จิม ฟาร์ลีย์ (Jim Farley) อดีตซีอีโอของ Ford ออกมาเล่า “จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต” ที่ทำให้เขาตระหนักถึงวิกฤตแรงงานรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และชนชั้นแรงงานสายผลิต ที่เรียกว่า “เศรษฐกิจจำเป็น” (Essential Economy) หลังได้คุยกับพนักงานหนุ่มสาวในโรงงานของตัวเองจนเข้าใจแจ่มแจ้ง
ฟาร์ลีย์เล่าย้อนว่า เหตุการณ์ที่ทำให้เขา “ตาสว่าง” เกิดขึ้นระหว่างการนัดหยุดงานของสหภาพแรงงานรถยนต์สหรัฐ (UAW) เมื่อปี 2023 ตอนนั้นได้พูดคุยกับคนงานรุ่นใหม่จำนวนหนึ่ง และสิ่งที่ได้ยินทำให้เขานิ่งไปชั่วครู่
“พวกเขาบอกผมว่า ต้องทำงานถึงสามที่ ถึงจะพอเลี้ยงตัวเองได้” “บางคนเลิกงานจากโรงงานฟอร์ดตอนกลางวัน แล้วไปทำต่อที่ Walmart หรือศูนย์กระจายสินค้าของ Amazon”
“นอนวันละแค่หกชั่วโมง… แล้วตื่นมาทำงานอีกที”
ฟาร์ลีย์บอกว่า สำหรับเขา มันไม่ใช่แค่เรื่องของค่าแรง แต่มันคือ “การพังทลายของความหมายในอาชีพสายแรงงาน” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและศักดิ์ศรี
คนรุ่นเก่าในโรงงานบอกผมว่า “ทำงานที่ฟอร์ด มันไม่ใช่อาชีพหลักอีกต่อไปแล้วครับคุณฟาร์ลีย์”
อดีตซีอีโอเล่าด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกลางเวทีงาน Ford Pro Accelerate ที่จัดขึ้นเมื่อวันอังคารในรัฐมิชิแกน
งานใหญ่รวมซีอีโอ-ผู้ว่าการ-เจพีมอร์แกน
ในงานเดียวกันนั้น ยังมีวิดีโอจาก เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ซีอีโอของ JPMorgan ที่กล่าวถึงอเมริกาในฐานะ “ปราการแห่งเสรีภาพ” แต่ในท้ายที่สุดก็เตือนว่าประเทศ “กำลังติดกับดักของระบบเอกสารและกฎเกณฑ์มากเกินไป” พร้อมเรียกร้องให้ภาคธุรกิจอย่าง Ford “ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเศรษฐกิจที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน”
เกร็ตเชน วิทเมอร์ (Gretchen Whitmer) ผู้ว่าการรัฐมิชิแกนก็ร่วมพูดคุยในงานนี้ด้วย ถือเป็นงานที่รวมตัวผู้นำธุรกิจและการเมืองระดับประเทศไว้มากที่สุดงานหนึ่งของ Ford ในปีนี้
ขาดช่าง-แรงงาน
ฟาร์ลีย์ชี้ “นี่คือวิกฤตแรงงานระดับชาติ”
ฟาร์ลีย์พูดตรง ๆ ว่าตอนนี้สหรัฐกำลังขาดแคลนแรงงานสายเทคนิคอย่างหนัก
เขาประเมินว่าประเทศมี “ช่องว่างแรงงาน” มากกว่า 400,000 ตำแหน่งช่างเทคนิค และ “อีกหลายแสนคน” ในภาคโรงงาน
เขาบอกว่า ปัญหาไม่ใช่ “ไม่มีงาน” แต่คือ “ไม่มีคนพร้อมทำงานเหล่านี้”
“ทุกวันนี้ มีงานช่างมากมายที่ได้เงินดีมากกว่า 100,000 ดอลลาร์ต่อปี แต่ไม่มีใครอยากเรียนสายนี้ เพราะมันต้องใช้การฝึกฝนนาน อย่างน้อย 5 ปี ถึงจะซ่อมเครื่องยนต์ดีเซล F-150 ได้”
และย้ำว่า นี่คือ “วิกฤตเงียบ” ของเศรษฐกิจอเมริกัน งานที่มั่นคง เงินดี แต่ไม่มีคนสืบต่อ
แรงงานคือจุดอ่อนในยุค AI
ฟาร์ลีย์ยังพูดถึงอีกประเด็นที่เขากังวล “ใครจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับโลก AI”
“เราพูดถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครพูดถึงว่า ใครจะเป็นคนสร้างมัน”
เขาบอกว่า ตอนนี้บริษัทก่อสร้างรายใหญ่หลายแห่งเริ่มขาดแรงงานเฉพาะทาง และความต้องการแรงงานจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ เพราะ AI กำลังขับเคลื่อนการสร้างศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างใหม่มหาศาล
ฟื้นระบบอาชีวะ-ฝึกงานจริง
ฟาร์ลีย์เสนอทางออกไม่ได้อยู่ที่ “เทคโนโลยี” แต่อยู่ที่ “คน”
ฟาร์ลีย์เรียกร้องให้สังคมกลับมาลงทุนในการฝึกอาชีพ (Apprenticeship) และโรงเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น โดยเฉพาะในชุมชนท้องถิ่น
“ผมเห็นแรงขับจากนายกเทศมนตรีและผู้นำชุมชนหลายแห่ง พวกเขาเข้าใจดีปัญหานี้ แต่ไม่มีทรัพยากรพอจะลงมือทำ”
เขายังตำหนิระบบราชการที่ซับซ้อนและการลงทุนที่ไม่ถึงมือแรงงานว่าเป็น “อุปสรรคใหญ่” ที่ทำให้ประเทศไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง
เมื่อถูกถามว่า “ตอนนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนหรือยัง ?”
ฟาร์ลีย์ตอบเพียงสั้น ๆ ว่า
“ยังเลยครับ… ยังไม่มากพอ”