เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กบง. หั่นราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2.40 บาท ดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่น 3.9 พันล้าน อุ้มค่าครองชีพ
Economic กบง. หั่นราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2.40 บาท ดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่น 3.9 พันล้าน อุ้มค่าครองชีพ
สาวกบอร์ดเกมไทยห้ามพลาด งาน“Thailand Board Game Show Go arounD”
Biz Movement สาวกบอร์ดเกมไทยห้ามพลาด งาน“Thailand Board Game Show Go arounD”
วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
Economic วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
Business HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
Economic แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
“ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
Politics “ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
World กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
SD นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
ดูทั้งหมด

หมอยง เชื่อ WHO เลิกนับตัวเลขโควิด ภายในปีนี้

20 ก.พ. 2566 | 17:02น.
นพ.ยง ภู่วรวรรณ

หมอยง เชื่อ WHO เลิกนับตัวเลขโควิด ภายในปีนี้ เพราะตัวเลขที่รายงานต่ำกว่าความเป็นจริง

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับเรื่อง โควิด-19 ระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา องค์ความรู้แสดงให้เห็นความจริงต่าง ๆ” โดยมีรายละเอียดว่า

ตามที่ได้เคยกล่าวไว้ในอดีต จะเห็นได้ว่า ความจริงต่าง ๆ ได้เริ่มปรากฏชัดขึ้น

1.วิวัฒนาการของไวรัสเป็นไปเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นไวรัสจะปรับตัวเพื่อลดความรุนแรงลงให้อยู่ร่วมกันกับเจ้าบ้านได้ ความรุนแรงของโควิด-19 จึงลดลงมาโดยตลอดจากอัตราตายสูง 3-5% จนขณะนี้เหลือน่าจะน้อยกว่า 0.1% เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่

2.โรคที่มีความรุนแรงสูง เช่น Ebola, Marburg, Lassa โอกาสที่จะระบาดไปทั่วโลกเป็นไปได้ยาก ตรงข้ามกับโรคที่มีความรุนแรงต่ำ เช่น ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 สามารถระบาดไปทั่วโลกได้

3.วัคซีนแต่ละชนิดไม่แตกต่างกัน มีการเรียกร้องวัคซีน mRNA ที่กระตุ้นภูมิต้านทานได้สูง และมีผลการทดลองเป็นเพียงระยะสั้น ประสิทธิผลในระยะสั้นเท่านั้น เมื่อติดตามในระยะยาวแล้วภูมิต้านทานลดลงเร็ว และไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ ถ้าดูอัตราการเสียชีวิตของแต่ละประเทศ

และวัคซีนที่ฉีด ก็จะเห็นได้ชัด เมื่อประชากรส่วนใหญ่ติดเชื้อไปแล้ว อัตราการเสียชีวิตในประเทศที่ฉีด mRNA ล้วน ก็ไม่ได้ต่ำกว่าประเทศที่ไม่ได้ฉีด ดังนั้นที่ผ่านมาจึงไม่มีวัคซีนเทพ วัคซีนขณะนี้หลายบริษัท ได้ลดการผลิตหรือเลิกการผลิต

4.การระบาดของโรคที่สงบลงขณะนี้ เพราะประชากรส่วนใหญ่ติดเชื้อไปแล้ว โดยแต่ละประเทศเชื่อว่าติดเชื้อไปแล้วมากกว่าร้อยละ 70 จึงทำให้การระบาดของโรคทุเลาลง

5.ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ร่วมกับการฉีดวัคซีน จะเป็นภูมิต้านทานที่ค่อนข้างสมบูรณ์ และอยู่นานเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิต้านทานที่เกิดจากวัคซีนอย่างเดียว

6.ทิศทางการระบาด เมื่อโรคเข้าสู่โรคประจำฤดูกาล ฤดูกาลในการระบาดจะเหมือนกับไข้หวัดใหญ่หรือโรคทางเดินหายใจทั่วไป

7.ความจำเป็นของวัคซีนในอนาคต จะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ จะมุ่งเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรง ในคนที่แข็งแรงดีและเคยติดเชื้อมาแล้ว ถึงแม้จะติดเชื้อซ้ำอีก อาการก็จะไม่รุนแรง

8.การแก้ปัญหาโรคระบาด ถ้าย้อนเวลาได้ เราควรใช้องค์ความรู้นำ สร้างองค์ความรู้ มากกว่าที่จะไปตามกระแส หรือแรงกดดันจากสื่อสังคม

9.ในปีนี้จะต้องถือว่า game over เชื่อว่าองค์การอนามัยโลกคงจะเลิกนับตัวเลข เพราะตัวเลขที่รายงานขององค์การอนามัยโลกและของทุกประเทศการติดเชื้อต่ำกว่าความเป็นจริงมาก และทุกอย่างจะอยู่ในขั้นตอนการเฝ้าระวัง และการระบาดเป็นไปตามฤดูกาล

10.สำหรับประเทศไทยตามที่ได้เคยกล่าวไว้ตั้งแต่ปลายปีว่า ตั้งแต่กุมภาพันธ์เป็นต้นไปโรคก็จะสงบ และจะไปพบเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งในเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน แล้วหลังจากนั้นก็สงบ เป็นวงจรการระบาดตามฤดูกาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

WHO นพ.ยง ภู่วรวรรณ โควิด-19