เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

อุตฯอาหาร-เครื่องดื่มโลก โอกาส-ความท้าทายหลังโควิด-19

09 ส.ค. 2563 | 08:31น.
มองข้ามชอต
โชติกา ชุ่มมี
EIC ธ.ไทยพาณิชย์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและภาคธุรกิจต่าง ๆ ในวงกว้าง อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ถูก disrupt จากวิกฤตครั้งนี้ ทั้งจากปัญหา supply chain disruption ในช่วงมาตรการ lockdown รวมไปถึงพฤติกรรมและความต้องการของ
ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในยุค new normal หลัง COVID-19 จะมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด และภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปอย่างไร ซึ่งเรามองว่ามีความท้าทายสำคัญ และโจทย์ใหญ่ 3 เรื่อง ดังนี้…

ประการแรก วิกฤตครั้งนี้ได้กลายเป็น trigger point สำคัญ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคหันมาตื่นตัวและใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน รวมทั้งพิถีพิถันในเรื่องอาหารการกินต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งกระแสดังกล่าวส่งผลให้ประเด็นเรื่อง “food safety and transparency” จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารจะละเลยไม่ได้

ดังนั้น กระบวนการผลิตอาหารจะต้องมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลทุกอย่างจะต้องโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ด้วย ซึ่งนอกเหนือไปจากการยกระดับมาตรฐานด้านการเกษตรและการผลิตแล้ว หนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ผู้เล่นในอุตสาหกรรมเริ่มนำมาใช้กันมากขึ้นในปัจจุบัน คือ blockchain technology ซึ่งเป็นระบบจัดการด้านข้อมูลที่ตอบโจทย์ ในเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานการผลิตอาหารได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการจัดเก็บ บันทึก และส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ จากผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตอาหารทุกกิจกรรมแบบ real time โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ในระบบ blockchain ที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งบุคคลอื่นไม่สามารถเข้าไปแก้ไขหรือลบข้อมูลที่มีอยู่แล้วได้

ยิ่งกว่านั้น ผู้บริโภคยังสามารถติดตามตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาและการเดินทางของอาหาร โดยใช้ QR code เป็นสื่อกลางในการเข้าถึงฐานข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์อาหารนั้นมีคุณภาพและปลอดภัยสำหรับบริโภคอย่างแท้จริง

ประการต่อมา ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทางเลือกโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ทดแทน (alternative meats) มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการบริโภคเนื้อสัตว์ และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการทำฟาร์มปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกจากพืช (plant-based foods) โดยเฉพาะถั่ว เห็ด สาหร่าย ซึ่งให้โปรตีนสูง รวมถึงผลิตภัณฑ์นมที่ทำจากพืช (plant-based milk) เช่น ข้าวโอ๊ต หรืออัลมอนด์

พบว่าปัจจุบันเริ่มมีผลิตภัณฑ์ทางเลือกเหล่านี้วางขายในตลาด และได้รับความนิยมมากขึ้นจากผู้บริโภค ข้อมูลจาก The Good Food Institute ระบุว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยอดจำหน่าย plant-based foods ในสหรัฐ มีอัตราการเติบโต 31% มูลค่าตลาดสูงถึงราว 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ ก.ค. 2019) และมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่องในอนาคต ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มเบนความสนใจไปพัฒนาสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในกลุ่มทดแทนจากพืชกันมากขึ้น เช่น Hershey เพิ่งวางตลาดสินค้าเนื้อแห้งสำหรับทานเล่นผลิตด้วยวัตถุดิบทดแทนจากพืชภายใต้แบรนด์ “Krave” หรือ “Kroger” ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐ เข้าสู่ตลาดนี้แล้วเช่นกันโดยเพิ่งเปิดตัวแบรนด์สินค้า“Simple Truth Emerge” จำหน่ายอาหารทดแทนเนื้อสัตว์ที่ทำจากถั่วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีแผนจะวางจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ดังกล่าวอีกราว 50 รายการ ภายในปีนี้ สอดคล้องกับข้อมูลของ Barclays ที่ระบุว่า ตลาด alternative meats ทั่วโลกจะมีมูลค่าตลาดสูงถึงกว่า 1.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในช่วงทศวรรษหน้า

นอกจากผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกจากพืชแล้ว เรายังเชื่อว่าเนื้อสัตว์สังเคราะห์ หรือ lab-grown meat มีแนวโน้มที่จะถูกวิจัยและพัฒนาเพื่อป้อนตลาดเชิงพาณิชย์ โดยสนนราคาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จับต้องได้รวดเร็วขึ้นอีกด้วย ซึ่งหนึ่งปัจจัยเร่งสำคัญคือ การที่วิกฤตโรคระบาดส่วนใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่มีต้นตอมาจากสัตว์ หรือถูกเชื่อมโยงกับการบริโภคเนื้อสัตว์ทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้หวัดนก, อหิวาต์แอฟริกันในสุกร (ASF) หรือแม้แต่การระบาดของ COVID-19 ครั้งนี้ที่ถูกเชื่อมโยงกับการบริโภคสัตว์ป่า วิกฤตการณ์เหล่านี้ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ และหันมาเปิดใจบริโภคเนื้อสัตว์สังเคราะห์มากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น lab-grown meat ยังมีข้อดีอีกหลายประการ อาทิ สามารถปรุงแต่งและเติมสารอาหาร แร่ธาตุ หรือวิตามินต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหรือรักษาโรคได้อีกด้วย รวมทั้งยังตอบโจทย์กลุ่มที่ต่อต้านการฆ่าหรือทรมานสัตว์ และที่สำคัญที่สุดคือ สามารถการันตีได้ถึงความสะอาด เพราะถูกเพาะเลี้ยงในห้องแล็บ จึงปราศจากเชื้อโรค ไวรัส หรือยาปฏิชีวนะใด ๆ อย่างแน่นอน

พบว่าปัจจุบัน startup ทั่วโลกหลายรายมุ่งมั่นวิจัยพัฒนาเพื่อผลิตเนื้อสัตว์สังเคราะห์ ในลักษณะ industrial scale ป้อนตลาด ใช้ระยะเวลาเพาะเลี้ยงสั้นลง ต้นทุนถูกลงมาก ภายในปี 2040 หรืออีก 20 ปีต่อจากนี้ lab-grown meat จะมีส่วนแบ่งมากถึงราว 1 ใน 3 ของตลาดเนื้อสัตว์ทั่วโลก หากเป็นจริงจะเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับประเทศที่พึ่งพาภาคเกษตรกรรม และส่งออกสินค้าปศุสัตว์รวมถึงไทย

และ ประการสุดท้าย ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ unmanned factory และ humanless warehouse โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการพึ่งพาแรงงานคน และ
ลดต้นทุนของภาคธุรกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ พบว่าปัจจุบันได้มีการพัฒนา AI สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหลากหลายด้าน อาทิ ใช้ AI ในการคัดแยกวัตถุดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปโดยอาศัยการเรียนรู้และจดจำ หรือ machine learning หรือแม้แต่การนำเทคโนโลยี robot tongue และ robot nose มาใช้ตรวจสอบคุณภาพอาหารผ่านระบบเซ็นเซอร์ รวมไปถึงการใช้ AI ในการตรวจสอบควบคุมมาตรฐานการผลิต สุขอนามัย และความสะอาดภายในโรงงานผลิตอาหาร เป็นต้น

เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้กระบวนการผลิตและตรวจสอบคุณภาพอาหารทำได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการปนเปื้อนและโอกาสที่สินค้าจะถูกปฏิเสธและส่งคืน (reject) ยิ่งไปกว่านั้นยังเริ่มนำ AI มาช่วยในกระบวนการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด โดยอาศัยการเรียนรู้ข้อมูลจากผู้บริโภคผ่านกระบวนการ data mining ประมวลผลและคาดการณ์ลักษณะผลิตภัณฑ์รสชาติที่ผู้บริโภคต้องการและตรงใจมากขึ้น

เนื่องจากพบว่า 95% ของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกสู่ตลาดในช่วงที่ผ่านมาประสบความล้มเหลวในช่วง 3 ปีแรกหลังเปิดตัว ซึ่งเราเชื่อว่าอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น คือ จุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม แห่งโลกหลัง COVID-19 ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับไทย

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องกลับมา rethink อย่างจริงจัง เพื่อวางกลยุทธ์การเติบโตและเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น เพื่อขับเคลื่อน ประเทศไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม