เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
“คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
Politics “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
ถอดรหัสมติ 5  ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
Politics ถอดรหัสมติ 5 ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
Biz Movement พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
สันติธาร มอง ‘Data Center’  ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
Tech สันติธาร มอง ‘Data Center’ ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
Politics 3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
HR เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
ดูทั้งหมด

จับตาไอพีโอ “แอนต์กรุ๊ป” “ฟินเทค” มูลค่าสูงกว่าธนาคารยักษ์

25 ก.ค. 2563 | 21:10น.
การประกาศแผนล่าสุดของ “แอนต์กรุ๊ป” (Ant Group) บริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ “ฟินเทค” ยักษ์ใหญ่ของจีน เข้าสู่ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และฮ่องกง กลายเป็นที่ฮือฮาของนักลงทุนที่คาดการณ์กันว่า มูลค่าในการเสนอขายหุ้นครั้งนี้อาจสูงลิ่ว และส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตลาดสูงกว่าธนาคารยักษ์ใหญ่หลายแห่งในปัจจุบัน และเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า บริษัทเทคโนโลยีจีนกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนมากขึ้น

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า “แอนต์กรุ๊ป” ประกาศแผนการจดทะเบียนและเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในกระดานหุ้นวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเทคโนโลยี หรือ “สตาร์มาร์เก็ต” ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ พร้อมกับการไอพีโอในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงด้วย

แอนต์กรุ๊ปเป็นบริษัทฟินเทคในเครือ “อาลีบาบา” ของมหาเศรษฐี “แจ็ก หม่า” ก่อตั้งในปี 2014 ภายใต้ชื่อ “แอนต์ไฟแนนเชียล” (Ant Financial) สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินของอาลีบาบาโดยเฉพาะซึ่งแอนต์กรุ๊ปเป็นผู้ให้บริการระบบธุรกรรมการเงินออนไลน์ “อาลีเพย์” (Alipay) ไม่ว่าจะเป็นการชำระสินค้า การลงทุน ไปจนถึงการปล่อยสินเชื่อขนาดเล็ก โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บริการกว่า 900 ล้านคน

นอกจากนี้ บริษัทยังผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการเงินให้กับลูกค้าองค์กร รวมทั้งการบริหารความมั่งคั่ง การให้สินเชื่อผู้ประกอบการ และธุรกิจประกันภัย และยังมีการลงทุนในบริษัทฟินเทคทั่วโลกอย่าง “เพย์เอ็มที” ของอินเดีย

โดยข้อมูลของซีบีอินไซต์สระบุว่า ปัจจุบันธุรกิจของ “แอนต์กรุ๊ป” มีมูลค่าตลาดสูงถึง 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ นักลงทุนต่างคาดการณ์กันว่า แอนต์กรุ๊ปน่าจะเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ เช่นเดียวกับ “อาลีบาบา” ที่ทำไอพีโอในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ในปี 2014 สามารถระดมทุนได้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าตลาดสูงถึง 231,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำลายสถิติไอพีโอครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ในขณะนั้น ก่อนที่จะถูกทุบสถิติโดยการทำไอพีโอของ “ซาอุดีอารัมโก” (Saudi Aramco) วิสาหกิจน้ำมันรายใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ในปี 2019

แต่ความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างรัฐบาลจีนและสหรัฐ ส่งผลให้บริษัทสัญชาติจีนต้องเผชิญกับความยากลำบากจากกฎระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในการเข้าสู่แหล่งทุนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ โดยเฉพาะการกำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยรายละเอียดเพื่อแสดงความโปร่งใสว่า บริษัทไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล (จีน)

เป็นเหตุให้บริษัทจีนจำนวนหนึ่งหันมาจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง เป็นตลาดที่ 2 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการย้ายฐานการระดมทุนในกรณีที่ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น

การประกาศแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง ของแอนต์กรุ๊ปในครั้งนี้ จึงเป็นภาพสะท้อนของธุรกิจจีนที่พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหาที่มาจากความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐ ด้วยการเลือกจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนเอง โดยเฉพาะในกระดานหุ้นสตาร์ของจีน ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2019 โดยตั้งเป้าให้มีศักยภาพเทียบเท่ากับตลาดหุ้นแนสแดคของสหรัฐ

ขณะที่การจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนการสร้างความเชื่อมั่นกับสถานะศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกของฮ่องกง หลังจากที่รัฐบาลจีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ จนส่งผลให้ภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติเกิดความกังวลใจต่อเสรีภาพและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในฮ่องกง โดยเฉพาะการกำหนดบทลงโทษสำหรับการกระทำที่เป็นการแทรกแซงกิจการภายในจากต่างชาติ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาติดต่อการค้าและการลงทุนสำหรับนักลงทุนจากต่างประเทศ

ซีเอ็นเอ็นรายงานถึงแถลงการณ์ของ “อีริก จิง” ซีอีโอของแอนต์กรุ๊ป ที่แสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลจีน และฮ่องกง ในการเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมาว่า “มาตรการของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง จะช่วยเปิดประตูให้นักลงทุนทั่วโลกสามารถเข้าถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในตลาดที่มีพลวัตมากที่สุดในโลก ในเวลาเดียวกันก็ช่วยเปิดทางให้บริษัทเหล่านั้นสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างกว้างขวางด้วย”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผยว่า แอนต์กรุ๊ปจะจดทะเบียนและทำไอพีโอเมื่อไหร่ และขนาดของไอพีโอครั้งนี้จะมีมูลค่าสูงเท่าใด

“ดาวิด ได” ผู้อำนวยการจัดการและนักวิเคราะห์อาวุโสของเบิร์นสไตน์ บริษัทนายหน้าหลักทรัพย์ชั้นนำของวอลล์สตรีตประมาณการว่า การทำไอพีโอครั้งนี้ แอนต์กรุ๊ปอาจทำให้บริษัทฟินเทคแห่งนี้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 210,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งหมายความว่าจะมีมูลค่าตลาดสูงกว่าธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ อย่าง “โกลด์แมน แซกส์” (Goldman Sachs) ซึ่งมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 72,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึง “เวลส์ ฟาร์โก” (Wells Fargo) ที่มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 100,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 21 ก.ค. 2020

ถือเป็นสัญญาณที่สะท้อนให้เห็นว่า เทรนด์บริษัทเทคโนโลยีเป็นที่สนใจของนักลงทุนมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ บริษัท “เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริ่ง อินดัสเตรียล คอร์ปอเรชั่น” (SMIC)

ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน ก็สามารถระดมทุนได้ถึง 6,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกระดานหุ้นสตาร์มาร์เก็ต ในฐานะตลาดที่ 2

ขณะที่ “เจดีดอตคอม” (JD.com) ก็สามารถระดมทุนได้ถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการจดทะเบียนตลาดที่ 2 ในตลาดหุ้นฮ่องกง ส่วนอาลีบาบาก็สามารถระดมทุนได้ถึง 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากจดทะเบียนในฮ่องกงเป็นตลาดที่ 2 เมื่อปลายปีที่แล้วเช่นกัน

“แดเนียล หว่อง” ผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์วิจัยประจำดัชนีฮั่งเส็งของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ชี้ว่า “ภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นสำหรับตลาดฮ่องกง”

โดยในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หุ้นของเทนเซนต์ (Tencent), อาลีบาบา และเหม่ยถวนเตี่ยนผิง (Meituan Dianping) เป็นหุ้นที่มีการซื้อขายมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของมูลค่าการซื้อขายรวม

ดังนั้น เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเปิดเผยว่า กำลังจัดทำดัชนีใหม่ “ดัชนีฮั่งเส็งเทค” (Hang Seng Tech Index) โดยคัดเลือก 30 บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง มาคำนวณดัชนีดังกล่าว จากที่มีบริษัทเทคโนโลยีจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงทั้งหมด 163 ราย

“ดัชนีฮั่งเส็งเทค” มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 27 ก.ค.นี้ โดยรวมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น อาลีบาบา, เน็ตอีส, เจดีดอตคอม, เทนเซนต์, เหม่ยถวนเตี่ยนผิง และเสียวหมี่ และคาดว่าแอนต์กรุ๊ปจะถูกรวมอยู่ในกลุ่ม 30 บริษัทนี้ด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ต่างประเทศ ธนาคาร