นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เรื่องการออกเกณฑ์ดูแลสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน มีข้อสรุปในรายละเอียดต่าง ๆ และตนได้ลงนามในราชกิจจานุเบกษาแล้ว อยู่ระหว่างการรอเพื่อประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 1 ก.ย. 2560 ซึ่งถือว่ามีช่วงเวลาให้ภาคเอกชนสามารถปรับตัวได้ทัน
ทั้งนี้ประกาศที่จะออกมาเป็นเกณฑ์การควบคุมดูแลสินเชื่อไม่มีหลักประกัน เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งประกาศดังกล่าวจะออกมาเพื่อให้กับกลุ่มลูกค้าใหม่ และไม่มีผลย้อนหลังต่อฐานลูกค้าเดิมของภาคเอกชน
แหล่งข่าวจากธุรกิจการเงินกล่าวว่า ธปท.ได้หารือกับสถาบันการเงิน และผู้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดหนี้ครัวเรือน และป้องกันการก่อหนี้เสียใหม่ในระบบ
ล่าสุดคาดว่ารายละเอียดเกณฑ์ใหม่จะเป็นการควบคุมสินเชื่อไม่มีหลักประกัน เช่น การคุมบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเกณฑ์ในเบื้องต้น คือ ในด้านบัตรเครดิต ผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน จะได้รับวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ แต่ไม่ได้จำกัดจำนวนบัตร ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็จะปรับลดลงจากเดิมด้วย
ในขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคล (พีโลน) ให้ผู้กู้ 1 คนที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน มีวงเงินไม่เกิน 1.5 เท่า/สถาบันการเงิน และมีวงเงินกับสถาบันการเงินได้ไม่เกิน 3 แห่ง เท่ากับว่า 1 คนจะมีวงเงินรวมไม่เกิน 4.5 เท่า
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ที่กำลังจะออกมาของ ธปท.น่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนมากนัก เพราะออกมาควบคุมกลุ่มลูกค้าใหม่ แต่ลูกค้าเดิมยังสามารถมีวงเงินสินเชื่อเท่าเดิม
นอกจากนี้เกณฑ์กำกับที่ ธปท.ออกมาจะไม่ครอบคลุมสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Specialized Financial Institutions-SFIs) เพราะกลุ่มนี้จะถูกกำกับด้วยหน่วยงานรัฐอื่น ๆ โดยตรงอยู่แล้วไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท.