เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ดูทั้งหมด

ก้าวไกล & พิธา หนทางอีกยาวไกล

24 พ.ค. 2566 | 09:46น.
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สมปอง แจ่มเกาะ

ผลการเลือกตั้งที่ออกมา พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำอย่างถล่มทลาย

ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน สามารถนำ ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ได้มากเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 152 คน และอันดับ 2 จำนวน 141 คน ตามลำดับ

ชนะทิ้งห่าง พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ และอีกหลาย ๆ พรรค ชนิดไม่เห็นฝุ่น

นี่คือปรากฏการณ์ทำให้คนไทยมีความหวังมากขึ้น

อย่างน้อยที่สุดเป็นการสิ้นยุคของทหารที่ได้อำนาจมาจากการทำรัฐประหาร

อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า นาทีนี้แล้วกระแสความนิยมของ “ก้าวไกล&พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” มาแรงเหลือใจ

เมื่อวาน (22 พ.ค.) พรรคก้าวไกลเพิ่งลงนาม ทำเอ็มโอยูกับพรรคการเมืองอีก 7 พรรค (เพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง เป็นธรรม และสังคมใหม่)

มุมหนึ่งอาจจะมองได้ว่า การจับขั้วทางการเมืองจัดตั้งรัฐบาล เริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ ด้วยคะแนนเสียง 313 เสียง

เท่าที่ผมได้คุยกับนักธุรกิจผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านเหตุบ้านการณ์เมืองมาหลายครั้งหลายครา หลายคนมองว่า การจับขั้วตั้งรัฐบาลที่เกิดขึ้นยังเป็นอะไรที่ไม่ลงตัว และที่สำคัญ การลงนามใน MOU ก็ไม่มีผลทางกฎหมายอะไร

หลายคนยังหวั่นลึก ๆ ในใจว่า “ก้าวไกล&พิธา” อาจจะก้าวไกลไปไม่ถึงฝั่งฝันก็เป็นได้ เพราะคะแนนเสียงที่มีอยู่ในมือเวลานี้ บวกกับเสียงจาก ส.ว.สนับสนุนในระดับหนึ่งก็ยังห่างจาก 376 เสียง ที่กฎหมายระบุว่า ต้องมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภา หรือ 750 คะแนน

นอกจากนี้ การจับขั้วตั้งรัฐบาล ยังทำให้เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย และเลยไปไกลถึงการแบ่งกระทรวงว่าพรรคนั้นได้โควตารัฐมนตรีกี่คน ใครจะได้นั่งเก้าอี้อะไรบ้าง

ในแง่ความเป็นจริงอาจจะเร็วไปที่จะก้าวไปไกลถึงจุดนั้น

หากย้อนกลับไปพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเห็นว่า ไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง อาจจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน

เริ่มจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ซึ่งอีกด้านหนึ่งก็จะพบว่า ตอนนี้ กกต.ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เกี่ยวกับการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

และภายใน 15 วันหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ต้องเปิดประชุมสภา ถือเป็นการเปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 เพื่อเลือกประธานสภา และรองประธาน โดยขั้นตอนนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดสมัยประชุม

จากนั้นถึงจะเป็นขั้นตอนการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทั้ง 2 สภา ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยที่คะแนนเสียงจะต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้ง 2 สภา หรือ 376 คะแนน จาก 750 คะแนน

หาก พิธา ฝ่าด่าน ส.ว.ไปได้ และมีคะแนนได้รับการรับรองมากพอ ประธานสภาจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป

เร็วที่สุด คงประมาณช่วงต้นเดือนสิงหาฯ ประเทศไทยอาจจะได้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่

นี่คือ กรณีที่ กกต.ประกาศผลรับรอง และไม่มีการสอยเกิดขึ้น

อย่าลืมว่า พิธา ยังมีเรื่องที่ถูกร้องอยู่ 2 เรื่อง คือ การแจ้งบัญชีทรัพย์สินที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการ ป.ป.ช. และอีกเรื่องหนึ่งคือ การถือหุ้นสื่อ (ไอทีวี) ที่เป็นเรื่องต้องห้าม

หากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะ dead lock สุญญากาศทางการเมือง ขั้วการจัดตั้งรัฐบาลอาจเปลี่ยนไป

บรรดาแม่ยก แฟนคลับ “ก้าวไกล&พิธา” อาจจะต้องทำใจ เตรียมใจไว้บ้าง

ไม่มีใครอยากเห็นการเมืองบนท้องถนนอีก

หากเป็นเช่นนั้นคงมีแต่เสียกับเสีย