เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ดูทั้งหมด

EEC ชงตั้งบอร์ดปรับขึ้นค่าน้ำ นิคมผวาศึกแย่งน้ำบานปลาย

10 มิ.ย. 2566 | 08:17น.

ศึกแย่งน้ำ EEC บานปลาย ลูกค้านิคมอุตสาหกรรมกังวลรับน้ำโดยถูกต้อง-ผวาผู้ประกอบการขึ้นค่าน้ำ ด้านนิคมอุตสาหกรรมรับต้องเจรจากับทุกฝ่าย สกพอ.เตรียมชงรัฐบาลหน้าตั้งหน่วยงานกลางกำกับดูแลค่าน้ำใน EEC อีสท์วอเตอร์ยืนยันช่วงปี 2566-67 ยังคงตรึงค่าน้ำต่อไป วงษ์สยามเร่งแก้ปัญหาขอจัดสรรโควตาน้ำกับกรมชลประทาน

ศึกแย่ง “น้ำ” ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังดำเนินต่อไป แม้ว่าบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ได้ทยอยส่งมอบทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงการคลัง ในโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก

ได้แก่ โครงการท่อส่งน้ำดอกกราย โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ และโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง (ระยะที่ 2) ให้กับกรมธนารักษ์และผู้ประกอบการรายใหม่ที่ชนะการประมูล คือบริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง

ทว่าการส่งมอบท่อส่งน้ำดิบดังกล่าว ไม่ได้รวมไปถึง “น้ำ” ที่ผู้ประกอบรายใหม่จะต้องจัดหาให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดย อีสท์ วอเตอร์ ยังคงมี “โควตาน้ำ” ที่ได้รับการจัดสรรจากกรมชลประทาน ในขณะที่บริษัทวงษ์สยาม ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้สูบน้ำดิบจากแหล่งน้ำในอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน

โดยประเด็นนี้ได้สร้างความกังวลใจให้กับ “ลูกค้า” ในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่รับน้ำจากบริษัทวงษ์สยาม ทั้งในเรื่องของ “น้ำ” ที่จัดส่งผ่านท่อมาให้นั้นเป็น “น้ำ” ที่มีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทั้งยังกลัวว่าผู้ประกอบการส่งน้ำอาจจะมีการปรับขึ้นค่าน้ำตามที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กัน

เนื่องจาก “ต้นทุน” ในการจัดหาน้ำเพิ่มขึ้น ประกอบกับในอนาคตอาจจะเกิดการขาดแคลนน้ำจากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ในฤดูแล้งหน้าได้

กนอ.ให้ทุกฝ่ายเจรจาหาทางออก

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงความกังวลของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมประเด็นการขึ้นค่าน้ำ แม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้บริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออกถึง 2 รายแล้วว่า อีสท์ วอเตอร์ ได้ส่งหนังสือแจ้งให้กับผู้ใช้น้ำรับทราบว่าจะไม่มีการปรับขึ้นค่าน้ำดิบที่ส่งเข้ามายังพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในช่วงระหว่างปี 2566-2567

จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ทั้งค่าพลังงาน ค่าไฟฟ้า ค่าครองชีพ ทำให้ต้นทุนจัดหาน้ำทุกอย่างเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่อีสท์วอเตอร์ ก็ยืนยันมาแล้วว่าจะไม่มีการปรับขึ้นค่าน้ำในช่วง 2 ปีนี้แน่นอน

ในส่วนของ กนอ.เองในฐานะที่เป็นทั้งภาครัฐถือหุ้นในอีสท์ วอเตอร์ และยังมีสถานะเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม จึงมีความ “จำเป็น” ที่ต้องเจรจากับทุกฝ่ายให้เข้าใจถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ทั้งเรื่องสัญญาของการส่งน้ำจากทางอีสท์ วอเตอร์ และการดูแลนิคมอุตสาหกรรมของเอกชน เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้

ส่วนกรณีที่อีสท์ วอเตอร์จะหมดสัญญาการส่งน้ำเข้ามาในพื้นที่นิคมในปลายปี 2566 นี้ แนวทางขณะนี้ยังต้องรอให้กรมชลประทานกับกรมธนารักษ์พิจารณา จากนั้น กนอ.จะตัดสินใจว่าจะต่อสัญญากับทางอีสท์วอเตอร์ หรือจะซื้อน้ำจาก บริษัทวงศ์สยาม แทน

ทั้งนี้ หนังสือของ อีสท์ วอเตอร์ เรื่องราคาค่าน้ำดิบปี 2566-2567 ทำถึง ผู้ว่าฯ กนอ.ลงวันที่ 20 กันยายน 2565 ระบุไว้ว่า แม้บริษัทจะได้รับผลกระทบสภาพเศรษฐกิจ ค่าพลังงาน CPI และค่า Ft ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น อันมีสาเหตุสำคัญจากภัยสงคราม ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนและภาวะโรคระบาด ส่งผลกระทบให้ต้นทุนภาคธุรกิจ ภาคอุปโภค-บริโภค และการบริหารส่งจ่ายน้ำดิบเพิ่มสูงขึ้น

บริษัทในฐานะผู้รับผิดชอบบริหารและจัดการการน้ำภาคตะวันออกที่ก่อตั้งโดยรัฐและรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีพันธกิจหลักสร้างความมั่นคงและรักษาเสถียรภาพด้านแหล่งน้ำให้แก่ผู้ใช้น้ำ

ดังนั้นบริษัทยังคงอัตราค่าน้ำตามประกาศโครงสร้างค่าน้ำ ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2563 และจะชะลอการใช้สูตรการปรับอัตราค่าน้ำอัตโนมัติต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 2 ปี

EEC ให้ตั้งหน่วยงานกลางค่าน้ำ

ต่อความกังวลใจของผู้ใช้น้ำในนิคมอุตสาหกรรมข้างต้น นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC กล่าวว่า เรื่องน้ำในพื้นที่ EEC ค่อนข้างที่จะมีผลต่อการพิจารณาตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน และปัจจุบันยังไม่มี “หน่วยงานกลาง” ในการเจรจาจัดทำราคาค่าน้ำ

ดังนั้น การพิจารณาปรับขึ้นค่าน้ำจึง “ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตน้ำ” และไม่มีการประชุมหารือกับผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งต้องรับภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนนี้

โดยเบื้องต้นทางออกเรื่องน้ำใน EEC ที่เร็วที่สุดก็คือ การให้ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม และ กนอ. เร่งเจรจาต่อรองกันก่อน ขณะที่ สกพอ.จะเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC ชุดใหญ่ ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศเพื่อขอให้มีการตั้ง “หน่วยงานกลาง” ขึ้นมาดูแลเรื่องค่าน้ำเพื่อให้เกิดการพิจารณาค่าน้ำอย่างเหมาะสม

“เราคุยกันมาตลอดว่า ต้องมีหน่วยงานกลางดูเรื่องราคาน้ำเหมือนเรื่องค่าไฟฟ้า เพราะ ถ้ามันไม่มีใครเป็นตัวกลางปัญหามันก็จะเกิดขึ้นทุกครั้ง จากปัจจุบันค่าน้ำจะคิดเป็นค่าเฉลี่ยระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับครัวเรือน ยิ่งตรงนี้เรายิ่งไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบกับทุกส่วน” นายจุฬากล่าว

อีสต์วอเตอร์ไม่ขึ้นค่าน้ำถึงปี 67

ล่าสุดนายบดินทร์ อุดล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ อีสท์ วอเตอร์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานะการส่งมอบทรัพย์สิน (ท่อส่งน้ำ) ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล สิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างเป็นคอนซีเควนซ์ของการตัดสินใจดำเนินการ จึงอยากให้ถามไปยังหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมากกว่า เพราะเรื่องน้ำเป็นเรื่องที่ต้องบูรณาการทำงานทุกภาคส่วน

สำหรับการดำเนินการของบริษัทขณะนี้ยังสามารถส่งน้ำให้กับลูกค้าที่ทำสัญญาไว้ได้ปกติ ไม่มีปัญหา ทั้งบริษัทยังได้ตรึงราคาค่าน้ำไว้ตามเดิม ตามประกาศที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยยังไม่มีการยกเลิกแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หนังสือแจ้งค่าน้ำของ อีสท์ วอเตอร์ ฉบับล่าสุดลงนามโดยนายเชิดชาย ปิติวัชรากุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่มีไปถึงผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สาระสำคัญระบุว่าจะตรึงค่าน้ำ 2 ปีระหว่างปี 2566-2567 ไว้ในระดับเท่ากับที่ประกาศในปี 2563 แม้บริษัทจะประสบภาวะต้นทุนด้านการลงทุนและการดำเนินการที่เพิ่มขึ้น และด้วยภารกิจที่บริษัทผู้รับผิดชอบบริหารและจัดการระบบโครงข่าย เพื่อส่งจ่ายน้ำในพื้นที่ชายฝั่งภาคตะวันออก มีภาระในการสร้างความมั่นคงและรักษาเสถียรภาพด้านแหล่งน้ำให้แก่ผู้ใช้น้ำในพื้นที่ให้บริการ

และรวมถึงการกำหนดราคาค่าน้ำที่เหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งภาคอุตสาหกรรม และผู้ใช้น้ำในพื้นที่ให้บริการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงพิจารณา “ตรึงค่าน้ำ” เพื่อแบ่งเบาภาระลดผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำและผู้ประกอบการ

โควตายังเป็นของอีสท์ วอเตอร์

ส่วนกรณีของบริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง ที่ส่งน้ำให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม 6 ราย ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม WHA 1-3, นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง, นิคมอุตสาหกรรมโรจนะบ่อวิน, ยูนิเวอร์แซลบ่อวิน, ชุมชนหมู่บ้านจัดสรรเนินสามชั้น และชุมชนหมู่บ้านจัดสรรหนองไก่ โดยลูกค้าผู้รับน้ำจากบริษัทวงษ์สยาม กังวลว่าน้ำที่ได้รับมานั้นเป็น “น้ำ” ที่ถูกจัดสรรโดยถูกต้องตามระเบียบของกรมชลประทานหรือไม่

เนื่องจากบริษัทวงษ์สยามจะไม่ได้รับโควตาการจัดสรรน้ำจากกรมชลประทาน ซึ่งแตกต่างไปจาก อีสท์ วอเตอร์ ที่มีสัญญาการจัดสรรน้ำกับกรมชลประทานไว้แล้วในปริมาณ 120 ล้าน ลบ.ม.ต่อปีนั้น

นายประพิศ จันมา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า เรื่องการใช้น้ำระหว่าง อีสท์ วอเตอร์ กับ วงษ์สยาม “เป็นเรื่องระหว่างเขา” ซึ่งในส่วนของกรมชลประทานจะดูแลการใช้น้ำ โดยหลักก็คือ ใครก็ตามที่จะขอใช้น้ำต้องทำเรื่องมายังชลประทานจังหวัดนั้น ๆ โดยจะต้องมีองค์ประกอบ 3 เรื่องคือ วัตถุประสงค์ เครื่องมือ และปริมาณน้ำต้นทุนที่กรมชลประทานจะต้องบาลานซ์

“ในส่วนของอีสท์ วอเตอร์ ถือว่าเป็นผู้ใช้น้ำรายเดิมที่มี MOU กับเรา มีโควตาการใช้น้ำเดิมอยู่แล้ว ส่วนรายใหม่ที่ยื่นขอใช้น้ำก็ต้องยื่นมาตามหลักการองค์ประกอบ 3 เรื่องคือ วัตถุประสงค์ เครื่องมือ และปริมาณน้ำต้นทุน ซึ่งเท่าที่ทราบบริษัทวงษ์สยามได้ทำเรื่องยื่นไปยังชลประทานจังหวัดแล้ว แต่เอกสารอาจจะยังไม่ครบ” นายประพิศกล่าว

มีรายงานข่าวเข้ามาว่า ทางบริษัทวงษ์สยามได้ยื่นเรื่องขอใช้น้ำในปริมาณ 12 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเรื่องการสูบน้ำเฉพาะหน้าให้ถูกต้อง การพิจารณาว่าวงษ์สยามจะได้รับการจัดสรรโควตาน้ำหรือไม่ในปริมาณที่เท่าไหร่ จึงขึ้นอยู่กับกรมชลประทาน ปัญหาของโควตาการจัดสรรน้ำก็คือ กรมชลประทานได้อนุมัติโควตาให้กับอีสท์ วอเตอร์ ไปแล้วในปริมาณ 120 ล้าน ลบ.ม

นั้นหมายความว่าอีสท์ วอเตอร์ คือผู้ที่ได้รับสัมปทาน และมีสัญญาเป็นผู้ส่งน้ำ สามารถสูบน้ำจากแหล่งน้ำดิบที่ กรมชลประทานอนุญาตได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และก็ยังไม่ได้หมดสัญญาในตอนนี้

โดยปริมาณน้ำที่อีสท์ วอเตอร์ได้รับการจัดสรรคิดเป็นร้อยละ 70 จากแหล่งน้ำที่ได้รับอนุญาต เท่ากับปริมาณน้ำคงเหลือที่จะจัดสรรให้กับ บริษัทวงษ์สยาม นั้นเหลือน้อยมาก หรือไม่มีเลย ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ “ส่วนเกิน” ที่จะได้รับจากฤดูฝนนี้ หรือจะต้องแบ่งน้ำมาจากโควตาจัดสรรน้ำของอีสท์ วอเตอร์

ซึ่งบริษัททั้ง 2 เป็นคู่แข่งขันกันในพื้นที่ EEC อยู่แล้ว จนกลายเป็นความลำบากใจของกรมชลประทานจะแก้ไขปัญหาโควตาน้ำให้กับคนที่มีท่อส่งน้ำ แต่ไม่มีน้ำจะส่งให้กับลูกค้าอย่างถูกต้องได้อย่างไร