เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
ดูทั้งหมด

โจทย์ท้าทาย “สี จิ้นผิง” ซีโร่โควิด = เศรษฐกิจ “โคม่า” ?

03 ธ.ค. 2565 | 08:22น.
จีน ประท้วง
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

การประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ตามนโยบายโควิดเป็นศูนย์ หรือซีโร่โควิด ของรัฐบาลจีน ภายใต้ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภายหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน โดยผู้ประท้วงนอกจากกดดันให้เลิกล็อกดาวน์แล้วยังเรียกร้องให้ผู้นำสูงสุดของจีนลาออก ถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่ท้าทายอำนาจสี จิ้นผิง มากที่สุดนับจากขึ้นเป็นผู้นำประเทศเมื่อปี 2012 หรือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์ตะวันตกบางคนชี้ว่า การประท้วงที่ลุกลามไปหลายเมืองในจีน เป็นกรณีที่สร้างความสั่นสะเทือนในประเทศเกือบจะเทียบเท่าเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989 ที่โด่งดังไปทั่วโลก และยากที่จะลบรอยมลทินออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของจีน

การประท้วงครั้งนี้ที่จุดประกายการประท้วงไปเกือบทั่วประเทศ เพราะชาวอุรุมชีเชื่อว่าการที่อาคารที่พักอาศัยดังกล่าวอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ เป็นเหตุให้คนหนีไฟออกมาไม่ได้ อีกทั้งสิ่งกีดขวางต่าง ๆ บริเวณรอบอาคารที่ถูกล็อกดาวน์เป็นเหตุให้รถดับเพลิงเข้าถึงสถานที่เกิดเหตุได้ช้า มีเสียงวิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ได้ล็อกประตูอาคารอีกด้วย ทำให้คนหนีไฟไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้ล็อก

กรณีอุรุมชีนั้นคนทั้งเมือง 4 ล้านคนถูกกักให้อยู่ในบ้านเป็นเวลานานกว่า 3 เดือนแล้ว เหตุการณ์ที่อุรุมชี อาจสะท้อนความไม่พอใจของชาวจีนที่มีมานานต่อนโยบายโควิดเป็นศูนย์ที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด เมื่อสบโอกาสชาวจีนทั้งประเทศจึงปลดปล่อยความไม่พอใจนั้นออกมา

นโยบายโควิดเป็นศูนย์ อาจเป็นความผิดพลาดตั้งแต่ต้น เนื่องจากในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุมโรคระบาดร้ายแรงนี้ให้เหลือศูนย์ อีกทั้งเชื้อโควิด-19 ได้กลายพันธุ์ตลอดเวลา เกินกว่าที่จะพัฒนาวัคซีนให้ตามทัน แต่การที่ผู้นำจีนยังคงยึดมั่นจะใช้นโยบายเดิม ได้สร้างความเครียดให้ประชาชน เพราะฝืนธรรมชาติเสรีภาพพื้นฐานของมนุษย์ เนื่องจากอดทนมาเกือบ 3 ปีแล้ว

ชาวจีนอาจยอมรับได้ ที่ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง แต่การเข้ามาก้าวก่ายการใช้ชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐาน (ออกจากบ้านไม่ได้) เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลที่ประเมินอารมณ์ประชาชนต่ำเกินไป

หลังจากการประท้วงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนี้ ดูเหมือนรัฐบาลจีนจะส่งสัญญาณผ่อนคลายการควบคุมประชาชนลง โดยบอกว่าจะทบทวนมาตรการเพื่อให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด

“หลี่ต้าวขุย” อาจารย์มหาวิทยาลัยชิงหวา มหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน และหนึ่งในสถานที่ที่มีการชุมนุมของนักศึกษาเพื่อประท้วงการล็อกดาวน์ กล่าวว่า นโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีนมาถึงจุดพลิกผันซึ่งต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพราะประชาชนทุกภาคส่วนเกิดความไม่พอใจอย่างต่อเนื่อง

“นโยบายโควิดเป็นศูนย์ออกแบบมาเพื่อสู้กับไวรัสเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ไวรัสเปลี่ยนไป ในการทำสงครามถ้าศัตรูของคุณเปลี่ยน คุณก็ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ ดังนั้นผมคิดว่าในอนาคตจะค่อย ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาอารมณ์ไม่พอใจของประชาชน เชื่อว่าปลายเดือนมีนาคมปีหน้า จีนอาจเปิดประเทศ”

หลี่ระบุว่า หากยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ เศรษฐกิจจีนจะกลับมาเติบโตในระดับ “มหัศจรรย์” ที่ 5-6% ซึ่งเป็นอัตราที่เหมาะสมในการรองรับตลาดแรงงานจีนได้

อย่างไรก็ตามในมุมมองของ “รอรี กรีน” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำจีนของทีเอส ลอมบาร์ด บริษัทที่ปรึกษาเศรษฐกิจมหภาค ชี้ว่า อย่าตั้งความหวังว่าการประท้วงจะทำให้รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการโควิด กลับกันอาจกระตุ้นให้ สี จิ้นผิง เพิ่มการปราบปรามประชาชนยิ่งขึ้น อย่างที่เห็นมาแล้วในกรณีปราบผู้ประท้วงในฮ่องกงที่เรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 2019

“ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ไม่มีทางที่เศรษฐกิจจีนจะเติบโตได้เกิน 1% ความหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจเติบโตค่อนข้างรางเลือน เราคิดว่าจีนจะอยู่ในภาวะ ‘โคม่า’ เพราะโควิดไปจนกระทั่งไตรมาส 2 ปีหน้า”

การเข้มงวดเรื่องโควิดมาเกือบ 3 ปี ฉุดเศรษฐกิจจีนตกต่ำลงอย่างมาก นักเศรษฐศาสตร์หลายคนประเมินว่าปีนี้จะเติบโตต่ำกว่า 3% ต่างจากหลายปีก่อนหน้านี้ ซึ่งโตเฉลี่ย 6-8%