เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ดูทั้งหมด

ความเป็นไปได้ของสกุลเงิน BRICS “สมการ” สำคัญอยู่ที่อินเดีย

28 พ.ค. 2566 | 06:30น.
ความเป็นไปได้ของสกุลเงิน BRICS
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ท่ามกลางความยืดเยื้อยาวนานของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ข่าวหนึ่งที่เกิดขึ้นคู่ขนานกันไปและถูกประโคมดังขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือการที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็ว 5 ประเทศ หรือที่เรียกว่า BRICS อันประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ มีแนวคิดจะสร้างสกุลเงินของตัวเอง เพื่อใช้ค้าขายระหว่างกัน จุดประสงค์ใหญ่ก็คือลดการพึ่งพาดอลลาร์ ลดอิทธิพลของดอลลาร์ในธุรกรรมการค้าโลก

ความต้องการจะสร้างสกุลเงินของกลุ่ม BRICS เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่หลังจากรัสเซียบุกยูเครนและถูกสหรัฐใช้อิทธิพลของดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินหลักของโลกเล่นงาน ทำให้อัตราเร่งในการผลักดันเงินสกุลใหม่สูงขึ้น

เนื่องจากประเทศในกลุ่ม BRICS เกรงว่าจะถูกสหรัฐใช้มาตรการเดียวกันเล่นงาน โดยปลายเดือนสิงหาคมนี้ กลุ่ม BRICS จะมีการประชุมระดับผู้นำที่แอฟริกาใต้ และจะมีการหารือในประเด็นสกุลเงินใหม่ดังกล่าว ซึ่งหากสำเร็จก็จะเป็นการเสริมและเติมเต็มความปรารถนาของจีนและรัสเซียที่อยากจะโค่นดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การจะสร้างสกุลเงินดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งด้านการเติบโตของเศรษฐกิจ การค้า และระดับการเปิดของตลาดการเงิน

“อิสซา มลางกา” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารแรนด์ เมอร์แชนต์ ของแอฟริกาใต้ ระบุว่า หากดูจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจแล้ว สกุลเงิน BRICS ไม่สามารถจะโค่นดอลลาร์ได้ในเวลาอันใกล้ อีกทั้งความแตกต่างทางเศรษฐกิจภายในกลุ่มก็ทำให้ยากที่จะให้กำเนิดสกุลเงินใหม่ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน แอฟริกาใต้ก็คงไม่สามารถมีบทบาทอะไรได้มากนักเนื่องจากเศรษฐกิจมีขนาดเล็กและมีทุนสำรองน้อย ส่วนจีนอยู่ในฐานะที่สามารถเล่นบทบาทนำได้มากที่สุด แต่จีนก็ไม่เต็มใจจะปล่อยให้ค่าเงินหยวนเคลื่อนไหวเสรี และยังมองไม่เห็นแม้แต่น้อยว่าจีนจะยอมปล่อยมือจากการควบคุมค่าเงิน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ แสดงความสงสัยว่า อินเดียจะยอมรับเงินสกุลใหม่นี้หรือไม่ และต้องการจะอยู่ขั้วเดียวกับจีนในด้านเศรษฐกิจหรือเปล่า ในเมื่อทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทชายแดนถึงขั้น
ปะทะกันทางทหาร นอกจากนั้น สกุลเงินใหม่ดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อจีนมากกว่าอินเดีย

ทางด้าน ปราชันต์ ปราพาคาร์ เดสปันเด นักวิชาการของอินเดีย เห็นว่า ความขัดแย้งชายแดนระหว่างอินเดียกับจีน ทำให้อินเดียอาจไม่อยากสนับสนุนแผนของจีนที่จะโค่นดอลลาร์ อินเดียมองว่าความพยายามของรัสเซียและจีนที่จะลดการใช้ดอลลาร์เป็นแค่อุดมการณ์มากกว่าจะปฏิบัติจริง ดังนั้น อินเดียจึงไม่แสดงออกชัดเจนที่จะสนับสนุนให้ BRICS ท้าทายความเป็นใหญ่ของดอลลาร์

ปราชันต์ระบุว่า ที่ผ่านมาอินเดียได้หาหนทางด้วยตัวเองที่จะลดพึ่งพาดอลลาร์อยู่แล้ว โดยเปิดบัญชีพิเศษกับธนาคารต่าง ๆ ใน 18 ประเทศ อนุญาตให้ค้าขายด้วยเงินรูปี และหลังจากเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสหรัฐแซงก์ชั่นรัสเซีย รวมทั้งแผนของจีนที่จะผลักดันเงินหยวนให้เป็นสกุลเงินสากล ทำให้อินเดียยิ่งผลักดันการใช้เงินรูปีในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศมากขึ้น

ปราชันต์ระบุด้วยว่า สหรัฐอเมริกานั้นมองว่าอินเดียเป็นพันธมิตรที่มีคุณค่าและเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และภายใต้สภาวการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น อินเดียจะได้ประโยชน์มากกว่าหากเลือกอยู่ซีกสหรัฐอเมริกาที่เป็นประเทศประชาธิปไตยเหมือนกัน แทนที่จะเลือกอยู่กับจีน

ฮาร์ช วี. แพนต์ รองประธานศึกษานโยบายต่างประเทศของ ออปเสิร์ฟเวอร์ รีเสิร์ช ฟาวน์เดชั่น หน่วยงานถังความคิดในนิวเดลีกล่าวว่า ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและรัสเซียจะยังเหนียวแน่น แต่หลังจากรัสเซียถูกตะวันตกแซงก์ชั่นและหันไปใกล้ชิดจีนมากขึ้น ทำให้อินเดียจับตามองด้วยความกังวล เพราะอินเดียต้องพึ่งพาอาวุธจากรัสเซีย ด้วยตระหนักถึงประเด็นอ่อนไหวนี้ ทำให้ตะวันตกเอื้อมมือไปหาอินเดีย แม้ว่าจะเกิดความแตกต่างเกี่ยวกับจุดยืนต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครน “ความกังวลด้านความมั่นคงกำลังผลักดันให้อินเดียใกล้ชิดสหรัฐมากขึ้น”

ราจัน เมนอน ผู้อำนวยการโครงการกลยุทธ์ของดีเฟนส์ ไพรออริตี้ หน่วยงานถังความคิดในวอชิงตัน ระบุว่า อเมริกามองจีนในฐานะผู้ท้าทายสำคัญต่อความเป็นใหญ่ในโลกของอเมริกา แต่ไม่ได้มองอินเดียในแบบนั้น ตรงกันข้ามอเมริกามองว่าอินเดียเป็นหุ้นส่วนที่จะช่วยคานอำนาจจีน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอเมริกาไม่มีปฏิกิริยาดุเดือดต่ออินเดียที่ยังญาติดีกับรัสเซียหลังบุกยูเครน ต่างจากปฏิกิริยาที่มีต่อคำประกาศของจีนที่ว่ามิตรภาพกับรัสเซีย “ไม่มีข้อจำกัด”