Skip to content

สตรีเหล็กประชาธิปไตย หรือ แม่มดผู้ทรยศชาติ : มาเรีย มาชาโด เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ

15 ต.ค. 2568 | 15:31น.
สตรีเหล็กประชาธิปไตย หรือ แม่มดผู้ทรยศชาติ : มาเรีย มาชาโด เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ

10 ตุลาคม 2025 คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ ประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ คือ มาเรีย คอรินา มาชาโด (Maria Corina Machado) สตรีเหล็กชาวเวเนซุเอลา ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ในอีกทางก็ถูกมองว่า เป็นแม่มดร้ายผู้ทรยศต่อชาติ เธอเป็นใครกันแน่ ? ประชาชาติธุรกิจพาเปิดประวัติเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ 2025

ในปี 2025 นี้ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ กลับมาเป็นที่พูดถึงกันอย่างคึกคักเป็นวงกว้างอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงออกถึงความต้องการคว้ารางวัลชิ้นนี้แบบไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะเป็นการเรียกตัวเองว่า ประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ หรือการนำตัวเองเข้าไปมีบทบาทในการยุติความขัดแย้งหลายประเด็นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นกรณีความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา หรือความพยายามสร้างสันติภาพในฉนวนกาซา ซึ่งก็สำเร็จไปแล้วในระยะแรก เมื่อตัวประกันทั้งหมดได้รับการปล่อยตัว

อย่างไรก็ดี วันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังคณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ (Norwegian Nobel Committee) ประกาศชื่อของผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ชื่อที่ได้รับการประกาศกลับไม่ใช่ชื่อของท่านประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ แต่เป็น “มาเรีย คอรินา มาชาโด” (Maria Corina Machado) นักการเมืองและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวเวเนซุเอลา สตรีเหล็กผู้มีชื่อเสียงจากการรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในประเทศเวเนซุเอลา

คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ ระบุว่า เธออุทิศตนอย่างไม่หยุดยั้ง ในการส่งเสริมสิทธิประชาธิปไตยแก่ชาวเวเนซุเอลา และต่อสู้เพื่อบรรลุการเปลี่ยนผ่านอย่างยุติธรรมและสันติ จากระบอบเผด็จการไปสู่ระบอบประชาธิปไตย (อ่านต่อ)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้พลาดรางวัลโนเบลสันติภาพในปีนี้ ไม่ได้แสดงความไม่พอใจดังที่ชาวโซเชียลคาดหวัง แต่กลับเผยว่า คนที่ได้รางวัลโนเบลโทร.มาหาผมวันนี้ บอกว่า ‘ดิฉันรับรางวัลนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่คุณ เพราะคุณสมควรได้รับจริง ๆ’ อีกทั้งยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในเวเนซุเอลาว่า พวกเขาต้องการความช่วยเหลือมากมายในเวเนซุเอลาที่ขณะนี้อยู่ในภาวะหายนะ …

ในสายตาของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ผู้นำเวเนซุเอลา เขาเรียกเธอว่า แม่มดปีศาจ(demonic witch) ทำให้เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศว่า จะทำการปิดสถานเอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำประเทศนอร์เวย์ และไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อรางวัลที่มาชาโดได้รับ

กระทรวงต่างประเทศของนอร์เวย์กล่าวว่า การตัดสินใจของทางการเวเนซุเอลาน่าเสียดาย แม้ว่าเราจะมีความเห็นที่แตกต่างกันในหลายประเด็น แต่ประเทศนอร์เวย์ต้องการที่จะรักษาช่องทางการเจรจากับเวเนซุเอลา และจะดำเนินการในทิศทางนี้ต่อไป ในขณะที่มาชาโดระบุว่า รางวัลโนเบลนั้นเป็นอิสระจากรัฐบาลนอร์เวย์

 

(REUTERS/Gaby Oraa/File Photo)

มาเรีย คอรินา มาชาโด

มาเรีย คอรินา มาชาโด นักการเมืองและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวเวเนซุเอลา วัย 58 ปี เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 1967 ที่กรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศเวเนซุเอลา เธอเกิดมาในตระกูลอีลิท ซึ่งทำธุรกิจในอุตสาหกรรมเหล็กกล้ารายใหญ่อันดับสองของเวเนซุเอลา ชื่อ บริษัท ซิเวนซ่า (Sivensa : SVS)

การศึกษา

  • โรงเรียนหญิงล้วนคาทอลิกชั้นนำในกรุงการากัส
  • โรงเรียนประจำหญิงล้วน Dana Hall ในเมืองเวลล์สลีย์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
  • สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Engineering) จากมหาวิทยาลัยคาทอลิก Andrés Bello ในประเทศเวเนซุเอลา
  • สำเร็จการศึกษาเฉพาะทางด้านการเงินระดับสูงกว่าปริญญาตรีจาก IESA (สถาบันการศึกษาขั้นสูงด้านการบริหาร) ประเทศเวเนซุเอลา

 

ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ต้อนรับมาเรีย คอรินา มาชาโด ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Súmate ในห้องทำงานรูปไข่ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2005 (White House photo by Eric Draper)

ก้าวสู่นักประชาธิปไตย : พบหน้า จอร์จ ดับเบิลยู บุช

หลังจบการศึกษาเฉพาะทาง มาชาโดเริ่มต้นทำงานที่บริษัทเหล็กกล้าซิเวนซ่าของที่บ้าน ก่อนที่ในปี 1992 เธอได้ก่อตั้ง มูลนิธิ Atenea ซึ่งเป็นองค์กรช่วยเหลือเด็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ยากจนของเมืองการากัส

ปี 2002 ในสมัยของประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ (Hugo Chávez) ประเทศเวเนซุเอลาเกิดความขัดแย้งและการแบ่งขั้วทางการเมือง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเปลี่ยนความสนใจจากงานการกุศล และเข้าสู่การมีส่วนร่วมในภาคประชาสังคม เธอก่อตั้ง Súmate องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร (NGO) ซึ่งมุ่งเน้นส่งเสริมความโปร่งใสในการเลือกตั้งและปกป้องสิทธิทางการเมืองของพลเมือง โดยได้รณรงค์การลงประชามติ เพื่อถอดถอนประธานาธิบดีชาเวซ แม้สุดท้ายจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังคงดำเนินงานตามจุดมุ่งหมายต่อไป

“ฉันเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศ มีความรู้สึกที่ไม่สบายใจที่จะอยู่บ้านและเฝ้าดูประเทศแตกแยก ล่มสลาย เราต้องรักษาไว้ซึ่งกระบวนการเลือกตั้ง แต่ต้องเปลี่ยนทิศทาง เพื่อให้ชาวเวเนซุเอลามีโอกาสแสดงจุดยืนของตน เพื่อบรรเทาความตึงเครียดก่อนที่มันจะรุนแรงขึ้น นั่นคือการเลือกบัตรลงคะแนน ไม่ใช่กระสุนปืน” มาชาโดกล่าวกับเดอะ วอชิงตัน โพสต์ (The Washington Post) ในปี 2004 ถึงช่วงเวลานั้น

ในปี 2005 เธอได้รับการต้อนรับจากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้นำสหรัฐในเวลานั้น ที่ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว ในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ Súmate โดยการถ่ายภาพร่วมกันระหว่างมาชาโดกับบุช ทำให้เธอตกเป็นเป้าสายตาของรัฐบาลเวเนซุเอลา ภายใต้การนำของชาเวซ โดยรัฐบาลเวเนซุเอลากล่าวหาว่า เธอทำงานรับใช้ CIA และรับเงินจากมูลนิธิสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย 

 

ฮูโก ชาเวซ ทักทาย มาเรีย คอรินา มาชาโด ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2011 ณ รัฐสภา เธอได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ (235,259 คะแนน) ในการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2010 (Photo Presidential Press)

สู่ สส.ดาวรุ่งฝ่ายค้าน : ดวลเดือด ฮูโก ชาเวซ

ในปี 2010 มาชาโดก้าวเข้าสู่รัฐสภา โดยได้รับเลือกเป็น สส. ด้วยคะแนนเสียงที่สูงที่สุดในปีนั้น เธอเผชิญหน้ากับประธานาธิบดีชาเวซ ลุกขึ้นพูดขัดจังหวะถ้อยแถลงของชาเวซในระหว่างการประชุมรัฐสภาที่ยาวนานถึง 8 ชั่วโมงและมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ 

ด้วยวลีเด็ด Expropiar es robar” (การเวนคืนทรัพย์สิน คือ การโจรกรรม) ดังนี้ “ท่านจะพูดได้อย่างไรว่า ท่านเคารพภาคเอกชนในเวเนซุเอลา ในเมื่อท่านมัวแต่เวนคืนที่ดิน ซึ่งก็คือการขโมยไม่ใช่หรือ ? เวลาของพวกท่านหมดลงแล้ว นี่คือเวลาของเวเนซุเอลาใหม่” 

ขณะที่ชาเวซตอบกลับเธอว่า อย่างแรก ผมขอแนะนำให้คุณชนะการเลือกตั้งขั้นต้นก่อน ชนะการเลือกตั้งขั้นต้นก่อนเถอะ เพราะคุณยัง ‘ไม่อยู่ในระดับ’ ที่จะมาโต้เถียงกับผม ในเมื่อคุณเรียกผมว่าโจรต่อหน้าคนทั้งประเทศ ผมก็จะไม่ตอบโต้ด้วยการดูถูกคุณ ‘อินทรีไม่ล่าแมลงวัน’ (Águila no caza moscas) ครับท่านสมาชิกสภา

เหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความนิยมให้มาชาโดอย่างมาก จนกลายเป็นฝ่ายค้านที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในการเมืองเวเนซุเอลา 

ในปี 2013 หลังประธานาธิบดีชาเวซเสียชีวิต ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) เข้ารับตำแหน่ง และสานต่อแนวทางสังคมนิยม อีกทั้งรวบอำนาจการบริหาร ทำให้บรรยากาศทางการเมืองตึงเครียดมากขึ้น มาชาโดก่อตั้ง Vente Venezuela องค์กรเสรีนิยมสายกลางซึ่งส่งเสริมตลาดเสรี การมีส่วนร่วมของพลเมือง และการปฏิรูปสถาบัน และกลายเป็นหนึ่งในผู้วิจารณ์รัฐบาลมาดูโรที่พูดจาตรงไปตรงมาที่สุด

ในปี 2014 มาชาโดมีส่วนร่วมในการจัดประท้วงทั่วประเทศ ชื่อ La Salida (ทางออก) เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมาดูโรลาออก ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและการกดขี่ทางการเมืองที่ขยายวงกว้าง ในปีนั้นเธอปรากฏตัวบนเวทีระหว่างประเทศในฐานะ เอกอัครราชทูตสำรองของปานามา และกล่าวปราศรัยต่อองค์การรัฐอเมริกัน (Organization of American States : OAS) ซึ่ง venezuelanalysis รายงานในบทความ The Death of The Nobel Peace Prize ว่า เธอเรียกร้องให้ทหารต่างชาติเข้าแทรกแซงเพื่อโค่นประธานาธิบดีมาดูโร ถือเป็นการกระทำอันชั่วร้ายที่ทรยศต่อประเทศของตนเอง ต่อมาทำให้เธอถูกขับออกจากสภา ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และถูกตัดสิทธิทางการเมือง

 

ผู้สนับสนุนของมาเรีย คอรินา มาชาโด รวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่เธอได้รับ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2025 (REUTERS/Nathalia Angarita)

ผู้รักษาเปลวไฟแห่งประชาธิปไตย

แม้จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่มาชาโดยังเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยจัดรายการทอล์กโชว์และวิเคราะห์การเมืองรายสัปดาห์ ชื่อ “Contigo: Con María Corina Machado” ผ่าน Radio Caracas มาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2014-2021

ในปี 2023 ชื่อของมาชาโดกลับถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังเธอประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ในการเลือกตั้งปี 2024 แม้เธอจะได้รับการสนับสนุนและเสียงตอบรับที่ดีเป็นวงกว้าง จนชนะการเลือกตั้งขั้นต้นเป็นผู้แทนของพรรคฝ่ายค้านในการลงชิงชัยสู้ศึกประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นกว่า 90% ในวันที่ 26 ตุลาคม 2023  

แต่ต่อมา คณะกรรมการการเลือกตั้งห้ามมาชาโดลงสมัคร โดยอ้างว่าตรวจพบความผิดปกติทางการเงินหลายประการในช่วงที่ยังเป็น สส. และในเดือนมกราคม 2024 ศาลฎีกามีคำพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองของมาชาโดเป็นระยะเวลา 15 ปี มาชาโดได้รับรองให้นายเอ็ดมุนโด กอนซาเลซ (Edmundo González) เป็นผู้แทนพรรคฝ่ายค้านลงแข่งขัน

เธอได้หลบซ่อนตัวและครั้งสุดท้ายที่เธอปรากฏตัวต่อสาธารณชนคือในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ก่อนการชุมนุมเมื่อ 9 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมาชาโด ถูกจับกุมเป็นเวลาสั้น ๆ และได้รับการปล่อยตัวภายหลังกล่าวปราศรัยในการชุมนุมประท้วงก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีมาดูโร

มาดูโร วัย 62 ปี ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว แต่ฝ่ายค้านและหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ปฏิเสธผลการเลือกตั้งโดยอ้างว่าเป็นการฉ้อโกง และยอมรับเอ็ดมุนโด กอนซาเลซ ผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้านซึ่งปัจจุบันอยู่ในสเปน เป็นประธานาธิบดีที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ก่อนที่ต่อมา เธอจะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ในฐานะสตรีเหล็ก ผู้รักษาเปลวไฟแห่งประชาธิปไตยให้ลุกโชน ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

 

เกร็ดทิ้งท้าย : ประวัติรางวัลโนเบล

อัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel) นักประดิษฐ์และนักธุรกิจชาวสวีเดน ผู้คิดค้นระเบิดขนาดเล็กอย่างไดนาไมต์ อุปกรณ์ทุ่นแรงที่สร้างความก้าวหน้าให้แก่อุตสาหกรรมการขุดเจาะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนมาเป็นเครื่องมือสังหารมนุษย์ในช่วงเวลาแห่งสงคราม หลังจากที่เขาถึงแก่กรรมในปี 1896 เขาได้ทิ้งพินัยกรรมฉบับสุดท้าย ระบุว่า ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดของเขา ราว 31.5 ล้านโครนสวีเดน (ราว 1 ร้อยล้านบาท) จะถูกนำไปลงทุนและจัดตั้งกองทุน ซึ่งนำไปแจกจ่ายเพื่อ ประโยชน์อันยิ่งใหญ่ที่สุดแก่มนุษยชาติ

คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ จำนวน 5 คน ซึ่งได้รับคัดเลือกจากรัฐสภานอร์เวย์ จะเป็นผู้พิจารณารางวัลในแต่ละปี ประกอบด้วย 5 สาขาคือ ฟิสิกส์ เคมี การแพทย์ วรรณกรรม และสันติภาพ เริ่มมอบรางวัลครั้งแรกในปี 1901 ก่อนจะเพิ่มสาขาเศรษฐศาสตร์เข้ามาในปี 1969 โดยธนาคารแห่งชาติสวีเดน

ตามข้อกำหนดในพินัยกรรม สำหรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจะมอบให้แก่บุคคลที่ปฎิบัติภารกิจมากที่สุดหรือดีที่สุด เพื่อภราดรภาพระหว่างประเทศ และกำจัดหรือลดกองกำลังทหาร และก่อตั้งหรือเผยแพร่การประชุมสันติภาพ

 

อ้างอิง : Britannica, BBC1, BBC2, BBC3, India Tribune, The Nobel Peace Prize