“สุรชัย” ชี้ “มหรสพ” ข้อเสียอื้อ ปัด สนช.จะคว่ำกฎหมายลูก เตะถ่วงเลือกตั้งอีก
เมื่อวันที่ 5 กุมาพันธ์ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ตามที่ สนช.แก้ไขให้พรรคการเมืองจัดมหรสพช่วงหาเสียงว่า จะทำให้การเลือกตั้งในประเทศกลายเป็นการเมืองที่ต้องใช้เงิน เวทีไหนใช้เงินมากก็มีคนมาฟังมาก เวทีไหนมีเงินน้อยก็มีคนมาฟังน้อย สร้างความไม่เท่าเทียมตั้งแต่การหาเสียง ซึ่งที่ผ่านมาก่อนปี พ.ศ.2522 ประเทศไทยยอมให้มีรูปแบบการหาเสียงที่ยอมให้มีการจัดมหรสพได้ แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ก็ห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งจัดปราศรัยกลับมามีความคิดเดิมๆ อีก ซึ่งก็สะท้อนความคิดของคนแต่ละยุคสมัย ทั้งที่วิธีการหาเสียงควรเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้สิทธิออกเสียงมากกว่า
“ส่วนตัวจึงเห็นว่าการจัดมหรสพจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี แต่อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับเสียงข้างมากตามมติเห็นชอบของ สนช. หลังจากนี้จึงขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กรธ. กกต. จะเห็นด้วยหรือไม่ หากมีการทำความเห็นโต้แย้งมายัง สนช.ก็จะนำไปสู่ขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ส่วน สนช.ในฐานะผู้ผ่านเห็นชอบกฎหมายคงจะไม่เหมาะสม หากไปเสนอความเห็นโต้แย้งมติของตัวเอง” นายสุรชัยกล่าว
นายสุรชัยยังกล่าวถึงการขยายเวลาเลือกตั้งเป็น 07.00-17.00 น. ตามที่ กกต.มองว่าต้องคำนึงถึงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในบางพื้นที่มีความไม่สงบ ว่าเราควรมองที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นหลัก ซึ่งการขยายเวลาก็ถือว่าเป็นผลดีเช่นกัน เพื่อให้ประชาชนมีเวลามาใช้สิทธิเลือกตั้งได้มากขึ้น แต่หาก กกต.มองว่าเป็นอุปสรรคต่อผู้ปฏิบัติงาน สนช.ก็ขอรอฟัง กกต.ก่อนว่าจะมีเหตุผลมากน้อยแค่ไหน ขณะที่เรื่องการแบ่งกลุ่มอาชีพตาม พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง ส.ว.ที่ยังมีความเห็นต่างกัน ระหว่าง สนช.กับ กรธ. ก็มองว่า หากต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ก็อาจต้องมาพิจารณาตามหลักการในรัฐธรรมนูญว่าแบบใดเกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากกว่า ซึ่งแม้รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าต้องแบ่งกี่กลุ่มอาชีพ แต่ประชาชนต้องมีสิทธิ์ลงสมัครได้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่วนที่มีกระแสว่า สนช.จะคว่ำกฎหมายลูกที่ผ่านเห็นชอบจาก สนช.เองนั้น ตนไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้น
ที่มา : มติชนออนไลน์