สถานทูตจีนโพสต์ 2 รูป ‘Shuttle diplomacy’ ทูตพิเศษพบนายกฯไทย-กัมพูชา
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 24 ธันวาคม 2025 เวลา 06.52 น. อัพเดตเมื่อเวลา 14.00 น.
สถานทูตจีนเผยแพร่ภาพที่คัดเลือกมา 2 รูป แสดงการพบหารือผู้นำกัมพูชาและไทยใน ‘การทูตไปมาหาสู่’ หรือ Shuttle diplomacy ของทูตพิเศษด้านกิจการเอเชีย ซึ่งระบุว่ากังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เรียกร้องหยุดยิงเป็นภารกิจเร่งด่วน พร้อมสนับสนุนการไกล่เกลี่ยของอาเซียน
สถานทูตจีนประจำประเทศไทยเผยแพร่ภาพและผลการเยือนกัมพูชาและไทยของทูตพิเศษว่า ระหว่างวันที่ 18-23 ธันวาคม 2025 นายเติ้ง ซีจุน ทูตพิเศษด้านกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน ได้เดินทางเยือนไทยและกัมพูชาเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชายแดนที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ระหว่างสองประเทศ นับเป็นการเยือนไทยและกัมพูชาอีกครั้งเพื่อไกล่เกลี่ย
ทูตพิเศษพบกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี, ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, พลเอกเตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอกเมา สุพัน ผู้บัญชาการทหารบก, ส่วนในประเทศไทย พบกับอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเอกอุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
พร้อมภาพประกอบการเยือน 2 รูปโพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก “Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย” แสดงนายเติ้งยืนข้างนายอนุทิน นายกรัฐมนตรีไทย ในลักษณะมือไพล่หลัง และภาพจับมือกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา


นายเติ้ง ซีจุน ทูตพิเศษกล่าวว่า จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นที่เกิดจากความขัดแย้งทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งแสดงความเสียใจอย่างจริงใจ
“ภารกิจเร่งด่วนคือการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและกลับมาเจรจาเพื่อแก้ไขข้อพิพาทชายแดนอย่างสันติ” เติ้ง ซีจุนกล่าว
จีนสนับสนุนความพยายามในการไกล่เกลี่ยของอาเซียนและบทบาทสำคัญของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในการตรวจสอบการหยุดยิง และยินดีที่จะสร้างบรรยากาศและเวทีสำหรับการเจรจาระหว่างสองฝ่ายอีกครั้ง
เขาหวังว่าไทยและกัมพูชาจะร่วมมือกัน พยายามฟื้นฟูความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และสร้างสันติภาพขึ้นใหม่บริเวณชายแดน
ผลการหารือระบุอีกว่า ทั้งไทยและกัมพูชาต่างแสดงความขอบคุณต่อจีนสำหรับความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการส่งเสริมการเจรจาสันติภาพในลักษณะที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ทั้งสองประเทศย้ำถึงความมุ่งมั่นในสันติภาพ ความหวังที่จะเห็นการหยุดยิงที่ยั่งยืน และความเต็มใจที่จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับจีน เพื่อลดความตึงเครียดและฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยเร็วที่สุด
ก่อนการเยือนของทูตพิเศษ กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า เป็นการเยือนในลักษณะการทูตแบบไปมาหาสู่ (Shuttle diplomacy)
ทั้งนี้ Shuttle diplomacy เป็นกลยุทธ์การเจรจาที่ผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นกลางจากภายนอกเดินทางไปมาระหว่างฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์หรือหวาดระแวงกัน เพื่อส่งข้อความ ข้อเสนอ และข้อเสนอโต้ตอบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการบรรลุข้อตกลงโดยไม่ต้องมีการติดต่อโดยตรงระหว่างคู่ขัดแย้ง
ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจากการใช้โดยเฮนรี คิสซิงเจอร์ รัฐบุรุษและอดีตที่ปรึกษาความมั่นคงสหรัฐผู้ทรงอิทธิพล หลังสงครามยมคิปปูร์ปี 1973 เพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอียิปต์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลจากการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนวาระพิเศษที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 22 ธันวาคม ไทยและกัมพูชาวางแผนหารือในวันที่ 24 ธันวาคม 2025 ตามกรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการฟื้นข้อตกลงหยุดยิง
วงประชุม GBC เริ่มหารือเย็นวันนี้ (24 ธันวาคม) ไทยยืนยันจัดประชุม GBC ที่จันทบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาแบบทวิภาคี ไม่ประชุมในประเทศที่สาม หลังจากกัมพูชาเรียกร้องจัดประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและความเป็นกลาง เนื่องจากยังมีการสู้รบตามแนวชายแดน ซึ่งกัมพูชาระบุว่ามาเลเซียตกลง
ก่อนการประชุมอาเซียน สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทยเผยแพร่แถลงการณ์กรณีการสู้รบที่ยังดำเนินอยู่ระหว่างกัมพูชาและประเทศไทย
โดยโทมัส “ทอมมี่” พิกอตต์ หัวหน้ารองโฆษกสหรัฐอเมริกายังคงเรียกร้องให้กัมพูชาและไทยยุติการสู้รบ ถอนอาวุธหนัก หยุดการวางกับระเบิด และดำเนินการอย่างเต็มที่ตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งรวมถึงกลไกการเร่งรัดการเก็บกู้กับระเบิดเพื่อมนุษยธรรมและการแก้ไขประเด็นชายแดน เรายินดีที่บรรดาผู้นำอาเซียนมาร่วมกันในสัปดาห์นี้ เพื่อสนับสนุนกัมพูชาและไทยปฏิบัติตามพันธกรณีของตนอย่างครบถ้วนในการยุติความขัดแย้งนี้