คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง
พรรคเพื่อไทยเผชิญหน้ากับปัญหาใหม่ หลังแพ้เลือกตั้ง ไม่ชนะอันดับ 1 ในรอบ 22 ปี
ทางหนึ่ง คือการจัดทัพรับการรุกดิสรัปต์จากสไตล์การเมืองแบบ “ก้าวไกล”
ทางหนึ่ง คือการจัดบุคลากรการเมือง เข้าประจำการทั้งในคณะรัฐมนตรี และฝายนิติบัญญัติ โดยไม่ทำให้พรรคปริแยก-สะเทือนแผนการจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค
ทางหนึ่ง คือก่อการอีเวนต์ สร้างมู้ด ให้เส้นทางการกลับบ้านของ ทักษิณ ชินวัตร เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างราบรื่น
ทั้ง 3 ทาง เป็นเรื่องที่แกนนำ-ขุนพลของพรรค ยอมรับว่ายากยิ่งกว่าแผนชิงชัยชนะในสนามเลือกกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา
เพราะเป็นช่วงที่พรรคเพื่อไทยไม่มีเอกภาพและสั่นทะเทือนอย่างหนัก นับตั้งแต่เสียจังหวะก้าวในกลางฤดูการเลือกตั้ง
ด้วยความพยายามสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อน 3 ทีม ที่มากกว่าคู่ขนาน หลัง เศรษฐา ทวีสิน เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคู่กับ แพทองธาร ชินวัตร ทำให้คะแนนนิยมพรรคและตัวบุคคลที่เคยสูง กลับหล่นลง สวนทาง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่คะแนนทะยานขึ้น ตั้งแต่ช่วงเมษายน 2566
เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 10 วัน การเร่งดีกรีแข่งขันทวีสูงขึ้น แต่เพื่อไทยกลับแผ่วลง เพราะเหตุและผล ไม่น้อยกว่า 2 ปัจจัย
เรื่องแรก คือ แพทองธาร เตรียมคลอดลูก ไม่ได้ลงพื้นที่หาเสียง เวทีปราศรัยขาดพลังดึงดูดคะแนน และปลุกกระแสไม่ขึ้น ตรงกันข้ามกับเพดานก้าวไกล ที่ทะยานสูงขึ้นในโค้งสุดท้าย
เรื่องที่สอง คือ การเปิดเผยและตอกย้ำผลโพลของพรรค ที่มีระดับความแม่นยำสูงในทุกการเลือกตั้ง และผลนิด้าโพล มียอด ส.ส.อยู่ในระดับตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ ส.ส.และทีมงานเกือบทั้งหมดไม่ได้เร่งปิดเกม
แตกต่างจากการทำโพลลับส่วนตัวของพรรคที่ผ่านมา ที่คนคุมโพลแทบไม่ได้แง้มผลให้ ส.ส.รู้ตัว แต่จะเฉลยก่อนเลือกตั้งแบบเฉียดฉิว และเปิดตัวเลขให้เห็นระดับความแม่นยำหลังผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว
ประกอบกับในช่วงเข้าด้าย-เข้าเข็ม ต้องรอคำสั่งจากทีมที่ปรึกษาในต่างประเทศ ยิ่งทำให้แผนเชิงรุกล่าช้า-ไม่ทันการณ์ ไม่ทันเกมตะลุมบอนของก้าวไกล
หลังสรุปความพ่ายแพ้ ทั้งจากฝ่ายที่ร่วมกดปุ่มจากแดนไกล 2 ผู้นำ “ครอบครัวชินวัตร” และทีมที่ปรึกษาหัวหน้า “ครอบครัวเพื่อไทย” รวมทั้งแกนนำทีมนักรบห้องแอร์ ขุนพลภาคสนาม และทีมยุทธศาสตร์การสู้รบในพื้นที่สื่อทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ เตรียมรีเซ็ตพรรคใหม่ อีกครั้ง
คามความคาดหมายของนักการเมืองเก๋าเกม จากทุกพรรค ตอบตรงกันว่า ยังยากและเร็วไปที่จะประเมินว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะเข้าถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล
มีการวิเคราะห์ดังก้องทั้งสภาบน-สภาล่าง ว่า แค่ ส.ว.งดออกเสียง เพื่อไทยก็รับชัยชนะ
เมื่อกุญแจดอกสำคัญ ในการไขบันไดสภาสูงอีก 64 เสียง ถูกมือปริศนาโยนทิ้งน้ำ เหล่าสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จึงพากันหลบเร้น-เก็บงำเสียง จนกว่าจะมีปัจจัยชี้ขาด
ด้วยข้อมูลใหม่-ทำให้นักการเมืองรุ่นใหญ่ในเพื่อไทย ยังคาดหวังลึก ๆ ว่าจะได้สวมบทเป็นผู้นำ…อีกครั้ง
ไม่เพียงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ยังมีลุ้นเข้าทำเนียบรัฐบาล บรรดานักการเมืองในโผว่าที่รัฐมนตรี เดินเครื่องว่อน-วุ่นทั้งกระดาน
นักการเมืองระดับลูกหม้อของพรรค ที่มีชื่อในโผคณะรัฐมนตรีแล้ว อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายจาตุรนต์ ฉายแสง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายสุทิน คลังแสง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล และ 2 ดาวรุ่งของพรรค ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ และจิราพร สินธุไพร
ที่เหลือเป็นระบบ “โควต้า” ของหัวหน้ามุ้งต่าง ๆ ในพรรคเพื่อไทย ที่ทำผลงานกวาด ส.ส.เข้าสภาได้ ตามเป้า เช่น กลุ่มแป้งมันโคราช-กลุ่มอีสานใต้ เหนือสิ่งอื่นใด เป็นนักการเมืองที่เป็นสายขึ้นตรง-เข้าถึง “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ได้ตำแหน่งแบบนอนมา
จังหวะก้าวทางการเมืองของเพื่อไทย-สอดคล้องกับจังหวะคิดของทักษิณ ชินวัตร ที่วางแผนไว้ครบทุกมิติ เพื่อให้เดือนกรกฏาคม 2566 เป็นเดือนแห่งอีเวนต์ การกลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่ ?