กระทรวงต่างประเทศยืนยัน ไม่เปิดด่านชายแดนกัมพูชา แม้ญี่ปุ่นเรียกร้อง
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงยืนยันไม่เปิดด่าน แม้ญี่ปุ่นเรียกร้อง หากยังไม่บรรลุเงื่อนไข 3 ประการ ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปรับอัตราอาวุธ และการปราบปรามสแกมเมอร์
ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อ 12 กันยายน นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของประเทศญี่ปุ่น ภายหลังสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ขอให้เปิดด่านไทย-กัมพูชา ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตไทยจำนวนมาก เนื่องจากหลายคนมองว่าเป็นการกดดันฝ่ายไทย กระทรวงการต่างประเทศจะทำความเข้าใจกับทางการญี่ปุ่นอย่างไร
นายนิกรเดชชี้แจงว่า ประเด็นทั้งหมดเกิดขึ้นจากเรื่องห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดน ทราบว่าญี่ปุ่นมีความเดือดร้อนจากกรณีที่ชายแดนปิด การลงเฟซบุ๊กเป็นไปเพื่อยินดีที่มีพัฒนาการในเชิงบวก
สิ่งที่เรา (ไทย) ได้แจ้งและจะทำความเข้าใจกับฝ่ายญี่ปุ่นคือ กระบวนการนี้ใช้เวลา ซึ่งหากดูผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1/2568 ที่เกาะกง ประเทศกัมพูชาดี ๆ การเปิดด่านจะมาพร้อมกับเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปรับอัตราอาวุธ และการปราบปรามสแกมเมอร์ ตราบใดที่ 3 ข้อนี้ไม่เกิด การเปิดด่านก็เป็นเพียงแนวคิดที่เสนอในที่ประชุม
“มีหลายประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการปิดชายแดน ตามที่กระทรวงได้รับรายงาน ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการปิดพรมแดนกระทบห่วงโซ่อุปทาน จึงเป็นเหตุผลที่ญี่ปุ่นหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพื่อให้การผลิตสินค้าในอนุภูมิภาคนี้ของญี่ปุ่นกลับมาเป็นปกติ” นายนิกรเดชกล่าว
เมื่อ 10 กันยายน เพจสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยโพสต์แถลงการณ์เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา โดย นายคิตามูระ โทชิฮิโระ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ความว่า :
1.รัฐบาลญี่ปุ่นยินดีอย่างยิ่งต่อการจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ในวันที่ 10 กันยายน โดยการหารือมีความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และผ่อนปรนการขนส่งสินค้าข้ามแดน นับเป็นผลสำเร็จที่สำคัญอย่างยิ่งในการก้าวไปสู่การดำเนินตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศ
2.นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นขอยกย่องต่อความพยายามด้านการทูตของทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ในครั้งนี้ รวมไปถึงประเทศมาเลเซียที่มุ่งมั่นเดินหน้าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศในฐานะประธานอาเซียน
3.ความสัมพันธ์ในด้านความร่วมมืออันดีระหว่างกัมพูชาและไทยนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสงบสุขและการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อทั่วทั้งภูมิภาค รัฐบาลญี่ปุ่นหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทั้งสองประเทศจะยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและคลี่คลายความตึงเครียดลงอย่างสันติ โดยผ่านการเจรจา รัฐบาลญี่ปุ่นจะยังคงพยายามส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดระดับความตึงเครียด รวมไปถึงการดำเนินตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการตอบข้อซักถามสื่อมวลชนของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของการแถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1/2568 ที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศยินดีต่อผลการประชุมที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และเห็นชอบร่วมกันในหลายประเด็น ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ โดยเฉพาะที่ฝ่ายไทยผลักดันมาโดยตลอด ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์หรือสแกมเมอร์
ส่วนการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติของทั้งสองประเทศ หารือกันและจัดตั้งคณะทำงานภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม โดยฝ่ายไทยได้ส่งมอบข้อมูลและพิกัดที่ตั้งของสแกมเมอร์กว่า 60 แห่งในกัมพูชาให้กับฝ่ายกัมพูชาแล้ว และจะมีการประชุมประสานงานในวันที่ 16 กันยายนนี้ ที่จังหวัดสระแก้ว
นายนิกรเดชกล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือประเด็นอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงปลอดภัย และความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะบริเวณชายแดน โดยมี 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่
1.การถอนอาวุธหนักและอาวุธยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่ชายแดนกลับที่ตั้งปกติตามกรอบเวลา โดยฝ่ายเลขานุการของ GBC และฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) จะหารือภายใน 3 สัปดาห์ การบรรลุข้อตกลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเรื่องส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัย และจะช่วยให้ประชาชนของทั้งสองประเทศที่อาศัยอยู่ในชายแดนมีความมั่นใจในการดำรงชีวิตอย่างปกติในชีวิตประจำวันได้
2.การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนโดยเฉพาะกรณีบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) หารือเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่ดังกล่าว และให้ RBC กำหนดแนวทางการบริหารจัดการตามที่ JBC ได้ตกลงกันแล้ว ระหว่างนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วและผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยจะร่วมการบริหารจัดการสถานการณ์ให้มีความสงบสุขเรียบร้อย
3.การลดวาทกรรมยั่วยุ ที่ประชุมเห็นความสำคัญหลีกเลี่ยงเผยแพร่ข้อมูลเท็จข้อมูลที่เป็นข่าวปลอม การกล่าวหา และวาทกรรมที่สร้างความเสียหาย ทั้งผ่านช่องทางทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อลดความตึงเครียดและความรู้สึกด้านลบของสาธารณชน รวมทั้งเพื่อสร้างบรรยากาศที่จะเอื้อต่อการเจรจาโดยสันติวิธี
4.การผ่อนปรนให้มีการผ่านแดนบางประเภทและบางจุด มอบหมายให้ RBC หารือความเป็นไปได้ให้มีการขนส่งสินค้าผ่านจุดผ่านแดน โดยเริ่มจากจุดที่มีความตึงเครียดน้อยที่สุด จุดประสงค์หลักคือ ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการค้าชายแดนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปได้
นายนิกรเดชย้ำว่า ตามที่พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงไปแล้ว ยังไม่มีการเปิดด่านในขณะนี้ และจะไม่มีการผ่อนปรนส่งสินค้าใด ๆ หากไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญใน 3 เรื่อง ได้แก่ การถอนอาวุธหนักจากพื้นที่ชายแดน การร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปราบปรามสแกมเมอร์ในระดับที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันได้
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวอีกว่า การหารือ GBC เป็นความสำเร็จในการใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ปัญหาระหว่างกัน สิ่งที่จะทำให้การเจรจาครั้งนี้สำเร็จอย่างแท้จริงคือ ความจริงใจในการปฏิบัติตามข้อตกลงของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งจะต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยการประชุม GBC สมัยพิเศษครั้งต่อไปจะมีกำหนดใน 30 วันหลังจากนี้ ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพ
(อ่านเพิ่มเติม : เอกสาร JETRO ชี้ปิดด่านไทย-กัมพูชา อาจกระทบยุทธศาสตร์ไทยแลนด์พลัสวัน)