สื่อนอก จับตาอนาคตการเมือง ‘ทักษิณ ชินวัตร’ คดีชั้น 14 ยังไม่ใช่จุดจบ
ข้อมูลรายงานครั้งแรกเมื่อ 9 ก.ย. เวลา 15.37 น. อัพเดตเวลา 21.30 น.
สื่อต่างประเทศให้ความสนใจรายงานกันอย่างกว้างขวางกรณีศาลไทยสั่งจำคุกทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 1 ปี ใน “คดีชั้น 14” สร้างผลสะเทือนครั้งใหญ่ต่อทักษิณ แม้ไม่ใช่จุดจบแต่การกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ในส่วนพรรคเพื่อไทย นักวิเคราะห์มองว่า อำนาจต่อรองถูกจำกัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg)
สำนักข่าวอเมริกันระดับสากลรายงานว่า ศาลไทยมีคำสั่งให้อดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร รับโทษจำคุก 1 ปี เพื่อให้การรับโทษในคดีที่ได้พิพากษาความผิดไปแล้ว เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งนับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดของนักการเมืองทรงอิทธิพลผู้นี้ ภายหลังจากที่แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวถูกโค่นล้มจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนที่แล้ว
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยเมื่อ 9 ก.ย.ว่า การที่ทักษิณพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจเป็นเวลาหกเดือนในปี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) หรือ “คดีชั้น 14” ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเริ่มรับโทษที่ได้รับการลดหย่อนในข้อหาใช้อำนาจในทางมิชอบและผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างดำรงตำแหน่งปี 2544-2549 นั้น ไม่ถูกนับรวมในโทษจำคุก คำพิพากษานี้ถือเป็นที่สุดและไม่สามารถอุทธรณ์ได้
ศาลกล่าวว่าการย้ายตัวทักษิณจากเรือนจำไปยังโรงพยาบาลตำรวจนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และระยะเวลาที่เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลไม่ถือเป็นระยะเวลาที่รับโทษ
ทักษิณ อายุ 76 ปีไปศาล พร้อมกับลูกสาวสองคน และเจ้าหน้าที่เรือนจำได้นำตัวเขาไปเรือนจำทันทีหลังจากศาลมีคำสั่ง
บลูมเบิร์กมองว่า การจำคุกทักษิณ ผู้นำตระกูลชินวัตร ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของหนึ่งในตระกูลการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุดของประเทศไทย ซึ่งครองอำนาจทางการเมืองมานานกว่าสองทศวรรษ โดยมีนายกรัฐมนตรี 6 คนจากพรรคการเมืองที่เชื่อมโยงกับตระกูลนี้ถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยคำพิพากษาของศาลหรือการรัฐประหาร
ข้อตกลงพังทลายสะท้อนผ่านความแตกแยกในรัฐบาลผสมของแพทองธารและความพ่ายแพ้ของชัยเกษม นิติสิริ ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยในเวลาต่อมา ตอกย้ำถึงความล้มเหลวของข้อตกลงระหว่างพรรคเพื่อไทยของทักษิณและกลุ่มอนุรักษนิยม ข้อตกลงดังกล่าวทำให้ทักษิณสามารถกลับประเทศได้หลังจากลี้ภัยมา 15 ปี
แต่โทษจำคุกที่สั้นนี้ไม่ได้หมายถึงจุดจบอิทธิพลของทักษิณในการเมืองไทย ตามที่อาจารย์ฐิติพล ภักดีวานิช สาขาวิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าว
“นี่ไม่ใช่จุดจบของการต่อสู้ทางการเมืองของเขา เพราะยังมีผลประโยชน์มากมายของตระกูลชินวัตรในการเมืองไทยที่เขายังคงต้องปกป้อง” ฐิติพลกล่าว “แต่ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากหลังจากที่เขาสูญเสียความน่าเชื่อถือจากผู้สนับสนุน การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย”
ในแถลงการณ์ที่เตรียมไว้ซึ่งโพสต์บน X ทักษิณได้ขอบคุณในหลวงที่ทรงลดโทษจำคุกอันยาวนานของเขา แม้ว่าคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเขาจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารในปี 2549 (ค.ศ. 2006) ทักษิณกล่าวว่าเขาเลือกที่จะมองไปข้างหน้าและทิ้งความขัดแย้งทางกฎหมายและข้อขัดแย้งอื่น ๆ ทั้งหมดไว้เบื้องหลัง
บลูมเบิร์กรายงานโดยเรียกทักษิณว่าเป็น “นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ” ส่งสัญญาณว่าเขายังคงวางแผนที่จะขยายอิทธิพลทางการเมืองของตระกูลที่ครองอำนาจมาเกือบสองทศวรรษต่อไป
“ผมจะรักษาความแข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อรับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ แผ่นดินไทย และประชาชนชาวไทย ไม่ว่าจะในสถานะใดนับจากนี้ไป” ทักษิณโพสต์
รอยเตอร์ (Reuters)
สำนักข่าวระดับสากลของอังกฤษรายงานว่า ทักษิณ ผู้ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเมืองไทยตลอดช่วงเวลาอันวุ่นวายกว่า 25 ปี เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของไทยที่ถูกส่งตัวเข้าคุกและถือว่าคดีนี้อาจเป็น “จุดต่ำสุด” ในอาชีพการเมืองของทักษิณที่ปั่นป่วนอยู่ก่อนแล้ว
และยังมองว่า ทักษิณเป็นนักการเมืองนอกกรอบ จากบุตรชายของตระกูลพ่อค้าจากภาคเหนือของประเทศไทย เคยทำงานเป็นตำรวจและบริหารธุรกิจ ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม จนกลายเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศ
เดอะการ์เดียน (The Guardian)
สื่ออังกฤษแนวทางเอียงซ้ายรายงานว่า ศาลฎีกามีคำตัดสินว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ต้องรับโทษจำคุกหนึ่งปี ซึ่งนับเป็นความเคลื่อนไหวที่กระทบกระเทือนอย่างรุนแรงต่อนักการเมืองผู้มีชื่อเสียงและสร้างการแบ่งขั้วการเมืองไทยมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศ
หลังจากเดินออกจากศาลในวันอังคารพร้อมกับก้มศีรษะ แพทองธารยืนยันว่าบิดาของเธอยังคงเป็น “ผู้นำทางจิตวิญญาณ”
เธอรู้สึกภูมิใจที่บิดา “สร้างประวัติศาสตร์มากมายให้กับประเทศไทย” เธอกล่าว “วันนี้เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาประวัติศาสตร์”
ซีเอ็นเอ็น (CNN)
สื่ออเมริกันรายงานว่า ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ทักษิณได้สร้างตระกูลการเมืองที่โด่งดังและประสบความสำเร็จมากที่สุดตระกูลหนึ่งของประเทศ โดยผู้สมัครจากพรรคพันธมิตรชนะการเลือกตั้งเกือบทุกสมัยนับตั้งแต่ปี 2544 (ค.ศ. 2001)
แต่ตระกูลชินวัตรถูกเกลียดชังจากกลุ่มผู้มีอำนาจในไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งกลุ่มผู้มีอำนาจนี้ได้ความช่วยเหลือจากทั้งกองทัพและศาล มักโค่นล้มหรือทำให้รัฐบาลที่บริหารโดยชินวัตร แน่นิ่ง
ในช่วงที่พลัดถิ่น ทักษิณยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนทางการเมืองเบื้องหลัง
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของเขา บริหารรัฐบาลจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาให้สิ้นสุดวาระ ตามมาด้วยการรัฐประหารในปี 2557 (ค.ศ. 2014) ขณะที่พี่เขยของทักษิณ (สมชาย วงศ์สวัสดิ์) ก็เคยบริหารประเทศในช่วงเวลาสั้น ๆ ระหว่างที่เขาไม่อยู่
ผู้สังเกตการณ์การเมืองหลายคนรู้สึกว่าอำนาจของตระกูลชินวัตรในประเทศไทยกำลังลดน้อยลง และกลไกทางการเมืองที่ยึดกุมมายาวนานอาจหมดแรงในที่สุด
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ซึ่งในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การปกครองของชินวัตร
ไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times)
สื่อเศรษฐกิจหัวใหญ่จากสหราชอาณาจักรมองว่า กรณีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี นับเป็นการโจมตีครั้งล่าสุดต่อตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่ยึดกุมการเมืองของประเทศมาตลอด 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากบุตรสาวถูกปลดออกจากตำแหน่ง
“อำนาจต่อรองของพรรคเพื่อไทยถูกจำกัดมากขึ้นกว่าที่เคย” เคน มาธิส โลหเตปานนท์ นักศึกษาปริญญาเอกและนักวิเคราะห์การเมืองจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าว
“ในช่วงสองปีที่ผ่านมา พรรคได้สูญเสียการสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อต้นทุนทางการเมือง และภาพลักษณ์ของพรรคอาจเสียหายจนไม่อาจเยียวยาได้” นักศึกษาปริญญาเอกกล่าว
เดอะนิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times)
สื่อใหญ่ฝั่งอเมริการายงานว่า คำสั่งศาลนับเป็นผลสะเทือนครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของทักษิณ และมีแนวโน้มว่า เขายังอยู่ในคุกในช่วงที่คนไทยกลับมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า