหว่างประเทศในนครมุมไบอธิบายเรื่องนี้ว่า “การศึกษาทำให้เด็กอยากมีหน้าที่การงานและชีวิตที่ดีขึ้น และทำให้พวกเขาโยกย้ายถิ่นฐาน”

“ดังนั้นบ้านเกิดของพวกเขาจึงมีแต่พ่อแม่วัยชรา ซึ่งหลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง” เขากล่าว


Annamma Jacob

Arun chandra bose
อันนัมมา ยาค็อบ วัย 74 ปี อาศัยอยู่ตามลำพังในบ้านหลังใหญ่มาหลายสิบปีแล้ว

เบื้องหลังรั้วเหล็กสูงตระหง่านของบ้านอิฐสีแดง 2 ชั้นในเมืองกุมบานาด อันนัมมา ยาค็อบ วัย 74 ปี อาศัยอยู่ตามลำพังมาหลายสิบปีแล้ว

สามีของเธอที่เป็นวิศวกรเครื่องกลในบริษัทน้ำมันของรัฐเสียชีวิตไปตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ขณะที่ลูกชายวัย 50 ปีของเธออาศัยและทำงานในกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มากว่า 20 ปี ส่วนลูกสาวอีกคนก็อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร

เพื่อนบ้านทั้งสองฝั่งของเธอต่างไม่ได้อยู่ที่นี่ โดยคนหนึ่งซึ่งมีอาชีพพยาบาลปิดบ้านแล้วพาพ่อแม่ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศบาห์เรน ส่วนอีกคนย้ายไปอยู่นครรัฐดูไบ แล้วปล่อยบ้านให้คู่สามีภรรยาวัยชราเช่าอยู่

นี่จึงทำให้บรรยากาศละแวกนี้เต็มไปด้วยความเงียบเหงา ท่ามกลางไร่มันสำปะหลัง ไร่กล้วย และต้นสัก บ้านขนาดใหญ่หลายหลังตั้งตระหง่านอยู่อย่างว่างเปล่า ทางเข้าบ้านเต็มไปด้วยใบไม้แห้ง รถยนต์ถูกจอดทิ้งไว้ให้ฝุ่นเกาะ และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้สอดส่องความปลอดภัยแทนที่สุนัขเฝ้าบ้าน

“มันเป็นชีวิตที่โดดเดี่ยวมาก และฉันก็สุขภาพไม่สู้ดีนัก” นางยาค็อบบอกผู้สื่อข่าวบีบีซี

แม้จะป่วยเป็นโรคหัวใจและข้ออักเสบ แต่นางยาค็อบมักเดินทางไปเยี่ยมลูกชายและหลาน ๆ ในต่างประเทศ และไปท่องเที่ยวกับลูก ๆ ในหลายที่ เช่น จอร์แดน ดูไบ และอิสราเอล

Chacko Mammen

Arun chandra bose
แม้จะป่วยเป็นโรคหัวใจและเบาหวาน แต่ชัคโก มานเมน ต้องทุ่มเทเวลาไปกับการทำงานในสวนกล้วยตามลำพัง เพราะไม่มีกำลังจ้างคนงาน

เมื่อถามว่าเหตุใดเธอจึงสร้างบ้านขนาด 12 ห้องโดยที่อาศัยอยู่ตามลำพัง หญิงชราตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “ใคร ๆ ก็สร้างบ้านหลังใหญ่ที่นี่ มันเป็นการบ่งบอกถึงฐานะ”

ทุกวันนี้นางยาค็อบใช้เวลาส่วนใหญ่ในสวนหลังบ้านที่เธอปลูกพืชผลนานาพรรณ ส่วนเวลาที่เหลือก็หมดไปกับการนั่งสมาธิ อ่านหนังสือพิมพ์ และเล่นกับสุนัขที่ชื่อไดอานา

“บางวัน ฉันได้แต่คุยกับเจ้าไดอานา มันเข้าใจฉันดี”

แม้อายุจะมากขึ้นทุกวันและมีสุขภาพไม่แข็งแรงนัก แต่นางยาค็อบบอกว่าเธอไม่มีเงินพอจะจ้างคนในท้องถิ่นมาช่วยทำสวน เพราะภาวะขาดแคลนแรงงานในท้องถิ่นทำให้ค่าแรงของคนงานในแถบนี้พุ่งสูง แม้แต่สภาหมู่บ้านยังไม่มีงบประมาณว่าจ้างคนทำงานกรอกข้อมูลเข้าระบบดิจิทัล

ถัดจากบ้านของนางยาค็อบไปไม่กี่ซอย ชัคโก มานเมน ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจและเบาหวานต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงในแต่ละวันทำงานที่สวนกล้วยเล็ก ๆ ของเขา

ชายวัย 64 ปีผู้นี้เคยทำงานเป็นพนักงานขายที่ประเทศโอมานร่วม 30 ปี ก่อนที่จะกลับมาใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายที่บ้านเกิด ก่อนหน้านี้เขาเคยทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่นี่อยู่ 6 ปี แต่ต้องปิดตัวลงเพราะหาคนมาช่วยงานไม่ได้ ปัจจุบันเขาทุ่มเทเวลาไปกับการทำงานในสวนกล้วยตามลำพัง และขายผลผลิตได้วันละ 10 กิโลกรัม

“ผมไม่มีกำลังจ้างคนงาน” เขาบอก

ปัญหาขาดแคลนแรงงานในเมืองกุมบานาดส่วนหนึ่งเป็นเพราะชาวบ้านไม่กล้าจ้างคนนอกชุมชนเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

“ฉันอยู่ตัวคนเดียว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาคิดจะฆ่าฉัน” นางยาค็อบกล่าว


Elsykutty Thomas police

Arun chandra bose
งานหลักของตำรวจเมืองกุมบานาดคือการเยี่ยมเยียนดูแลสวัสดิภาพของคนชราที่อาศัยตามลำพัง

เมืองอันเงียบเหงาที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุแห่งนี้มีปัญหาอาชญากรรมในระดับต่ำ

ตำรวจเล่าให้บีบีซีฟังว่า ปัญหาโจรขโมยเกิดขึ้นไม่บ่อย เพราะชาวบ้านส่วนมากมักไม่เก็บทรัพย์สินหรือเงินจำนวนมากไว้ที่บ้าน ตำรวจแทบจำไม่ได้ว่าเกิดเหตุฆาตกรรมครั้งสุดท้ายเมื่อใด

ซาจีช กุมาร วี สารวัตรใหญ่ประจำสถานีตำรวจท้องถิ่นบอกว่า “ที่นี่สงบสุขมาก พวกเราได้รับแจ้งแต่คดีฉ้อโกง คนแก่ถูกญาติพี่น้องโกงเงิน หรือถูกคนงานในบ้านปลอมแปลงลายเซ็นเพื่อถอนเงินจากธนาคาร”

อัตราการเกิดอาชญากรรมที่ต่ำทำให้ตำรวจเมืองกุมบานาดใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลชาวเมืองผู้สูงอายุ พวกเขามักออกตรวจสอบสวัสดิภาพของคนชราที่อาศัยตามลำพังและสุขภาพไม่แข็งแรงราว 160 คน รวมทั้งแจกอุปกรณ์แจ้งเหตุร้ายแบบพกพาเพื่อให้คนเหล่านี้สามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ในปี 2020 ตำรวจต้องพังประตูบ้านหลังหนึ่ง หลังจากกดกริ่งเรียกเจ้าของบ้านแล้วหญิงชราไม่ออกมาเปิดประตู ในเวลาต่อมาตำรวจพบเธอนอนกองอยู่กับพื้น

“พวกเรานำเธอส่งโรงพยาบาล ซึ่งเธอได้รับการรักษาจนหายดี หนึ่งในงานของพวกเรายังรวมถึงการย้ายชาวบ้านไปอยู่ที่บ้านพักคนชราด้วย พวกเราจะคอยสอดส่องคนชรา แล้วพาพวกเขาไปหาหมอ” สารวัตร กุมาร วี เล่า


old age home

Arun chandra bose
บ้านพักคนชราในเมืองกุมบานาดมีผู้เข้าใช้บริการไม่ขาดสาย

บาทหลวง โธมาส จอห์น ผู้ให้บริการศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ Alexander Marthoma Memorial Geriatric Centre ในเมืองกุมบานาดบอกว่า “ความแก่ชราคือปัญหาอย่างเดียวของที่นี่”

ศูนย์ดูแลคนชราแห่งนี้เป็นตึก 5 ชั้นที่มีโรงพยาบาลขนาด 150 เตียง ปัจจุบันดูแลชาวบ้านกว่า 100 คน ที่มีอายุระหว่าง 85-101 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งครอบครัวจ่ายค่าบริการเดือนละ 50,000 รูปีเพื่อให้ช่วยดูแลพ่อแม่วัยชราของพวกเขา

“ลูกหลานส่วนใหญ่อาศัยอยู่ต่างประเทศ และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากย้ายพ่อแม่ผู้แก่เฒ่าของพวกเขาไปอยู่ที่บ้านพักคนชรา” บาทหลวง จอห์น กล่าว

ไม่ห่างออกไปมีบ้านพักคนชราอีกแห่ง ซึ่งมีผู้เข้าใช้บริการไม่ขาดสายเช่นกัน โดยเมื่อปีที่แล้วรับสมาชิกใหม่ 31 คน และมีผู้เข้าคิวใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองกุมบานาดอาจเป็นภาพสะท้อนของสังคมอินเดียในอนาคต นั่นคือประชากรสูงวัย บ้านพักคนชรา ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และการย้ายถิ่นฐานของคนหนุ่มสาว ทำให้เมืองมีสภาพไม่ต่างจากเมืองร้าง

ศาสตราจารย์ เจมส์ จากสถาบันประชากรศาสตร์ระหว่างประเทศในนครมุมไบชี้ว่า “นี่คือเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ และจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วอินเดียในท้ายที่สุด”

หมายเหตุ : ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว