เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

ทรัมป์สั่งลบคลิปแชร์ เหยียดผิว ‘โอบามา’ ปฎิเสธขอโทษ เจ้าตัวลั่น “ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”

07 ก.พ. 2569 | 22:44น.

ทรัมป์สั่งลบคลิปเหยียดผิว อดีตประธานาธิบดี โอบามา หลังกระแสสังคมตีกลับ-สส.รีพับลิกันรุมจาม เจ้าตัวลั่นไม่ขอโทษ ไม่ได้ทำผิด

ทำเนียบขาวกลับลำสั่งลบโพสต์บน Truth Social หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แชร์คลิปตัดต่อเปรียบเทียบ ‘บารัค-มิเชล โอบามา’ เป็นลิงในป่า ท่ามกลางเสียงประณามจากทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน ด้านทรัมป์ยืนกราน ไม่ได้ทำอะไรผิด ปฏิเสธการขอโทษ ขณะที่ผู้นำผิวสีชี้ นี่เป็นทัศนคติเหยียดเชื้อชาติ

สำนักข่าวเอพี (AP) รายงาน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการลบโพสต์วิดีโอบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัว Truth Social เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทุกภาคส่วน กรณีการเผยแพร่ภาพตัดต่อเชิงเหยียดเชื้อชาติที่พุ่งเป้าไปที่ บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดี และ มิเชล โอบามา อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง

คลิปเปรียบเทียบเป็นลิง

ชนวนเหตุสำคัญมาจากวิดีโอความยาว 62 วินาที ที่ทรัมป์แชร์ต่อ เนื้อหาหลักเป็นคลิปโฆษณาชวนเชื่อฝ่ายอนุรักษนิยมที่กล่าวหาว่ามีการทุจริตเลือกตั้งปี 2020 ในรัฐสมรภูมิ อย่างไรก็ตาม ในช่วงวินาทีที่ 60 ของคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพแทรกเป็นฉากลิงในป่า โดยมีการนำใบหน้าของนายบารัค และนางมิเชล โอบามา มาตัดต่อใส่ไว้ในลักษณะล้อเลียน

ในช่วงแรก คาโรลีน เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์ พร้อมอธิบายว่าวิดีโอดังกล่าวเป็นเพียง ‘อินเทอร์เน็ตมีม’ ที่ล้อเลียนภาพยนตร์เรื่อง The Lion King โดยวางตัวทรัมป์เป็น ‘ราชาแห่งป่า’ และฝ่ายเดโมแครตเป็นตัวละครสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงภาพ โจ ไบเดน ที่ถูกเปรียบเป็นลิงกินกล้วยด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวถูกโต้แย้งโดยสื่อมวลชนว่า ภาพยนตร์ของดิสนีย์เรื่องนี้มีฉากหลังเป็นทุ่งสะวันนาไม่ใช่ป่าดิบ และไม่มีตัวละครที่เป็นลิงใหญ่ ตามที่ปรากฏในคลิปแต่อย่างใด

ทรัมป์ลั่น ‘ไม่ขอโทษ’ อ้างเป็นความผิดพลาดของทีมงาน
หลังจากกระแสกดดันพุ่งขึ้น แม้แต่ในหมู่สมาชิกพรรครีพับลิกันเอง ในที่สุดโพสต์ดังกล่าวก็ถูกลบออกไป โดยทำเนียบขาวโดยให้เหตุผลสั้น ๆ ว่า “ทีมงานระดับล่างเป็นผู้โพสต์โดยความผิดพลาด”

ขณะที่ตัวประธานาธิบดีทรัมป์ อยู่ระหว่างการเดินทางไปรัฐฟลอริดาบนเครื่องบิน Air Force One ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงประเด็นนี้ว่า เขาจะไม่ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมชอบช่วงต้นของคลิปที่พูดเรื่องการโกงเลือกตั้ง ผมเห็นมันแล้วก็แชร์ต่อเลย โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบช่วงท้ายคลิปให้ดี”

เมื่อถูกจี้ถามว่าเขารังเกียจเนื้อหาเหยียดเชื้อชาติในวิดีโอหรือไม่ ทรัมป์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “แน่นอน ผมรังเกียจ” แต่ยังคงยืนยันว่าตนเองไม่มีความจำเป็นต้องขอโทษต่อคู่กรณี

ปฏิกิริยาจากพันธมิตรและฝ่ายค้าน

กระแสย้อนกลับในครั้งนี้ไม่ได้มาจากฝ่ายเดโมแครตเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงแกนนำพรรครีพับลิกันที่ปกติมักจะสงวนท่าที โดยเฉพาะ สว.ทิม สกอตต์ (Tim Scott) สมาชิกวุฒิสภาผิวสีเพียงหนึ่งเดียวของพรรครีพับลิกันจากเซาท์แคโรไลนา ออกมาเรียกร้องให้ทรัมป์ลบโพสต์ทันที ทั้งระบุว่า “นี่คือสิ่งที่เหยียดเชื้อชาติที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นจากทำเนียบขาวชุดนี้”

เช่นเดียวกับ สว.โรเจอร์ วิคเกอร์ (Roger Wicker) จากรัฐมิสซิสซิปปี ที่ระบุว่าการกระทำนี้ว่า “ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด” และประธานาธิบดีควรออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ

ในฟากของกลุ่มสิทธิพลเมือง นายเดอร์ริก จอห์นสัน ประธานสมาคม NAACP ประณามวิดีโอดังกล่าวว่า “น่ารังเกียจอย่างยิ่ง”

ทั้งตั้งข้อสังเกตว่าทรัมป์พยายามสร้างประเด็นอื้อฉาวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนจากปัญหาเศรษฐกิจ และความเชื่อมโยงกับคดีเจฟฟรีย์ เอปสตีน (Jeffrey Epstein) ที่กำลังเป็นที่จับตา เขากล่าวว่า “คุณรู้ไหมว่าใครไม่มีชื่ออยู่ในไฟล์คดีเอปสไตน์? บารัค โอบามา ไงล่ะ”

ย้อนรอยประวัติศาสตร์การเหยียดผิวในสหรัฐฯ

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของ เดือนประวัติศาสตร์คนผิวดำ (Black History Month) ซึ่งดูจะขัดแย้งกับประกาศของทรัมป์ก่อนหน้านี้ ที่ยกย่องการอุทิศตนของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน

นอกจากนี้ การเปรียบเทียบคนผิวดำเป็นลิงหรือสัตว์ป่า มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเจ็บปวดในสหรัฐ เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ที่มีการสร้างทฤษฎีเทียมเพื่อลดทอนความเป็นมนุษย์ของคนผิวดำเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ระบบทาส

ที่ผ่านมา ทรัมป์มีประวัติการใช้ถ้อยคำรุนแรงและมีนัยเหยียดเชื้อชาติต่อครอบครัวโอบามามาโดยตลอด นับตั้งแต่การปลุกปั่นความเชื่อผิด ๆ ว่าโอบามาไม่ได้เกิดในสหรัฐฯ ไปจนถึงการใช้คำเรียกประเทศในแอฟริกาว่าเป็น ‘ประเทศรูส้วม’ (Shithole Countries) ซึ่งเขาเพิ่งยอมรับเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ว่าได้พูดเช่นนั้นจริง

เหตุการณ์นี้สร้างคำถามต่อมาตรฐานการทำงานของทำเนียบขาว ในการคัดกรองเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียของประธานาธิบดี ซึ่งถูกใช้เป็นช่องทางหลักในการประกาศนโยบายสำคัญ ตั้งแต่การตั้งกำแพงภาษีไปจนถึงการข่มขู่ทางทหาร

อีเวตต์ คลาร์ก (Yvette Clarke) ประธานกลุ่มสส.ผิวสีในสภาคองเกรส (Congressional Black Caucus) ทิ้งท้ายไว้อย่างดุเดือดว่า เธอไม่เชื่อคำแก้ตัวของทำเนียบขาวที่โยนความผิดให้ทีมงาน “ถ้าไม่มีบรรยากาศท็อกซิก และการเหยียดผิวในทำเนียบขาว เราคงไม่เห็นพฤติกรรมแบบนี้ออกมา ไม่ว่าใครจะเป็นคนโพสต์ก็ตาม”

ขณะที่โฆษกส่วนตัวของนายบารัค โอบามา ระบุว่าอดีตประธานาธิบดีขอไม่ให้ความเห็นหรือตอบโต้ใด ๆ ต่อกรณีนี้