Skip to content

นักวิชาการเตือน ‘ปูติน’ รัสเซียกำลังเผชิญวิกฤตการเงิน

11 ก.พ. 2569 | 07:45น.
นักวิชาการเตือน ‘ปูติน’ รัสเซียกำลังเผชิญวิกฤตการเงิน
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย ออกมาเตือนประธานาธิบดี “วลาดิมีร์ ปูติน” ว่า สภาวการณ์ทางการเงินของประเทศกำลังย่ำแย่อย่างหนัก และอาจลุกลามกลายเป็นวิกฤตการณ์ทางการเงินสำหรับรัสเซียทั้งประเทศได้ภายในระยะเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อรายได้ของรัฐบาลทรุดตัวลงอย่างหนัก สวนทางกับงบประมาณรายจ่ายที่นับวันจะยิ่งทวีสูงขึ้น เพราะยังไม่มีวี่แววว่า ปูติน เตรียมจะยุติสงครามของตนในยูเครนแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ สื่อชั้นนำของสหรัฐอเมริกา รายงานกรณีดังกล่าวโดยอ้างคำบอกเล่าจากแหล่งข่าวทั้งในแวดวงธุรกิจและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงระบุว่า หลายฝ่ายพากันเตือนผู้นำรัสเซียว่า สัญญาณอันตรายทางการเงินยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุสำคัญเนื่องจากรายได้ของประเทศจากการค้าน้ำมันลดลงอย่างฮวบฮาบในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยหายไปมากถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ผลก็คือภาวะขาดดุลงบประมาณของรัฐถ่างกว้างมากยิ่งขึ้นทุกที แม้ว่ารัฐบาลปูตินจะประกาศขึ้นภาษีไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ตาม

นักธุรกิจระดับบริหารรายหนึ่งบอกกับ วอชิงตัน โพสต์ ว่า วิกฤตการณ์ทางการเงินดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ภายใน “สามถึงสี่เดือนข้างหน้า” ในสภาพที่อัตราเงินเฟ้อกำลังถีบตัวสูงขึ้นแบบไม่มีเพดานจำกัด โดยระบุด้วยว่า สภาพที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ทำให้บรรดาภัตตาคาร ร้านค้าต่าง ๆ พากันปิดตัวลงเป็นทิวแถว เลย์ออฟพนักงานครั้งใหญ่ส่งผลให้เกิดการว่างงานขึ้นมหาศาล

สภาพตึงตัวทางเศรษฐกิจเริ่มต้นขึ้นเมื่อรัสเซียส่งกำลังทหารบุกยูเครนเมื่อ 4 ปีเศษที่ผ่านมา การแซงก์ชั่นจากโลกตะวันตกบวกกับการระดมสรรพกำลังเพื่อโหมทำสงคราม ทำให้ตลาดแรงงานตึงตัวอย่างหนัก เงินเฟ้อพุ่งสูง กดดันจนธนาคารกลางรัสเซียต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย การใช้จ่ายของผู้บริโภคภายในประเทศลดลง แม้รัฐบาลจะประกาศใช้มาตรการผ่อนปรนเมื่อไม่นานมานี้ก็ไม่ได้ส่งผลให้การบริโภคกระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด

บรรดาบริษัทธุรกิจต้องเผชิญกับแรงกดดันสองทางพร้อม ๆ กัน คืออัตราดอกเบี้ยสูงในขณะที่การบริโภคหดหายไปเรื่อย ๆ จำเป็นต้องใช้มาตรการพักงาน หรือไม่ก็ลดชั่วโมงการทำงานลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานและผู้บริโภค ลดทอนทั้งกำลังซื้อและขีดความสามารถในการชำระหนี้ ก่อให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดปัญหาขึ้นกับระบบการเงินของประเทศ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้หนึ่งบอกกับวอชิงตัน โพสต์ ว่า อาจเกิดวิกฤตธนาคารขึ้นได้ในรัสเซียภายในระยะเวลาไม่ช้าไม่นาน ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2025 ธนาคารหลายแห่งในรัสเซียออกโรงเตือนว่า อาจเกิดวิกฤตการณ์เบี้ยวหนี้ขึ้นได้ เพราะอัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อทำให้ขีดความสามารถในการชำระหนี้ในรัสเซียทรุดลงอย่างรุนแรง พร้อมกันนั้น สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการแห่งรัสเซีย ก็เตือนเช่นกันว่า บริษัทธุรกิจจำนวนมากกำลังตกอยู่ในสภาวะ “ก่อนล้มละลาย” แล้ว

ศูนย์เพื่อการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคและการพยากรณ์ระยะสั้น องค์กรวิชาการที่รัฐบาลให้การสนับสนุน แถลงเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า รัสเซียอาจต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเงินการธนาคารภายในเดือนตุลาคมนี้ หากสภาวการณ์ในระบบกู้ยืมย่ำแย่ลงและเจ้าของเงินฝากแห่ถอนเงินของตนเองออกไป ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า ดมิตรี เบลูซอฟ ผู้อำนวยการศูนย์ มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรระบุว่า “เศรษฐกิจกำลังย่างเข้าสู่สภาวะชะงักงันควบคู่ไปกับภาวะเงินเฟ้อ หรือสแต็กเฟลชั่น อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2023”

วิกฤตการเงินของรัสเซียส่อเค้าว่าจะเลวร้ายมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ หลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศแซงก์ชั่นเป็นการลงโทษ บริษัทน้ำมันอย่าง รอสเนฟท์ และ ลู้คออยล์ ของรัสเซีย ในขณะที่ทางสหภาพยุโรปกำลังเตรียมการแซงก์ชั่นต่อ กองเรือขนส่งน้ำมันนอกระบบของรัสเซีย ที่เรียกกันว่า “แชโดว์ ฟลีท” ที่เป็นกลไกสำคัญในการลำเลียงน้ำมันรัสเซียสู่ตลาดหลีกเลี่ยงการแซงก์ชั่น โดยอาจส่งผลเป็นการบีบบังคับให้รัสเซียต้องหั่นราคาน้ำมันดิบที่ส่งออกของตนมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกก็ส่งผลกระทบอยู่ก่อนแล้ว

แม้จะมีปัญหาทางการเงินเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ทางการรัสเซียก็ยังเทงบประมาณเพื่อยุทโธปกรณ์และเกณฑ์ทหารอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง จนถึงกับต้องหันไปดึงเงินงบประมาณจากกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งรัฐ ซึ่งในเวลานี้หลงเหลือจำกัดจำเขี่ยเต็มที ที่สำคัญก็คือในสมรภูมิเอง รัสเซียก็ประสบความสูญเสียอย่างหนัก นับตั้งแต่แรกเริ่ม ทหารรัสเซียเสียชีวิตหรือบาดเจ็บไปไม่น้อยกว่า 1.2 ล้านนาย รายงานของนาโตระบุว่า เฉพาะเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว รัสเซียสูญเสียทหารไปมากกว่า 300,000 นาย เพียงเพื่อให้ได้ยึดครองพื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปเองก็ชี้ว่า รัสเซียกำลังพ่ายแพ้ในเชิงยุทธศาสตร์อยู่ดี เพราะในที่สุด ยูเครนก็จะเข้าเป็นสมาชิกของอียู ตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของนาโตโดยอัตโนมัติ นาโตจึงไม่เพียงขยายตัวเพราะมีสมาชิกเพิ่ม แต่กำลังเพิ่มงบประมาณทางทหารขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ สตับบ์ แห่งฟินแลนด์ จึงตั้งข้อสังเกตไว้ในเวทีเวิร์ลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า แท้จริงแล้วรัสเซียยังคงทำสงครามอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพราะต้องการดินแดนเพิ่ม หากแต่เป็นเพราะสงครามยูเครนเป็นศึกที่ปูตินจะล้มเหลวไม่ได้ แพ้ไม่ได้ เมื่อผนวกกับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของรัสเซียกำลังย่ำแย่อย่างหนัก สักวันก็คงหาเงินจ่ายให้กับทหารไม่ได้ นั่นหมายถึงเศรษฐกิจไม่ขยายตัว อัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ยพุ่งสู่เลขสองหลัก หากยุติสงคราม ทุกอย่างจะถาโถมเข้าใส่รัฐบาลในทันที

“นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมปูตินถึงไม่สามารถยุติสงครามนี้ได้ ซึ่งน่ากังวลอย่างยิ่ง” ผู้นำฟินแลนด์ย้ำไว้ในที่สุด