เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
การศึกษา มจธ. นำร่องรัชดา ทดสอบ ‘โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น’ ด้วย AI  
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
“7 Days Sport” สปีดธุรกิจวิ่ง ขยายสินค้าญี่ปุ่น-ยุโรปปั้นโอนแบรนด์
Business “7 Days Sport” สปีดธุรกิจวิ่ง ขยายสินค้าญี่ปุ่น-ยุโรปปั้นโอนแบรนด์
FETCO จ่อชง 4 มาตรการเร่งออม ดัน TISA วงเงินสูง-เว้นภาษี 2 ปี
Finance FETCO จ่อชง 4 มาตรการเร่งออม ดัน TISA วงเงินสูง-เว้นภาษี 2 ปี
พาณิชย์ เปิดปฏิบัติการล้างนอมินีที่ดิน-คอนโด สแกนนิติบุคคล 1.25 แสนราย ถือครอง 4.5 ล้านไร่
Economic พาณิชย์ เปิดปฏิบัติการล้างนอมินีที่ดิน-คอนโด สแกนนิติบุคคล 1.25 แสนราย ถือครอง 4.5 ล้านไร่
Shopee เปิดตัว ‘Telepharmacy’ ยกระดับบริการส่งด่วน เชื่อมผู้บริโภค-ร้านขายยา
Tech Shopee เปิดตัว ‘Telepharmacy’ ยกระดับบริการส่งด่วน เชื่อมผู้บริโภค-ร้านขายยา
แซนดรา บูลล็อค-นิโคล คิดแมน คัมแบ็ก ‘Practical Magic 2’ ในรอบ 25 ปี
Biz Movement แซนดรา บูลล็อค-นิโคล คิดแมน คัมแบ็ก ‘Practical Magic 2’ ในรอบ 25 ปี
ทองยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นสิ้นปีถึง 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยแตะ 77,000 บาท
Finance ทองยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นสิ้นปีถึง 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยแตะ 77,000 บาท
กทม.เซ็น 1.3 พันล้านสร้างถนนใหม่เชื่อม ‘เทพรักษ์-วงแหวนตะวันออก’ เสร็จ ส.ค. 71
Real Estate กทม.เซ็น 1.3 พันล้านสร้างถนนใหม่เชื่อม ‘เทพรักษ์-วงแหวนตะวันออก’ เสร็จ ส.ค. 71
FETCO ชี้หุ้นไทยขาขึ้น ลุ้น 1,700 จุด ต่างชาติจ่อซื้อสุทธิแตะ 1 แสนล้าน
Finance FETCO ชี้หุ้นไทยขาขึ้น ลุ้น 1,700 จุด ต่างชาติจ่อซื้อสุทธิแตะ 1 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

ส่งออก “แผงโซลาร์” ไปสหรัฐ “อินเดีย”ทางเลือกใหม่ของผู้ผลิตจีน

31 พ.ค. 2566 | 10:00น.
แผงโซลาร์
คอลัมน์ : ระดมสมอง
ผู้เขียน : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

การส่งออก “แผงโซลาร์เซลล์” ไปยังสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญอันดับต้นของไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดราว 97% ในช่วงไตรมาสแรก 2566

ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำและผู้นำเข้าสหรัฐ เร่งคำสั่งซื้อก่อนผลตัดสินขั้นสุดท้าย จากที่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังถูกสหรัฐไต่สวน จากกรณีที่มีผู้ผลิตจีนบางรายเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด/การอุดหนุน (AD/CVD) ทำให้ไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกเก็บอากรขาเข้าในอัตราสูงเช่นเดียวกับบริษัทที่ตั้งอยู่ในจีน (16%–254%)

แม้เบื้องต้นผลกระทบต่อไทยจะยังคงอยู่ในวงจำกัดภายใต้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ให้ยกเว้นอากรถึงกลางปี 2567

แรงกดดันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2566 จากความเห็นต่างของรัฐสภาสหรัฐ ต่อคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จนนำมาสู่การผ่านมติยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา แม้ว่ามติได้ถูกประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้สิทธิยับยั้งไปในช่วงกลางเดือน พ.ค.แต่ความไม่แน่นอนของผู้ประกอบการทั้งผู้นำเข้าและผู้ผลิตก็มีแนวโน้มสูงขึ้นจากการที่สหรัฐได้เลื่อนการประกาศผลไต่สวนขั้นสุดท้ายจากต้นเดือน พ.ค.ไปเป็นกลางเดือน ส.ค.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมีมุมมองต่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากแรงกดดันดังกล่าวต่อการเริ่มเปลี่ยนแหล่งนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ของสหรัฐ และผลกระทบจากการปรับห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตต่อการส่งออกไทย ดังนี้

คือมีความเป็นไปได้ที่ผู้นำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ของสหรัฐ อาจจะเริ่มปรับหรือเพิ่มทางเลือกของแหล่งนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์เร็วกว่าที่คาดไว้เดิมว่าจะเป็นช่วงต้นปี 2567 เพื่อลดความเสี่ยงด้านธุรกิจที่ปัจจุบันยังต้องพึ่งพาแหล่งนำเข้าจาก 4 ประเทศที่ถูกไต่สวน (ไทย มาเลเซีย เวียดนาม และกัมพูชา) ในสัดส่วนที่สูงกว่า 69% ของมูลค่านำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ของสหรัฐฯ

โดยเฉพาะการปรับไปนำเข้าจากแหล่งใหม่อย่าง “อินเดีย” ซึ่งมีผู้ประกอบการหลากหลายทั้งสัญชาติอินเดีย สหรัฐ และจีน โดยพบสัญญาณการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงไตรมาสแรกปี 2566 แซงหน้าเกาหลีใต้ขึ้นมาครองส่วนแบ่งการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ของสหรัฐ เป็นอันดับ 5 และอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับมาเลเซียและกัมพูชา

แม้จะมีราคาต่อหน่วยที่สูงกว่าประเทศอาเซียนที่ถูกไต่สวนเฉลี่ยกว่า 10 % เพราะผู้ผลิตในอินเดียยังต้องอาศัยการนำเข้าชิ้นส่วนจากจีนและอาเซียน

แม้การนำเข้าชิ้นส่วนจากอาเซียนจะไม่มีอากรขาเข้าภายใต้ FTA อาเซียน-อินเดีย ทว่าอากรขาเข้าจากจีนจะอยู่สูงถึง 25% ทำให้ภาพรวมต้นทุนชิ้นส่วนของอินเดียจะอยู่สูงกว่าประเทศอาเซียน

ทั้งนี้ สหรัฐพิจารณาการนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์จากประเทศที่สาม อย่างอินเดีย ว่าอยู่นอกข่ายเลี่ยงมาตรการ AD/CVD แม้จะมีการใช้ชิ้นส่วนจากประเทศที่ถูกไต่สวนหรือเกี่ยวเนื่องกับจีน

ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์จีนบางส่วนโดยเฉพาะที่อยู่ในเวียดนาม เริ่มขยับไปใช้ฐานประกอบในอินเดียเพื่อส่งออกไปสหรัฐ ส่งผลยอดส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ของเวียดนามในไตรมาสหนึ่ง 2566 ให้มีแนวโน้มลดลง และยังมีความเป็นไปได้ผู้ผลิตจีนอาจทยอยพิจารณาใช้แนวทางเดียวกันเพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ

สำหรับระดับผลกระทบต่อไทย แม้ว่าภาพรวมยังต้องติดตามผลของการยื่นอุทธรณ์ ทว่าแรงกดดันที่สูงขึ้นอาจผลักดันให้ผู้ผลิตจีนบางรายที่เข้าข่ายเลี่ยง AD/CVD ปรับแผนธุรกิจเร็วกว่าคาด

โดยปัจจุบันผู้ผลิตจีนบางรายที่มีฐานอยู่ในไทยมักมีการลงทุนโรงงานประกอบแผงโซลาร์เซลล์ในอินเดีย เพื่อป้อนตลาดท้องถิ่นอยู่ก่อนแล้ว ทำให้การปรับแผนการผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐ ทำได้ไม่ยาก และอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยคาดว่าจะเป็นช่วงใกล้หมดคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในปีหน้า

โดยเฉพาะหากคู่ค้าในสหรัฐ เริ่มร้องขอให้หาแผนสำรองเพื่อไม่ให้อุปทานขาดตอนซึ่งอาจส่งผลกดดันการส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ไทยไปยังสหรัฐ ตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า กรณีดังกล่าว น่าจะส่งผลให้มูลค่าส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ไทยไปสหรัฐ ในปี 2566 เติบโตเพียง 30% คิดเป็นมูลค่า 1,622 ล้านดอลลาร์ จากที่คาดว่าจะเติบโตราว 57% หากผู้ประกอบการเริ่มปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานปีหน้า

แม้ทิศทางอัตราการเติบโตจะให้ภาพที่ชะลอลง แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากมองว่าสหรัฐยังมีความต้องการใช้แผงโซลาร์เซลล์เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าในจังหวะที่การลงทุนเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานขึ้นเองภายในประเทศยังต้องอาศัยเวลาอีกระยะหนึ่ง

สำหรับการส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ไทยไปยังตลาดโลกในปี 2566 แม้ว่าสัดส่วนส่งออกไปสหรัฐ จะคิดเป็นกว่า90% ของมูลค่าส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ไทยไปตลาดโลก แต่การส่งออกไปตลาดอื่น ๆ ยกเว้นสหรัฐ น่าจะชะลอตัวในปีนี้จากภาวะเศรษฐกิจโลก

ศูนย์วิจัยฯจึงคาดว่า มูลค่าส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ไทยไปตลาดโลกปี 2566 น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,705 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวราว 23% ชะลอตัวจากปี 2565 ที่เติบโต 71%

และในอนาคตผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ไทยที่พึ่งพาการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯป็นหลัก ต้องเร่งปรับตัวรับมือกับนโยบายพึ่งพาตนเองเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ

จากนโยบายภาครัฐที่ต้องการให้ทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือนหันมาใช้พลังงานสะอาดโดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น ที่ให้สิทธิประโยชน์หลากหลายทั้งการลดหย่อนภาษีและเครดิตเงินคืน รวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐ อาจจะมีการออกมาตรการทางการค้าที่ทวีความเข้มข้นขึ้นอีกเพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวเนื่องกับจีน

ถึงแม้ว่าศักยภาพการเติบโตขอ+งตลาดพลังงานแสงอาทิตย์สหรัฐจะยังคงมีอยู่สูง โดย EIA ประเมินว่าน่าจะมีการเติบโตก้าวกระโดดกว่า 38.7% ต่อปี การกระจายตลาดส่งออกและการปรับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทยคงต้องเร่งวางแผน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน อินเดีย โซลาร์เซลล์