เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
Economic อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ดูทั้งหมด

จับตาบาทผันผวนสูงหลุด 37 บาท/ดอลลาร์ แบงก์คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75%

18 ก.ย. 2565 | 14:30น.
เงินบาท

ธนาคารกรุงไทย-กรุงศรีฯ ประเมินกรอบเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 36.50-37.30 บาทต่อดอลลาร์ จับตา “ประชุมเฟด-บีโออี-บีโอเจ” คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% จากปัจจุบัน 2.25-2.50% ชี้ เห็นค่าเงินบาทผันผวนสูง เชื่อทางการเข้าแทรกแซงค่าเงินในระดับจิตวิทยา 37 บาทต่อดอลลาร์

วันที่ 18 กันยายน 2565 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 19-23 กันยายน 65) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 36.50-37.25 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามและมีผลกับตลาดค่อนข้างมาก จะเป็นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21-22 กันยายนนี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ 0.75%

อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญตลาดติดตามจะเป็นทิศทางรายงาน Dot Plot ของเฟด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์เริ่มทยอยลดลงแล้ว เฟดอาจไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ซึ่งเลื่อนมาจากเดิม โดยตลาดรอดูมุมมองว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยในลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งหากเร่งขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์ไม่ได้ปรับลดลงเยอะหลังจากปรับขึ้นไปสูง

ขณะเดียวกัน ก็มีประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีประเด็นอะไรมากนัก นอกจากจะส่งสัญญาณว่าไม่สบายใจเรื่องค่าเงินเยนที่อ่อนค่าไปค่อนข้างมาก

“ตัวแปรสำคัญและโฟกัสของตลาดในสัปดาห์หน้าจะเป็นปัจจัยประชุมเฟด และหาก Dot Plot ออกมาไม่ Aggressive ก็มีโอกาสหลุด 37 บาทต่อดอลลาร์ได้ ภายใต้ที่มีโฟลว์ทองคำและน้ำมันเข้ามาด้วย ซึ่งจะช่วยพยุงไม่ให้สะวิงมากนัก”

มีแรงเทขายบอนด์ระยะสั้น

สำหรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าตลาดหุ้นขายสุทธิราว 5,000 ล้านบาท และตลาดพันธบัตร (บอนด์) ซื้อสุทธิประมาณ 3,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากมีการประมูลบอนด์ ทำให้มีแรงซื้อจากนักลงทุน เพื่อปรับสถานะพอร์ตลงทุน

ขณะที่ฟันด์โฟลว์สัปดาห์หน้าประเมินว่า ในมุมบอนด์อาจมีแรงเทขายบอนด์ระยะสั้นได้บ้าง แต่จะมีการกลับมาซื้อบอนด์ตัวยาวเพิ่มได้ ซึ่งตลาดบอนด์โดยรวมจะเป็นขายสุทธิราว 1,000-2,000 ล้านบาท

ในส่วนของหุ้นนักลงทุนอาจจะรอดูผลการประชุมเฟดก่อน แต่โดยรวมน่าจะเป็นซื้อสุทธิประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ภาพรวมตลาดหุ้นและบอนด์ภาพจะนิ่ง ๆ จึงไม่ได้มีผลให้บาทะมากนัก แต่ต้องติดตามโฟลว์จากทองคำและน้ำมันต่อไป เพราะน่าจะแรงเทขายทำกำไรได้บ้าง

เตือนค่าบาทผันผวนสูงหลังผลประชุมเฟดออกมา

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับกรอบเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าอยู่ที่ 36.85-37.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยชี้นำสำคัญอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 20-21 กันยายนนี้ โดยคาดขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.75% จาก 2.25-2.50% นอกจากนี้ ตลาดจะให้ความสนใจกับประมาณการดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟด (dot plot) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายต่อไป

ขณะเดียวกัน เงินบาทยังเผชิญปัจจัยฉุดรั้งจากการที่ราคาทองทำในตลาดโลกร่วงลงแรง ซึ่งกระตุ้นการนำเข้าของผู้ค้าทองในประเทศอีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้น มองว่าเป็นไปได้สูงที่ทางการจะยังคงเข้ามาดูแลตลาดเพื่อลดความผันผวนและประวิงเวลาบริเวณระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 37 บาทต่อดอลลาร์บวกลบ และต้องติดตามเช่นกันว่าต่างชาติจะปรับพอร์ตขายหุ้นและพันธบัตรไทยต่อเนื่องหรือไม่

อย่างไรก็ดี หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ ตลาดรับรู้ข่าวบวกของดอลลาร์ไปพอสมควรแล้ว คาดว่าค่าเงินจะผันผวนสูงหลังประชุมเฟด

“เดือนนี้บาทอ่อนค่า สอดคล้องกับทุกสกุลเงินในภูมิภาค และผันผวนสูงโดยเฉพาะหลังดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ส.ค.ของสหรัฐออกมาสูงเกินคาด โดยเงินเปโซฟิลิปปินส์แตะระดับอ่อนค่าสุดเป็นประวัติการณ์ เงินบาทซื้อขายที่ระดับอ่อนสุดในรอบเกือบ 16 ปี เงินหยวนจีนทะลุผ่าน 7.0 ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี”