จีดีพีมาเลเซียไตรมาสที่ 3/2025 เติบโตรวดเร็วเกินคาด โดยเพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า จากแรงหนุนของทุกเซ็กเตอร์ ต้านผลกระทบจากภาษีสหรัฐได้
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในไตรมาสที่ 3/2025 ของมาเลเซียเพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์สูงสุดของบลูมเบิร์ก และเร็วกว่าอัตราการเติบโตใน 3 ไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วน อีกทั้งในภาคการส่งออกยังสามารถต้านผลกระทบจากภาษีศุลกากรสหรัฐได้อีกด้วย
โมฮด์ อูซีร์ มาฮิดิน หัวหน้านักสถิติของมาเลเซีย กล่าวในแถลงการณ์ว่า อุปสงค์ในประเทศยังคงเป็นกลไกหลักในการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจกรรมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดราชการและช่วงปิดเทอม กิจกรรมดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากการจ่ายเงินสดและมาตรการลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อรับมือภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งประกาศใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025
“การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรอย่างต่อเนื่อง และอุปสงค์จากภายนอกที่เพิ่มขึ้น ช่วยหนุนให้เศรษฐกิจเติบโต แม้จะมีความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐอยู่ก็ตาม” เขากล่าวเสริม
ตัวเลขการค้าของมาเลเซียในเดือนกันยายน สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่เบาบาง จากอัตราการจัดเก็บภาษี 19% สำหรับการส่งออกไปยังสหรัฐ โดยภาคการส่งออกเติบโตขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า สูงกว่าการคาดการณ์ในกรณีที่สูงที่สุดจากการสำรวจของบลูมเบิร์ก ในขณะที่การนำเข้าฟื้นตัวขึ้น 7.3% ส่งผลให้เกินดุลการค้าอยู่ที่ 19,860 ล้านริงกิต (ราว 1.5 แสนล้านบาท)
โมฮด์ อัฟซานิซัม อับดุล ราชิด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Bank Muamalat Malaysia Bhd. กล่าวว่า เศรษฐกิจมาเลเซียกำลังขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่น่าพอใจ แต่ในก้าวต่อไป ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ธนาคารกลางและหน่วยงานทางการคลังต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่ไหลเข้ามาอย่างรอบคอบ และตอบโต้ตามความเหมาะสม
ตัวเลขจีดีพีล่าสุดของมาเลเซีย แสดงให้เห็นว่า ประเทศบรรลุเป้าหมายการเติบโตที่คาดการณ์ไว้อย่างเป็นทางการในปี 2025 ที่ 4-4.8% ด้วยการพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง เป็นเกราะป้องกันมาตรการภาษีของทรัมป์
อย่างไรก็ดี รัฐบาลมาเลเซียคาดการณ์ว่า ในปี 2026 การเติบโตจะชะลอตัวลงมาอยู่ในช่วง 4-4.5% จากความผันผวนของปัจจัยภายนอก
ในเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา ธนาคารกลางมาเลเซียได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจก่อนเป็นการล่วงหน้า พร้อมทั้งเตือนว่า แนวโน้มการเติบโตยังคงโน้มเอียงไปในทิศทางที่เป็นลบ นอกจากนี้ธนาคารกลางยังได้อัดฉีดเงินทุนเพิ่มเติมเข้าสู่ระบบธนาคาร เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ และส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไป
ตามที่อูซีร์ นักสถิติระบุ การลดดอกเบี้ยการกู้ยืมและความช่วยเหลือด้วยเงินสดแบบครั้งเดียว จำนวน 100 ริงกิต (ราว 775 บาท) ของรัฐบาล มีบทบาทในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ
อาเซียน
จนถึงขณะนี้ สงครามการค้าของทรัมป์ ยังไม่สามารถขัดขวางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ โดยเวียดนามมีการเติบโต 8.23% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า เป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 เนื่องจากโรงงานต่าง ๆ เร่งผลิตและจัดส่งสินค้าไปยังสหรัฐให้เร็วขึ้น ก่อนที่ภาษีจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา และแม้ว่าการเติบโตในไตรมาสที่ 3 ของสิงคโปร์จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า แต่ตัวเลขดังกล่าวยังนับว่าสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ส่วนฟิลิปินส์ ไทย และอินโดนีเซีย กำหนดจะเปิดเผยตัวเลขผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 ในเดือนพฤศจิกายนนี้