“DBS” ดึงครูอังกฤษเสริมทัพ ปักธงโรงเรียนอินเตอร์ชั้นนำ
หากต้องการสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งจะต้องมี “ผู้นำ” ที่เข้มแข็ง และในทางเดียวกันกับการสร้างโรงเรียนให้มีคุณภาพจะต้องมี “ครูใหญ่” ที่เชี่ยวประสบการณ์มาร่วมงานด้วยเช่นกัน ดังนั้น ตระกูลปาลเดชพงศ์ ซึ่งเป็นผู้บริหารของ Denla British School (DBS) จึงดึง “มาร์ค วิลเลียม แม็คเวห์” มาเสริมทัพโรงเรียนให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
ทั้งนั้น “มาร์ค วิลเลียม แม็คเวห์” เป็นลูกหม้อมาจากโรงเรียนเอกชนชื่อดังจากประเทศอังกฤษอย่าง Marlborough College โดยคลุกคลีกับตลาดฝั่งตะวันตก 20 กว่าปี ก่อนที่จะมาสัมผัสกับตลาดฝั่งตะวันออกที่ประเทศมาเลเซียกับ Marlborough College Malaysia เมื่อปี 2558
ชูวิสัยทัศน์สร้างความแตกต่าง
“มาร์ค วิลเลียม แม็คเวห์” กล่าวว่าจะนำประสบการณ์ด้านการศึกษาของตัวเองมาช่วยเสริมด้านวิชาการและทักษะต่าง ๆ ให้ DBS ขณะเดียวกัน จะสื่อสารให้ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน เข้าใจถึงวิสัยทัศน์ของโรงเรียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน อันนำไปสู่การดำเนินงานที่ถูกต้อง และทำให้โรงเรียนแห่งนี้ประสบความสำเร็จ
โดยวิสัยทัศน์ของ DBS คือการใช้หลักสูตรของประเทศอังกฤษ โดยอิงรูปแบบจากโรงเรียนเอกชนมาปรับปรุงให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย (Enhanced British Curriculum) เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีสัมฤทธิผลทางวิชาการเต็มศักยภาพ (Academic Excellence for All) และมีทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าในการตัดสินใจ และลงมือทำ ขณะเดียวกันก็คงความเป็นไทยเอาไว้ (Preserving Thainess)
“ผมมองว่าแนวทางดังกล่าวจะสามารถผลักดันให้นักเรียน DBS เป็นคนไทยที่มีความเป็นสากล และสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ อีกทั้งจะช่วยสร้าง DBS ให้มีความโดดเด่นจากโรงเรียนอื่น ๆ ในตลาดโรงเรียนอินเตอร์ ซึ่งมีการแข่งขันกันสูงมาก”

อัดแน่นทั้งวิชาการ+กิจกรรม
“ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์” กรรมการบริหาร โรงเรียนนานาชาติ DBS ให้ข้อมูลว่าโรงเรียนเปิดการเรียนการสอนเมื่อปีที่ผ่านมา ในระดับชั้น early year 1-year 6 (อายุ 3-11 ปี) ส่วนปีการศึกษา 2561 จะเปิดสอนระดับชั้น year 7-year 8 (อายุ 12-13 ปี) และเปิดต่อเนื่องจนถึง year 13 (อายุ 18 ปี) ในปีต่อไป
“เราอยากสร้างให้ DBS เป็นเหมือนโรงเรียนเอกชนของประเทศอังกฤษ โดยมี Marlborough College เป็นต้นแบบของเราที่มีความครบเครื่องทั้งด้านวิชาการ และกิจกรรม ซึ่งเราใช้ระบบ extended day หรือการมีวันเรียนที่ยาวขึ้น เพื่อเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ให้นักเรียนในช่วงเย็น ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ดนตรี หรือกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงมีช่วงเวลาในการทำการบ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันต่อไป โดยทั้งหมดนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของคุณครู”
นอกจากนั้น จะมีแนวทางการเรียนการสอนแบบ Results the Right Way ที่มุ่งเน้นพัฒนานักเรียนตามทิศทางความถนัดของแต่ละคน ด้วยการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สนุกและน่าสนใจ ทำให้มีความรู้ลึกซึ้งในระดับเพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยมีครูผู้เชี่ยวชาญคอยชี้แนะแนวทางให้นักเรียนบรรลุเป้าหมายตามศักยภาพ
“DBS ยังนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนให้อยู่ในระดับมาตรฐานโลก ซึ่งเราใช้ระบบและเทคโนโลยีของแอปเปิล (Apple) พร้อมตั้งเป้าหมายในการเป็น Apple Distinguished School ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า”

ไม่หวั่นแม้ตลาดอิ่มตัว
ขณะที่ “ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์” กรรมการบริหาร DBS กล่าวว่า ปัจจุบัน DBS มีนักเรียนประมาณ 200 คน และคาดว่าปีการศึกษา 2561 จะมีนักเรียนเพิ่มขึ้น 50% โดยโรงเรียนมีแผนเพิ่มบุคลากรครูและพนักงาน เพราะการดูแลเด็กของ DBS มีความเข้มข้น อย่างชั้นเด็กเล็กจะมีครู 1 คนต่อเด็ก 15 คน รวมถึงมี learning assistant และ child assistant
“เพื่อรองรับการเปิดสอนในระดับชั้นที่สูงขึ้น ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปี 2562 เราจะก่อสร้างอาคารเรียนของชั้นมัธยมศึกษา และออดิทอเรียม คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย. 2563 งบประมาณในการก่อสร้างอยู่ที่ 60 ล้านบาท”
ในส่วนการแข่งขันของตลาดโรงเรียนอินเตอร์ “ผศ.ดร.ต่อยศ” มองว่าปัจจุบันเด็กไทยที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์มีอยู่ 3% ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนโรงเรียนอินเตอร์ของไทยยังไม่เยอะ และดูเหมือนว่ายังมีโอกาสในตลาดอีกมาก กระนั้นหากมองซัพพลายอย่างโรงเรียนอินเตอร์ในกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ 100 กว่าแห่ง ถือว่าภาพรวมตลาดอิ่มตัวแล้ว เพราะการเรียนอินเตอร์มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งกลุ่มผู้ปกครองที่มีความสามารถในการจ่ายค่าเทอมโรงเรียนอินเตอร์ได้นั้นมีไม่มาก
“สำหรับเราที่มีโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้าอยู่แล้ว ทุกปีต้องช่วยหาโรงเรียนใหม่ให้เด็กเมื่อเขาจบชั้นอนุบาล 3 ดังนั้น การเปิด DBS จะสามารถเข้ามาเชื่อมต่อความต้องการส่วนนี้ได้ โดยตอนนี้ 40% ของเด็ก DBS มาจากโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า ขณะเดียวกัน เรายังมีแผนที่จะทำ DBS ให้เป็นโรงเรียนประจำในอนาคตอีกด้วย”