Skip to content

คอลัมน์ สามัญสำนึก : จีนเปิดประเทศ โอกาสและวิกฤต

31 ธ.ค. 2565 | 11:53น.
คอลัมน์ สามัญสำนึก : จีนเปิดประเทศ โอกาสและวิกฤต
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

ตื่นเต้นกันทั้งโลก เมื่อจีนประกาศเปิดประเทศมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

ถือเป็นการไฟเขียวเร็วกว่าที่คาดการณ์ เพราะเดิมเชื่อว่าน่าจะอยู่ราว ๆ ปลายไตรมาสแรก

ก่อนหน้านี้ทางการจีนประกาศปิดประเทศหลังเกิดการระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ตามนโยบาย “ซีโร่โควิด”

เรียกว่าใช้แผนเดิมที่เคยทำสำเร็จ เมื่อครั้งเกิดโรคติดต่อดังกล่าวใหม่ ๆ

เช่นเดียวกับเกือบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยใช้แผน “ชัตดาวน์” แต่ปัญหาโควิดไม่จบลงง่าย ๆ ลากยาวมานานหลายปี

จนเศรษฐกิจพังยับทั้งโลก

ท้ายที่สุดต้องยอมอะลุ้มอล่วย เปิดประเทศใช้ชีวิตอยู่กับโรคนี้ให้ได้

ประเทศในแถบยุโรป หรืออเมริกา แทบใช้ชีวิตตามปกติแล้ว ไม่แม้แต่ใส่หน้ากากอนามัยด้วยซ้ำ

ส่วนประเทศไทยผ่อนคลายมากพอสมควร รวมถึงเปิดประเทศในช่วงกลางปี 2565 เพราะรัฐบาลพยุงเศรษฐกิจไม่ไหวแล้ว แม้ต้องกู้หนี้กว่า 1.5 ล้านล้านบาทมาใช้จ่ายก็ตาม

จะมีแต่จีนที่ยังยืนยันมาตรการ “ซีโร่โควิด” แต่สุดท้ายก็ต้านกระแสไม่ไหวเพราะเศรษฐกิจตัวเองก็ถดถอยเช่นกัน

จนช่วงปลายปี 2565 ยอมเปิดประเทศให้คนต่างชาติเข้ามาโดยไม่กักตัว เพียงตรวจพีซีอาร์ 48 ชั่วโมงเท่านั้น

และจะเปิดประเทศมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยน่าจะให้คนจีนออกท่องเที่ยวมากขึ้น การประกาศดังกล่าว ทำให้กลุ่มประเทศจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวตื่นเต้นกันยกใหญ่ เพราะในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ชาวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดในโลก

ไทยเป็นหนึ่งในประเทศยอดฮิตของกลุ่มตี๋-หมวย แห่เข้ามาด้วยตัวเลขมากขึ้นทุก ๆ ปี จนในปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 นักท่องที่ยวต่างชาติเข้าไทยเกือบ ๆ 40 ล้านคน

จีนยังครองแชมป์เหมือนหลายปีก่อนหน้า และเป็นชนชาติที่นำเงินมาจับจ่ายในไทยมากที่สุดด้วย

แม้จะมีเสียงค่อนแคะถึงพฤติกรรมของคนจีนส่วนหนึ่ง รวมถึงการเข้ามาของกลุ่มมาเฟียจีนเพื่อหาผลประโยชน์บนแผ่นดินไทย

แต่ต้องยอมรับว่าคนไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้อานิสงส์ไม่น้อยจากนักท่องเที่ยวจีน

ไม่เพียงภาคท่องเที่ยวเท่านั้น แต่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้ประโยชน์ไปด้วย เพราะที่ผ่านมาคนจีนซื้อคอนโดมิเนียมในไทยจำนวนมหาศาล ตามสิทธิที่ให้ต่างชาติถือครองได้ 49%

จึงไม่แปลกที่เมื่อจีนให้คนในประเทศออกท่องเที่ยวได้ ทั้งภาครัฐเอกชนไทยจะตื่นเต้นและตื่นตัวอย่างมาก เพราะหมายถึงเม็ดเงินมหาศาลกำลังจะกลับมา

แต่ไม่ใช่มีแต่ข้อดีเท่านั้น ข้อเสียย่อมตามมาด้วย หลัก ๆ ไม่พ้นความเสี่ยงการแพร่ระบาดหนักขึ้นของโควิด-19

เพราะจีนยังมีข่าวการติดเชื้อไม่น้อย

อีกส่วนคือราคาพลังงานโลกที่แต่เดิมคาดว่าจะชะลอหรือลดลง ตามคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปี 2566 อาจได้รับผลลบต่อเนื่องจากปี 2565 แต่เมื่อจีนเปิดประเทศ ราคาน้ำมันดิบกลับทะยานขึ้นทันที เพราะจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่บริโภคพลังงานมากติดอันดับต้น ๆ

กระนั้นในภาพรวมหากคนจีนกลับมาเที่ยวในไทย และประเทศอื่น ๆ ย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ อยู่ที่ภาครัฐและเอกชนของไทยจะมีแผนดึงดูดเม็ดเงินได้มากน้อยขนาดไหน

สำคัญคือการเตรียมความพร้อมภายในประเทศ ทั้งเรื่องสายการบิน สนามบิน ยานพาหนะ ความปลอดภัย รวมถึงกลุ่มคนทำงานภาคท่องเที่ยว ที่ปัจจุบันยังเป็นปัญหาหนักอก เพราะมีงานแต่หาคนทำได้ยากถึงยากที่สุด

ที่ผ่านมาปัญหาเหล่านี้ถูกมองข้ามมานาน ถึงตอนนี้ที่คาดว่าปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน หรือมากกว่าปี 2565 เท่าตัว

อย่างไรเสียต้องเร่งสปีดแก้ปัญหาให้ครบทุกภาคส่วน เพราะปี 2566 ภาคท่องเที่ยวจะเป็น “เสาหลัก” สำคัญสุดในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน ซีโร่โควิด