ทรัมป์สั่งลบคลิปเหยียดผิว อดีตประธานาธิบดี โอบามา หลังกระแสสังคมตีกลับ-สส.รีพับลิกันรุมจาม เจ้าตัวลั่นไม่ขอโทษ ไม่ได้ทำผิด
ทำเนียบขาวกลับลำสั่งลบโพสต์บน Truth Social หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แชร์คลิปตัดต่อเปรียบเทียบ ‘บารัค-มิเชล โอบามา’ เป็นลิงในป่า ท่ามกลางเสียงประณามจากทั้งเดโมแครตและรีพับลิกัน ด้านทรัมป์ยืนกราน ไม่ได้ทำอะไรผิด ปฏิเสธการขอโทษ ขณะที่ผู้นำผิวสีชี้ นี่เป็นทัศนคติเหยียดเชื้อชาติ
สำนักข่าวเอพี (AP) รายงาน เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการลบโพสต์วิดีโอบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัว Truth Social เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทุกภาคส่วน กรณีการเผยแพร่ภาพตัดต่อเชิงเหยียดเชื้อชาติที่พุ่งเป้าไปที่ บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดี และ มิเชล โอบามา อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง
คลิปเปรียบเทียบเป็นลิง
ชนวนเหตุสำคัญมาจากวิดีโอความยาว 62 วินาที ที่ทรัมป์แชร์ต่อ เนื้อหาหลักเป็นคลิปโฆษณาชวนเชื่อฝ่ายอนุรักษนิยมที่กล่าวหาว่ามีการทุจริตเลือกตั้งปี 2020 ในรัฐสมรภูมิ อย่างไรก็ตาม ในช่วงวินาทีที่ 60 ของคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพแทรกเป็นฉากลิงในป่า โดยมีการนำใบหน้าของนายบารัค และนางมิเชล โอบามา มาตัดต่อใส่ไว้ในลักษณะล้อเลียน
ในช่วงแรก คาโรลีน เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์ พร้อมอธิบายว่าวิดีโอดังกล่าวเป็นเพียง ‘อินเทอร์เน็ตมีม’ ที่ล้อเลียนภาพยนตร์เรื่อง The Lion King โดยวางตัวทรัมป์เป็น ‘ราชาแห่งป่า’ และฝ่ายเดโมแครตเป็นตัวละครสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงภาพ โจ ไบเดน ที่ถูกเปรียบเป็นลิงกินกล้วยด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวถูกโต้แย้งโดยสื่อมวลชนว่า ภาพยนตร์ของดิสนีย์เรื่องนี้มีฉากหลังเป็นทุ่งสะวันนาไม่ใช่ป่าดิบ และไม่มีตัวละครที่เป็นลิงใหญ่ ตามที่ปรากฏในคลิปแต่อย่างใด
ทรัมป์ลั่น ‘ไม่ขอโทษ’ อ้างเป็นความผิดพลาดของทีมงาน
หลังจากกระแสกดดันพุ่งขึ้น แม้แต่ในหมู่สมาชิกพรรครีพับลิกันเอง ในที่สุดโพสต์ดังกล่าวก็ถูกลบออกไป โดยทำเนียบขาวโดยให้เหตุผลสั้น ๆ ว่า “ทีมงานระดับล่างเป็นผู้โพสต์โดยความผิดพลาด”
ขณะที่ตัวประธานาธิบดีทรัมป์ อยู่ระหว่างการเดินทางไปรัฐฟลอริดาบนเครื่องบิน Air Force One ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงประเด็นนี้ว่า เขาจะไม่ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมชอบช่วงต้นของคลิปที่พูดเรื่องการโกงเลือกตั้ง ผมเห็นมันแล้วก็แชร์ต่อเลย โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบช่วงท้ายคลิปให้ดี”
เมื่อถูกจี้ถามว่าเขารังเกียจเนื้อหาเหยียดเชื้อชาติในวิดีโอหรือไม่ ทรัมป์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “แน่นอน ผมรังเกียจ” แต่ยังคงยืนยันว่าตนเองไม่มีความจำเป็นต้องขอโทษต่อคู่กรณี
ปฏิกิริยาจากพันธมิตรและฝ่ายค้าน
กระแสย้อนกลับในครั้งนี้ไม่ได้มาจากฝ่ายเดโมแครตเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงแกนนำพรรครีพับลิกันที่ปกติมักจะสงวนท่าที โดยเฉพาะ สว.ทิม สกอตต์ (Tim Scott) สมาชิกวุฒิสภาผิวสีเพียงหนึ่งเดียวของพรรครีพับลิกันจากเซาท์แคโรไลนา ออกมาเรียกร้องให้ทรัมป์ลบโพสต์ทันที ทั้งระบุว่า “นี่คือสิ่งที่เหยียดเชื้อชาติที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นจากทำเนียบขาวชุดนี้”
เช่นเดียวกับ สว.โรเจอร์ วิคเกอร์ (Roger Wicker) จากรัฐมิสซิสซิปปี ที่ระบุว่าการกระทำนี้ว่า “ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด” และประธานาธิบดีควรออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ
ในฟากของกลุ่มสิทธิพลเมือง นายเดอร์ริก จอห์นสัน ประธานสมาคม NAACP ประณามวิดีโอดังกล่าวว่า “น่ารังเกียจอย่างยิ่ง”
ทั้งตั้งข้อสังเกตว่าทรัมป์พยายามสร้างประเด็นอื้อฉาวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนจากปัญหาเศรษฐกิจ และความเชื่อมโยงกับคดีเจฟฟรีย์ เอปสตีน (Jeffrey Epstein) ที่กำลังเป็นที่จับตา เขากล่าวว่า “คุณรู้ไหมว่าใครไม่มีชื่ออยู่ในไฟล์คดีเอปสไตน์? บารัค โอบามา ไงล่ะ”
ย้อนรอยประวัติศาสตร์การเหยียดผิวในสหรัฐฯ
รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของ เดือนประวัติศาสตร์คนผิวดำ (Black History Month) ซึ่งดูจะขัดแย้งกับประกาศของทรัมป์ก่อนหน้านี้ ที่ยกย่องการอุทิศตนของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน
นอกจากนี้ การเปรียบเทียบคนผิวดำเป็นลิงหรือสัตว์ป่า มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเจ็บปวดในสหรัฐ เริ่มตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ที่มีการสร้างทฤษฎีเทียมเพื่อลดทอนความเป็นมนุษย์ของคนผิวดำเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ระบบทาส
ที่ผ่านมา ทรัมป์มีประวัติการใช้ถ้อยคำรุนแรงและมีนัยเหยียดเชื้อชาติต่อครอบครัวโอบามามาโดยตลอด นับตั้งแต่การปลุกปั่นความเชื่อผิด ๆ ว่าโอบามาไม่ได้เกิดในสหรัฐฯ ไปจนถึงการใช้คำเรียกประเทศในแอฟริกาว่าเป็น ‘ประเทศรูส้วม’ (Shithole Countries) ซึ่งเขาเพิ่งยอมรับเมื่อเดือนธันวาคม 2025 ว่าได้พูดเช่นนั้นจริง
เหตุการณ์นี้สร้างคำถามต่อมาตรฐานการทำงานของทำเนียบขาว ในการคัดกรองเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียของประธานาธิบดี ซึ่งถูกใช้เป็นช่องทางหลักในการประกาศนโยบายสำคัญ ตั้งแต่การตั้งกำแพงภาษีไปจนถึงการข่มขู่ทางทหาร
อีเวตต์ คลาร์ก (Yvette Clarke) ประธานกลุ่มสส.ผิวสีในสภาคองเกรส (Congressional Black Caucus) ทิ้งท้ายไว้อย่างดุเดือดว่า เธอไม่เชื่อคำแก้ตัวของทำเนียบขาวที่โยนความผิดให้ทีมงาน “ถ้าไม่มีบรรยากาศท็อกซิก และการเหยียดผิวในทำเนียบขาว เราคงไม่เห็นพฤติกรรมแบบนี้ออกมา ไม่ว่าใครจะเป็นคนโพสต์ก็ตาม”
ขณะที่โฆษกส่วนตัวของนายบารัค โอบามา ระบุว่าอดีตประธานาธิบดีขอไม่ให้ความเห็นหรือตอบโต้ใด ๆ ต่อกรณีนี้