สส.สหรัฐผ่านร่างงบฯยุติชัตดาวน์-ทรัมป์ลงนามทันทีสิ้นสุดสถิติยาวนานครั้งประวัติศาสตร์
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรก 13 พ.ย. 2025 เวลา 09.26 น. และอัพเดตเมื่อ 11.30 น.
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายงบประมาณยุติชัตดาวน์ที่นานครั้งประวัติศาสตร์ ด้าน ‘ทรัมป์’ ลงนามแล้ว
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ ซึ่งต่อมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐลงนามในทันทีตามขั้นตอน
สภาผู้แทนราษฎรลงมติด้วยคะแนนเสียง 222 ต่อ 209 เสียงเมื่อเย็นวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน เวลาท้องถิ่น เพื่อให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกคัดค้านจากสมาชิกพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่ ถือเป็นการยุติชัตดาวน์ที่ยาวนานครั้งประวัติศาสตร์ลากยาว 43 วัน ทำลายสถิติในครั้งที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งผู้นำในวาระแรกที่ 35 วัน เมื่อปลายเดือนธ.ค.ปี 2018 จนถึงปลายมกราคมในปี 2019
การลงมติผ่านร่างกฎหมายของสส.เกิดขึ้นหลังจากสว.โหวตผ่านร่างกฎหมาย 60 ต่อ 40 เสียง โดยได้เสียงจากสว.เดโมแครตที่โหวตแตกแถว
การปิดหน่วยงานรัฐบาลสิ้นสุดลงโดยที่ไม่มีการต่ออายุเงินอุดหนุนที่กำลังจะหมดอายุสำหรับมาตรการด้านสุขภาพอย่าง กรมธรรม์ประกันสุขภาพภายใต้พระราชบัญญัติการดูแลสุขภาพราคาประหยัด (Affordable Care Act) หรือ “โอบามาแคร์” ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหลักของสมาชิกรัฐสภาพรรคเดโมแครต ถือเป็นความล้มเหลวของฝั่งเดโมแครต
การลงนามของทรัมป์หมายความว่ารัฐบาลสามารถกลับมาดำเนินงานตามปกติได้ โดยคาดว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจะกลับมาปฏิบัติงานได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น
อย่างไรก็ดี การกลับมาดำเนินงานระบบราชการของรัฐบาลกลางอย่างเต็มรูปแบบอาจยังคงต้องใช้เวลาหลายวัน โดยฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คาดการณ์ว่าจะใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในการเริ่มยกเลิกข้อจำกัดเที่ยวบินที่สนามบินหลักๆได้
ทัศนวิสัยของตลาดการเงินถูกบดบังเช่นกัน เนื่องจากรัฐบาลหยุดเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงการปิดทำการ แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า รายงานการจ้างงานและดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือนตุลาคมไม่น่าจะเผยแพร่ออกมา เนื่องจากการปิดทำการของรัฐบาล ซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจต้องตัดสินใจด้านนโยบายการเงินรวมถึงดอกเบี้ยท่ามกลางความไม่ชัดเจนของข้อมูลที่เป็นดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ