แอฟริกาเดือด! หลังตำรวจจีนใช้ความรุนแรงต่อชาวแอฟริกัน บังคับใช้มาตรการคุมโรคเข้มงวด
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เกิดกระแสความไม่พอใจต่อรัฐบาลจีนในกลุ่มประเทศ “แอฟริกา” หลังจากที่ปรากฎภาพเจ้าหน้าที่จีนใช้ความรุนแรงต่อชาวแอฟริกันในจีน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ระหว่างการบังคับใช้มาตรการควบคุมชาวต่างชาติ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน
ทั้งนี้ รายงานระบุว่ามีชาวแอฟริกันที่เป็นนักศึกษาและบุคคลทั่วไปหลายรายในเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน ถูกบังคับให้ตรวจหาเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่และถูกบังคับให้ต้องกักตนเองเป็นเวลา 14 วัน โดยไม่คำนึงถึงประวัติก่อนหน้านั้นของพวกเขา โดยชาวแอฟริกาหลายรายไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศจีนเลยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาและไม่มีประวัติใกล้ชิดผู้ป่วย รวมทั้งบางส่วนยังเพิ่งพ้นระยะการกักตัวเป็นเวลา 14 วันและมีใบรับรองว่ามีสุขภาพดี แต่ก็ยังคงถูกบังคับตามมาตรการดังกล่าว
ซึ่งความหวาดกลัวชาวต่างชาติในกลุ่มชาวจีนยังเพิ่มสู.ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการมองว่าผู้ที่เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศอาจเป็นพาหะนำเข้าเชื้อไวรัสจากภายนอก ทำให้ชาวแอฟริกันในจีนจำนวนมากกลายเป็นบุคคลไร้ที่อยู่อาศัย เพราะถูกขับไล่ออกจากบ้านเช่าและยังถูกปฏิเสธการเข้าพักในโรงแรม
ในวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมายังปรากฏคลิปวิดีโอที่ตำรวจจีนในเขตซานหยวนลี่ กำลังบังคับให้ชาวแอฟริกันนอนราบลงกับพื้น เพื่อบังคับให้คนเหล่านั้นปฏิบัติตามมาตรการของทางการจีน สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งให้กับรัฐบาลและประชาชนแอฟริกา ที่มองว่าทางการจีนกำลังเลือกปฏิบัติต่อชาวแอฟริกัน โดยสื่อในเคนยา ยูกันดา แอฟริกาใต้ และไนจีเรียต่างเรียกร้องให้พลเมืองของตนเองอพยพออกจากจีนทันที พร้อมทั้งวิจารณ์ตำรวจจีนกระทำการเกินกว่าเหตุ
Africans in Guangzhou are being evicted from their homes and turned away from hotels, forced onto the streets, amid rising xenophobia and concerns of a #COVID19 rebound.
“It’s already a PR mess for China,” @castillorocas told CNN. https://t.co/8Rjj56e21A pic.twitter.com/GYHiZi196v
— David Paulk (@davidpaulk) April 11, 2020
ความไม่พอใจเหล่านี้กลายเป็นที่จับตามองว่า อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนและประเทศในแอฟริกา หลังจากที่จีนพยายามอย่างหนักในการขยายอิทธิพลทางการค้าเข้าไปในภูมิภาคนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้แอฟริกากลายเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญทั้งทางการค้าและทางการทูตของรัฐบาลจีน โดยในปี 2019 มูลค่าการค้าระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศแอฟริกาสูงถึง 208,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทางการของหลายประเทศในแอฟริกาได้เรียกร้องให้สถานทูตจีนในประเทศของตนเองชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยนายมุซซา ฟากี ประธานคณะกรรมการสหภาพแอฟริกา ได้เชิญเอกอัครราชทูตจีนเข้าหารือเป็นถึงกรณีดังกล่าวเป็นการส่วนตัว
นายจ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “เรากำลังเผชิญความเสี่ยงจากกรณีนำเข้าเชื้อไวรัสและการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในขณะนี้ที่โรคระบาดแพร่กระจายไปทั่วโลก แต่ชาวต่างชาติทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เราปฏิเสธการปฏิบัติที่แตกต่างกัน และเราจะไม่สามารถยอมรับการเลือกปฏิบัติได้”