Market-think : มองข้ามชอต
เลือกตั้ง
คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
ขออนุญาตคุยเรื่องการเมืองต่อนะครับ
เพราะน่าจะเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจสนใจมากที่สุด
ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ การเมืองจะเปลี่ยนขั้ว
เป็นความเชื่อเหมือนกับโพลทั้งหลายที่ออกมา
แฮ่ม…ยกเว้น “ซูเปอร์โพล”
พรรคร่วมรัฐบาลจะเป็นฝ่ายค้าน
และฝ่ายค้านจะเป็นรัฐบาล
พรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีพรรคร่วมฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคก้าวไกลเข้าร่วม
แต่ก่อนที่จะพูดถึงนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะส่งผลสะเทือนกับภาคธุรกิจอย่างไร
แรงกระเพื่อมแรกของการเลือกตั้งครั้งนี้จะเริ่มก่อนวันหย่อนบัตรประมาณ 2-3 วัน
และจะหนักที่สุดในคืนก่อนวันหย่อนบัตร
หรือที่เรียกว่า “คืนหมาหอน”
การเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อกันว่าจะมีการซื้อเสียงมากที่สุดครั้งหนึ่งเป็นประวัติการณ์
และอัตราค่าซื้อเสียงจะสูงกว่าทุกครั้ง
เป็น “นิวไฮ” ของการเมืองไทย
ตัวเลขที่ได้ยินเริ่มต้นกันที่ 1,000 บาท และว่ากันว่าบางพื้นที่สูงถึง 3,000 บาท
เงินจะสะพัดอย่างมโหฬาร
กระตุ้นกำลังซื้อถึงระดับหมู่บ้าน
จากนั้นเมื่อจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ นโยบายที่หาเสียงกับประชาชนจะเริ่มทำงาน
เรื่องแรกที่กระทบกับภาคธุรกิจแน่นอน คือ ค่าแรงขั้นต่ำ
พรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทภายในปี 2570
และจะเริ่มบันไดขั้นแรกที่ 400 บาทในปีแรก
ส่วนพรรคก้าวไกลเสนอ 450 บาท
เรื่องนี้น่าจะได้เห็นในเวลาไม่นาน และส่งผลต่อต้นทุนของภาคธุรกิจอย่างแน่นอน
แต่อีกมุมหนึ่งก็จะเพิ่มกำลังซื้อในตลาดด้วย
เรื่องที่สอง กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาทสำหรับคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป
กว่าจะเป็นจริงน่าจะประมาณเดือนเมษายนปีหน้า
เรื่องนี้มีทั้งมุมบวกและมุมลบ เหมือนกับเรื่องค่าแรง
การอัดฉีดเงินเข้าระบบ 500,000 กว่าล้าน และให้ซื้อสินค้าได้ในระยะทางไม่เกิน 4 กิโลเมตร
จะทำให้เงินกระจายในระดับชุมชนอย่างแท้จริง
ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ภาคธุรกิจน่าจะเริ่มตั้งทีมวางแผนงานว่าจะหาประโยชน์จากกำลังซื้อทั่วประเทศได้อย่างไร
ใครไม่เห็นด้วยก็เก็บไว้ในใจ หรือจะบ่นกับใครก็ได้
แต่ในทางธุรกิจต้องวางแผนการผลิตและการตลาดแล้วว่าจะขายของอย่างไร แบบไหน
เรื่องที่สาม ภาคเอกชนรายใหญ่น่าจะต้องคิดปรับตัวว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ถูกมองว่าผูกขาด
อะไรถอยได้ต้องถอย
เพราะกระแสเรื่องนี้แรงมากในช่วงการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ
บนเวทีมีการพูดเรื่องการผูกขาดตลอด
และถ้าผลการเลือกตั้งออกมาแล้วพรรคก้าวไกลที่เป็นหัวหอกในเรื่องนี้ได้จำนวน ส.ส.สูงมาก
รับรองว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างแน่นอน
เพียงแค่กระแส ? “พิธาฟีเวอร์” ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แค่นี้ก็รู้ว่าสังคมไทยเปลี่ยนแล้ว
จับสัญญาณเรื่องนี้ดี ๆ นะครับ
กลุ่มแรกที่น่าจะสะเทือน คือ กลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สุราก้าวหน้าหรือสุราชุมชน เกิดขึ้นแน่นอน
เพราะพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลเห็นตรงกันในเรื่องนี้
อาจมีคนบอกว่าเร็วไปหรือเปล่าที่คิดแบบนี้ เพราะบางทีการเมืองอาจไม่เปลี่ยนขั้วก็ได้
พรรครัฐบาลอาจจะยังคงเป็นรัฐบาลต่อไป เพราะมีวุฒิสมาชิก 250 คนหนุนหลังอยู่
รวม ส.ส.เพียงแค่ 150 คน และอาศัยมือวุฒิสมาชิกก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้แล้ว
จากนั้นค่อยดูด “งูเห่า” เข้ามา
ถามว่าเป็นไปได้ไหมในทางการเมือง
ตอบว่าเป็นไปได้
แต่โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี
มี “รายรับ” ก็มี “รายจ่าย”
ถ้าใช้กลยุทธ์หักมติมหาชนจริง ๆ สิ่งที่ภาคธุรกิจเตรียมรับมือ ก็คือ เราจะเห็นการเมืองบนท้องถนนอีกครั้ง
และครั้งนี้จะยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้ง
จะเป็น “สึนามิการเมือง” ที่ทำนายไม่ได้เลยว่าจะจบลงอย่างไร