เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์ พลิกตำราทหารสู่การเมือง ถ่วงดุลอำนาจคุม 3 พรรคอนุรักษนิยม

25 ธ.ค. 2565 | 09:17น.
พล.อ.ประยุทธ์
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ

ลีลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีจังหวะรุก จังหวะถอยในเกมละครการเมือง โดยเฉพาะจังหวะที่เป็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญในชีวิต

ไม่ว่าช่วงที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไม่ว่าครั้งที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก

ไม่ว่าครั้งที่ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ

รวมถึงครั้งล่าสุดที่จะขยับไปเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ

ทว่า ในทุก ๆ ครั้งจะมีจังหวะที่คล้ายกัน ถ้าย้อนประวัติศาสตร์สำรวจวิวัฒนาการการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์

ผบ.ทบ.แทงกั๊กปฏิวัติ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ข่าวการ “ปฏิวัติ-ยึดอำนาจ” ติดตัว พล.อ.ประยุทธ์ มาตั้งแต่รับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.

พลันที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ก้าวขึ้นตำแหน่ง ผบ.ทบ. แทน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในปี 2553 เป็นช่วงที่เพิ่งสิ้นการสู้รบที่แยกราชประสงค์ และกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้งในปี 2554

ตัวเต็งที่จะมาเป็นรัฐบาล คือ พรรคเพื่อไทย คู่ขัดแย้งกองทัพในช่วงเวลานั้น

เสียงการปฏิวัติรัฐประหารจึงดังขึ้น แต่คำตอบที่ได้จาก พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งแล้วเป็นรัฐบาลจะมีการปฏิวัติหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2554 ว่า “ใครจะทำ ไม่มีหรอก เรื่องพวกนี้อย่าไปคิด ไม่มีประโยชน์ ควรเอาสมองไปคิดเรื่องการทำงานจะดีกว่า”

อีกครั้งเมื่อ 30 มิถุนายน 2554 ก่อนการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 ว่า “ทหารขอยืนหยัดตรงกลางไม่ใช่ความเป็นกลางทางการเมือง แต่เป็นกลางของทหารคือเดินไปในเส้นทางที่เป็นหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบตามกฎหมาย และทำหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน”

เวลาผ่านมา 2 ปี ช่วงที่พรรคเพื่อไทยถูกกลุ่ม กปปส.ไล่ต้อนจากพิษ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันมาตลอดว่าไม่รัฐประหาร

แต่ 2 วันก่อนการรัฐประหารจะเกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ที่ประกาศกฎอัยการศึกเรียกคู่ขัดแย้ง 7 ฝ่าย ปิดห้องคุยหาทางออกประเทศ กล่าวเมื่อ 20 พฤษภาคม 2557 ว่า

“การรัฐประหารนั้น เป็นคำถามที่ตอบไม่ได้ สำหรับสถานะรัฐบาลและการรายงานให้รัฐบาลทราบหลังประกาศใช้กฎอัยการศึก ขณะนี้รัฐบาลอยู่ไหนไม่ทราบ แต่ถ้าเจอจะรายงานให้ทราบถึงสถานการณ์

ที่สุดแล้ว กอ.รส. ก็แปลงร่างมาเป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในที่สุด

นักการเมืองที่เคยเป็นทหาร

หลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 จากการรวบรวมข้อมูลของ บีบีซี.ไทย พบว่า “พล.อ.ประยุทธ์” พูดว่า “ไม่ได้เป็นนักการเมือง” ถึง 9 ครั้ง ตั้งแต่ 2557- 2561

อาทิ 24 กุมภาพันธ์ 2558 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างคณะรัฐมนตรี และคสช. ว่า “การเมืองคือการเมือง ผมไม่ใช่นักการเมือง แต่ต้องทำงานภายใต้แรงกดดันของสื่อและต่างประเทศ”

22 สิงหาคม 2559 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกว่า

“ผมเป็นผู้ใหญ่และเป็นทหาร เลยขี้โมโหไปหน่อย ผมไม่ใช่นักการเมือง อย่าหวังว่าผมจะพูดเพราะ พูดเพราะแล้วโกหก ผมไม่ทำ”

28 พฤศจิกายน 2560 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างพบปะประชาชน 500 คน ที่หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จ.สงขลา ว่า “ผมเป็นนายกฯ ที่ไม่เอาใจคน ผมไม่ใช่นักการเมือง ผมบริหารงานในแบบของผม ดูแลประชาชนโดยไม่เลือกว่าใครสนับสนุนผม”

แต่แล้ว 3 มกราคม 2561 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นช่วงปีที่พรรคการเมืองเริ่มขยับ เพื่อการเลือกตั้งในปี 2562 “วันนี้เป็นวันแห่งความสุข เป็นวันแห่งรอยยิ้ม ผมก็ยิ้มเยอะ ๆ เมื่อก่อนผมยิ้มแล้วหุบเร็ว เพราะเป็นคนไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่ หน้าเป็นแบบนี้”

“แต่วันนี้ผมต้องเปลี่ยนแปลงเพราะผมไม่ใช่ทหาร เข้าใจไหม เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร มันก็ติดนิสัยทหารอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดคือประชาชน และไม่ใช่ประชาชนของผม ประชาชนของประเทศไทย และไม่ใช่ของพรรคไหน”

แทงกั๊กนายกฯ พปชร.

จากวันที่เอ่ยปาก “นักการเมืองที่เคยเป็นทหาร” พล.อ.ประยุทธ์ต้องตัดสินใจลงเล่นการเมืองเพื่อรักษาสิ่งที่ คสช.ทำมาตลอด 5 ปี โดยเกิดคำถามในขณะนั้นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะรับตำแหน่งนายกฯ ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

30 มกราคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “มีหลายพรรคมั้ง ขอดูก่อนสิ หลายพรรคก็สนับสนุนเรา แต่ปัญหาคือเลือกได้เพียงพรรคเดียว ดูก่อนนโยบายเขาเป็นอย่างไร”

วันรุ่งขึ้น 31 มกราคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกครั้ง ถึงพรรคพลังประชารัฐมีมติให้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรคว่า “วันนี้ยังไม่มีการทาบทามมา ที่พรรคเสนอชื่อผม ก็เป็นเรื่องของเขา เขาเชิญผมมาเมื่อไหร่ ก็มีเวลาไปถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เขาเชิญผมมาเมื่อไหร่ผมก็รับและยินดี ขอบคุณนะ แต่ยังไม่รับ ขอบคุณที่เชิญ”

แต่ในที่สุด 8 กุมภาพันธ์ 2562 พล.อ.ประยุทธ์ก็ออกแถลงการณ์ ตอบรับเข้าเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ โดยระบุว่า

“การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ง่ายนัก เพราะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของประเทศ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ผมจะเป็นทหารมาตลอดชีวิต แต่ผมเป็นคนหนึ่งที่พร้อมจะสละชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย และผมมีความมั่นใจ ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะสามารถร่วมมือร่วมใจกับพี่น้องประชาชน นำพาประเทศของเราก้าวไปข้างหน้าด้วยกันได้อย่างมีความสงบสุข มีความสามัคคี ไม่มีความขัดแย้งในสังคมอีกต่อไป”

มาถึงปัจจุบัน ถึงคิวที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องตัดสินใจทางการเมืองอีกครั้ง

กว่าจะเปิดเผยจุดยืนทางการเมืองก็ “แทงกั๊ก” หลายตลบ

พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯต่ออีก 2 ปี โดยกล่าวเมื่อ 6 ธันวาคม 2565

“ก็ผมก็อยู่ ถ้าสมมติว่าผมยังต้องอยู่ ก็อยู่ได้แค่ปี’68 เท่านั้นแหละ”

“ก็ 2 ปี ก็จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และจากนั้นต่อมาก็จะมีคนใหม่ที่เหมาะสม ประชาชนยอมรับ และทำต่อเท่านั้นเอง”

และวันประวัติศาสตร์ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ 23 ธันวาคม 2565

“วันนี้จำเป็นต้องพูดวันนี้ เพราะเกรงว่า ถ้าไม่พูดก็จะไปกันเรื่อย วิพากษ์วิจารณ์กันไปเรื่อย ผมก็ตัดสินใจแล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณพรรคพลังประชารัฐที่สนับสนุนผมเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นศัตรูกัน”

ด้วยลีลาแบบนี้สามารถคุมกำลัง ส.ส. นักเลือกตั้งฝ่ายอนุรักษนิยม 3 พรรค ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคใหม่ ที่ชื่อว่า รวมไทยสร้างชาติ