ไต้หวันบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ลดภาษีเหลือ 15% จาก 20% แลกกับการลงทุนในสหรัฐ 2.5 แสนล้านเหรียญ เตรียมดึงห่วงโซ่อุปทานและการผลิตชิปของไต้หวันมาตั้งในอเมริกา ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต การผลิตขั้นสูง และนวัตกรรม
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ไต้หวันและสหรัฐบรรลุข้อตกลงทางการค้าที่รอคอยมานาน ในการลดภาษีนำเข้าของสหรัฐและดึงดูดการลงทุนจากไต้หวันมายังสหรัฐมากขึ้น เสริมสร้างความสัมพันธ์สำคัญสำหรับไต้หวัน ในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดกับจีนอยู่ในระดับสูง
หลังเจรจาอย่างเข้มข้นนานหลายเดือน ไต้หวันและสหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้า ลดภาษีต่างตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) จากเดิมซึ่งกำหนดไว้ในเดือนสิงหาคม 2025 อยู่ที่ 20% เหลือไม่เกิน 15% สอดคล้องกับอัตราภาษีของประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
สำหรับยาสามัญ ส่วนประกอบยาสามัญ ชิ้นส่วนเครื่องบิน และทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่สามารถหาได้ จะได้รับการยกเว้นภาษี และชิ้นส่วนรถยนต์ ไม้แปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์จากไม้ของไต้หวันจะเสียภาษีไม่เกิน 15% ภายใต้กรอบมาตรา 232 ของสหรัฐ
ในขณะที่ภาคการผลิตชิปและเทคโนโลยีของไต้หวันจะลงทุนอย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.83 ล้านล้านบาท) เพื่อช่วยสหรัฐขยายกำลังการผลิตชิป พลังงาน และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และไต้หวันจะค้ำประกันสินเชื่ออีกอย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการลงทุนเพิ่มเติมของบริษัทไต้หวัน ในการจัดตั้ง ขยายห่วงโซ่อุปทาน และอีโคซิสเต็มของเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดในสหรัฐ
เฉิง หลี่ฉุน รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเจรจาไต้หวันกล่าวว่า การลงทุน 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นั้นรวมถึงข้อผูกพันที่มีอยู่แล้ว และข้อตกลงนี้เป็นไปตามไต้หวันโมเดล (Taiwan Model) ซึ่งมีความแตกต่างจากข้อตกลงอื่น ๆ ที่สหรัฐทำไว้ โดยเน้นธุรกิจที่มีการวางแผนการลงทุนอย่างเป็นอิสระ
“หลังจากลดอัตราภาษีลง คาดว่าอุตสาหกรรมดั้งเดิมของไต้หวัน เช่น เครื่องมือกลและเครื่องมือช่างจะมีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างมาก” ตามแถลงการณ์ของไต้หวัน
เมื่อปี 2025 TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่สัญชาติไต้หวันให้คำมั่นว่าจะลงทุนเพิ่มอีก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.13 ล้านล้านบาท) และเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ได้เพิ่มงบการลงทุนในปี 2026 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.75 ล้านล้านบาท) และจะเร่งการลงทุนในสหรัฐต่อไป
ในข้อตกลงการค้าระบุว่า สหรัฐและไต้หวันจะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมระดับโลกในสหรัฐอเมริกา เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมของอเมริกา และวางตำแหน่งสหรัฐให้เป็นศูนย์กลางระดับโลกสำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต การผลิตขั้นสูง และนวัตกรรม
สำหรับอุปกรณ์ วัสดุ และส่วนประกอบที่จำเป็นในการสร้างโรงงานในสหรัฐจะได้รับการยกเว้นภาษี
กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า เมื่อโรงงานเหล่านี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ บริษัทต่าง ๆ จะสามารถนำเข้าสินค้าได้มากถึง 1.5 เท่าของกำลังการผลิตในสหรัฐ
โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี (CNBC) ว่า เป้าหมายของรัฐบาลคือการดึงห่วงโซ่อุปทานและการผลิตชิปทั้งหมดของไต้หวันราว 40% มาตั้งอยู่ในสหรัฐ พร้อมกล่าวว่า หากบริษัทเหล่านั้นไม่มาสร้างฐานการผลิตในสหรัฐ อาจจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 100%
TSMC สร้างโรงงานผลิตชิปในรัฐแอริโซนาแล้ว โดยลงทุนไปมากถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.25 ล้านล้านบาท) เพื่อผลิตชิปให้กับบริษัทต่าง ๆ เช่น แอปเปิล (Apple) เอ็นวิเดีย (Nvidia) โดยใช้งบประมาณที่เคยได้รับภายใต้กฎหมาย CHIPS Act ของสหรัฐ และเพิ่งซื้อที่ดินผืนใหญ่ในรัฐเพิ่มเติมเพื่อขยายธุรกิจ
เว่ย เจ๋อเจีย (Wei JeJia) หรือ ซี.ซี. เว่ย (C.C. Wei) ซีอีโอของ TSMC กล่าวว่า บริษัทจะเร่งการก่อสร้างโรงงานผลิตชิปประมวลผลล้ำสมัยในรัฐแอริโซนาต่อไป โดยจะเริ่มติดตั้งเครื่องมือผลิตชิปในโรงงานแห่งที่ 2 และเร่งกำหนดการผลิตให้เร็วขึ้น เป็นช่วงครึ่งหลังของปี 2027 นอกจากนี้ บริษัทกำลังก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 และรอใบอนุญาตเพื่อเริ่มก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 4 และโรงงานบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงแห่งแรก
อ้างอิง : U.S. Department of Commerce