คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต
ตื่นเต้นกันทั้งโลก เมื่อจีนประกาศเปิดประเทศมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป
ถือเป็นการไฟเขียวเร็วกว่าที่คาดการณ์ เพราะเดิมเชื่อว่าน่าจะอยู่ราว ๆ ปลายไตรมาสแรก
ก่อนหน้านี้ทางการจีนประกาศปิดประเทศหลังเกิดการระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ตามนโยบาย “ซีโร่โควิด”
เรียกว่าใช้แผนเดิมที่เคยทำสำเร็จ เมื่อครั้งเกิดโรคติดต่อดังกล่าวใหม่ ๆ
เช่นเดียวกับเกือบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยใช้แผน “ชัตดาวน์” แต่ปัญหาโควิดไม่จบลงง่าย ๆ ลากยาวมานานหลายปี
จนเศรษฐกิจพังยับทั้งโลก
ท้ายที่สุดต้องยอมอะลุ้มอล่วย เปิดประเทศใช้ชีวิตอยู่กับโรคนี้ให้ได้
ประเทศในแถบยุโรป หรืออเมริกา แทบใช้ชีวิตตามปกติแล้ว ไม่แม้แต่ใส่หน้ากากอนามัยด้วยซ้ำ
ส่วนประเทศไทยผ่อนคลายมากพอสมควร รวมถึงเปิดประเทศในช่วงกลางปี 2565 เพราะรัฐบาลพยุงเศรษฐกิจไม่ไหวแล้ว แม้ต้องกู้หนี้กว่า 1.5 ล้านล้านบาทมาใช้จ่ายก็ตาม
จะมีแต่จีนที่ยังยืนยันมาตรการ “ซีโร่โควิด” แต่สุดท้ายก็ต้านกระแสไม่ไหวเพราะเศรษฐกิจตัวเองก็ถดถอยเช่นกัน
จนช่วงปลายปี 2565 ยอมเปิดประเทศให้คนต่างชาติเข้ามาโดยไม่กักตัว เพียงตรวจพีซีอาร์ 48 ชั่วโมงเท่านั้น
และจะเปิดประเทศมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยน่าจะให้คนจีนออกท่องเที่ยวมากขึ้น การประกาศดังกล่าว ทำให้กลุ่มประเทศจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวตื่นเต้นกันยกใหญ่ เพราะในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ชาวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดในโลก
ไทยเป็นหนึ่งในประเทศยอดฮิตของกลุ่มตี๋-หมวย แห่เข้ามาด้วยตัวเลขมากขึ้นทุก ๆ ปี จนในปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 นักท่องที่ยวต่างชาติเข้าไทยเกือบ ๆ 40 ล้านคน
จีนยังครองแชมป์เหมือนหลายปีก่อนหน้า และเป็นชนชาติที่นำเงินมาจับจ่ายในไทยมากที่สุดด้วย
แม้จะมีเสียงค่อนแคะถึงพฤติกรรมของคนจีนส่วนหนึ่ง รวมถึงการเข้ามาของกลุ่มมาเฟียจีนเพื่อหาผลประโยชน์บนแผ่นดินไทย
แต่ต้องยอมรับว่าคนไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้อานิสงส์ไม่น้อยจากนักท่องเที่ยวจีน
ไม่เพียงภาคท่องเที่ยวเท่านั้น แต่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้ประโยชน์ไปด้วย เพราะที่ผ่านมาคนจีนซื้อคอนโดมิเนียมในไทยจำนวนมหาศาล ตามสิทธิที่ให้ต่างชาติถือครองได้ 49%
จึงไม่แปลกที่เมื่อจีนให้คนในประเทศออกท่องเที่ยวได้ ทั้งภาครัฐเอกชนไทยจะตื่นเต้นและตื่นตัวอย่างมาก เพราะหมายถึงเม็ดเงินมหาศาลกำลังจะกลับมา
แต่ไม่ใช่มีแต่ข้อดีเท่านั้น ข้อเสียย่อมตามมาด้วย หลัก ๆ ไม่พ้นความเสี่ยงการแพร่ระบาดหนักขึ้นของโควิด-19
เพราะจีนยังมีข่าวการติดเชื้อไม่น้อย
อีกส่วนคือราคาพลังงานโลกที่แต่เดิมคาดว่าจะชะลอหรือลดลง ตามคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปี 2566 อาจได้รับผลลบต่อเนื่องจากปี 2565 แต่เมื่อจีนเปิดประเทศ ราคาน้ำมันดิบกลับทะยานขึ้นทันที เพราะจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่บริโภคพลังงานมากติดอันดับต้น ๆ
กระนั้นในภาพรวมหากคนจีนกลับมาเที่ยวในไทย และประเทศอื่น ๆ ย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ อยู่ที่ภาครัฐและเอกชนของไทยจะมีแผนดึงดูดเม็ดเงินได้มากน้อยขนาดไหน
สำคัญคือการเตรียมความพร้อมภายในประเทศ ทั้งเรื่องสายการบิน สนามบิน ยานพาหนะ ความปลอดภัย รวมถึงกลุ่มคนทำงานภาคท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันยังเป็นปัญหาหนักอก เพราะมีงานแต่หาคนทำได้ยากถึงยากที่สุด
ที่ผ่านมาปัญหาเหล่านี้ถูกมองข้ามมานาน ถึงตอนนี้ที่คาดว่าปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน หรือมากกว่าปี 2565 เท่าตัว
อย่างไรเสียต้องเร่งสปีดแก้ปัญหาให้ครบทุกภาคส่วน เพราะปี 2566 ภาคท่องเที่ยวจะเป็น “เสาหลัก” สำคัญสุดในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย