เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
ดูทั้งหมด

‘อินเดีย-ญี่ปุ่น-ออสซี่’ จับมือ สร้างซัพพลายเชนใหม่ ไร้เงาจีน

06 พ.ค. 2564 | 11:56น.

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ภาคธุรกิจในหลายประเทศหันมาทบทวนห่วงโซ่อุปทาน หรือ “ซัพพลายเชน” เนื่องจากหลายประเทศพึ่งพิง “จีน” ในฐานะผู้ส่งสินค้าและวัตถุดิบในการผลิตรายใหญ่เป็นหลัก แต่เมื่อจีนเผชิญกับการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างหนักในช่วงต้นปี 2020 ส่งผลให้การส่งออกต้องหยุดชะงักหรือล่าช้าออกไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ หลายประเทศจึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่เพื่อลดความเสี่ยง

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานว่า ออสเตรเลีย อินเดีย และญี่ปุ่น เปิดตัวโครงการริเริ่มความยืดหยุ่นระบบซัพพลายเชน (Supply Chain Resilience Initiative) หรือ “เอสซีอาร์ไอ” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง 3 ประเทศ โครงการดังกล่าวมีการหารือกันมาตั้งแต่ปลายปี 2019 โดยในระยะแรกจะเป็นการจับคู่ทางธุรกิจระหว่าง 3 ประเทศ พร้อมการดำเนินการของภาครัฐเพื่อช่วยเหลือด้านการลงทุน รวมถึงการสร้างซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ เพื่อกระจายความหลากหลายและความเสี่ยงในการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต และการส่งออกสินค้า ทั้งตั้งเป้าขยายประเทศสมาชิกในอนาคต โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“แดน เทห์แอน” รัฐมนตรีด้านการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนออสเตรเลีย ระบุว่า “ญี่ปุ่นและอินเดียเป็นพันธมิตรสำคัญของออสเตรเลีย หวังว่าจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นระบบซัพพลายเชนในภูมิภาของเรา”

ทั้งนี้ แม้ว่าจะไม่มีการกล่าวอ้างถึงจีน แต่เห็นได้ชัดว่าการริเริ่มเอสซีอาร์ไอ เป็นผลมาจากการที่หลายประเทศประสบปัญหาในการจัดหาและนำเข้าสินค้าจากซัพพลายเชนจีน โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูปและเวชภัณฑ์สำคัญที่มีความต้องการสูงในภาวะโรคระบาด

นอกจากนี้ ทั้ง 3 ประเทศยังมีข้อพิพาทกับรัฐบาลจีนในประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลียที่มีข้อพิพาททางการทูต จนนำมาซึ่งการแซงก์ชั่นการค้ากับจีน ส่วนอินเดียก็มีข้อพิพาทพรมแดน โดยเฉพาะการเผชิญหน้าทางการทหารกับจีน ในดินแดนลาดักห์ในปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับข้อพิพาทระหว่างญี่ปุ่นกับจีน ในประเด็นการอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งยังคงไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้

ภายหลังการเปิดตัวเอสซีอาร์ไอ “จ้าว ลี่เจียน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “การผลักดันระบบซัพพลายเชนที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จะไม่สามารถสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมทั่วโลก และยังไม่เอื้อให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย”

จ้าว ลี่เจียน ระบุด้วยว่า การสร้างซัพพลายเชนโลกเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอาจเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจโลก และหวังว่าประเทศที่เกี่ยวข้องจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีและปฏิบัติตามกฎการค้า พร้อมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน สมดุล และครอบคลุม

อย่างไรก็ตาม “มาร์ก โกห์” ผู้อำนวยการสถาบันโลจิสติกส์-เอเชียแปซิฟิก มหาวิทยาลัยเเห่งชาติสิงคโปร์ ชี้ว่า เอสซีอาร์ไอจะช่วยให้ทั้ง 3 ชาติสามารถดำเนินนโยบาย “จีนบวกหนึ่ง” (China plus one) เพื่อสร้างซัพพลายเชนสำรองนอกประเทศจีนได้ นอกจากนี้ อินเดียยังอาจใช้เอสซีอาร์ไอเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มประเทศที่เป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ผ่านทางออสเตรเลียและญี่ปุ่นได้อีกด้วย หลังจากที่อินเดียปฏิเสธการเข้าร่วมอาร์เซ็ปไปก่อนหน้านี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ญี่ปุ่น อินเดีย